xs
xsm
sm
md
lg

TADA ยกเลิกค่าธรรมเนียมเรียกรถ คนขับรับเงินเต็ม-คนนั่งจ่ายถูกลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360 - TADA (ทาดา) แอปพลิเคชันเรียกรถโดยสารจากประเทศสิงคโปร์ ประกาศยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มสำหรับทั้งผู้โดยสารและคนขับในไทยนับตั้งแต่ วันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา และเดินหน้าต่อยอดอีกขั้นด้วยการเปิดตัวกลุ่มบริการใหม่ Saver และ Fast ยกระดับทางเลือกในการเดินทางให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

การประกาศนโยบายและรูปแบบบริการใหม่ในครั้งนี้สะท้อนการยกระดับแพลตฟอร์มของ TADA ให้เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่เข้าถึงได้ โปร่งใส และเป็นธรรมมากที่สุดในตลาดเรียกรถโดยสารของประเทศไทย


ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา TADA ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการ “ไม่เก็บค่าคอมมิชชันคนขับ” นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวในสิงคโปร์ ขณะที่แพลตฟอร์มรายอื่นในตลาดโดยทั่วไปมีค่าคอมมิชชันเฉลี่ย 18-22% ต่อเที่ยว แนวทางของ TADA จึงเป็นมากกว่ากลยุทธ์การตลาด แต่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่โปร่งใสและแฟร์สำหรับทุกฝ่ายและมีแนวโน้มจะเปลี่ยนโครงสร้างราคาของตลาดเรียกรถในประเทศไทย

การยกเลิกค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับความมุ่งมั่นไปอีกขั้น โดยคนขับจะได้รับรายได้เต็ม 100% ตามราคาที่เห็นเมื่อกดรับงาน และผู้โดยสารจะได้ใช้บริการในราคาที่คุ้มค่าขึ้น เนื่องจากไม่มีค่าธรรมเนียมในทุกการใช้บริการ

แม้แนวทางดังกล่าวอาจแตกต่างจากรูปแบบธุรกิจในตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของ TADA ในการสร้างมาตรฐานใหม่การเดินทางที่เป็นธรรมและยั่งยืนสำหรับทั้งผู้โดยสารและคนขับ และรองรับการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการรักษาความโปร่งใส ความเป็นธรรม และคุณค่าสูงสุดให้กับผู้ใช้งานทุกฝ่ายอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

“การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างความคุ้มค่าให้กับทั้งผู้โดยสารและคนขับเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเรียกรถโดยสาร ในขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ TADA สามารถพัฒนาและต่อยอดโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ในอนาคต บนพื้นฐานของประสิทธิภาพ ความสามารถในการขยายตัว และความยั่งยืนในระยะยาว โดยยังคงยึดมั่นในความเป็นธรรมสำหรับผู้ใช้งานทุกฝ่าย” นาย เค วู ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท MVL กล่าว


ควบคู่ไปกับการยกเลิกค่าธรรมเนียม TADA ยังมีการปรับโฉมรูปแบบบริการให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมืองมากยิ่งขึ้น ด้วยสองกลุ่มบริการสำหรับทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ได้แก่

• กลุ่ม Saver (TADA Saver / TADA Bike Saver) ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในตลาด ออกแบบมาสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ด้วยราคาสมเหตุสมผลแม้ในชั่วโมงเร่งด่วน

โดยเฉพาะ TADA Bike Saver ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในแอปพลิเคชัน และเป็นหนึ่งในบริการรถจักรยานยนต์รับส่งที่เข้าถึงได้มากที่สุดในตลาด ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับคนเมืองในทุก ๆ วัน

• กลุ่ม Fast (TADA Fast / TADA Bike Fast) ตัวเลือกสำหรับวันที่เร่งรีบ ช่วยลดระยะเวลารอรถ เหมาะกับทุกช่วงเวลาที่สำคัญ


TADA เชื่อว่าการสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับทั้งผู้โดยสารและคนขับคือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของแพลตฟอร์ม ช่วยให้เกิดระบบการให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสำหรับทุกฝ่าย
การยกเลิกค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและการเปิดตัวบริการรูปแบบใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการสะท้อนแนวทางใหม่ของแพลตฟอร์มเรียกรถโดยสาร ที่มุ่งสร้างมาตรฐานด้านความโปร่งใส การเข้าถึง และความเป็นธรรมในระบบการเดินทางของประเทศไทย

ทั้งนี้ TADA (ทาดา) คือแอปพลิเคชันเรียกรถโดยสารจากสิงคโปร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ภายใต้การดำเนินงานของ MVL (Mass Vehicle Ledger) บริษัทเทคโนโลยีการเดินทางที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบัน TADA ให้บริการใน 6 ตลาดทั่วเอเชียและสหรัฐอเมริกา ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม กัมพูชา ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา
ในประเทศไทย TADA เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยให้บริการทั้งประเภทรถยนต์ ได้แก่ TADA Saver, TADA Fast, Economy, Economy Large, Premium และ Standard Taxi (metered fare) และประเภทรถจักรยานยนต์ ได้แก่ TADA Bike Saver และ TADA Bike Fast

จุดที่ทำให้ TADA แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นในตลาดคือนโยบาย "ไม่เก็บค่าคอมมิชชันจากคนขับ" ที่ยึดถือมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวในสิงคโปร์ และต่อเนื่องมากว่า 7 ปี ขณะที่แพลตฟอร์มรายอื่นโดยทั่วไปหักค่าคอมมิชชันจากคนขับในอัตรา 18–22% ต่อเที่ยว TADA เชื่อว่าคนขับควรได้รับรายได้เต็มจำนวนจากทุกเที่ยวที่ให้บริการ

ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2569 TADA ประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มสำหรับทั้งผู้โดยสารและคนขับ ส่งผลให้คนขับได้รับรายได้เต็ม 100% และผู้โดยสารใช้บริการในราคาที่คุ้มค่าขึ้น โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในทุกการใช้บริการ