ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องไกลตัวอีกต่อไป กลุ่ม ปตท. เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สร้างคนครั้งสำคัญผ่านโครงการเตรียมความพร้อมสู่ปัญญาประดิษฐ์ (AI Camp) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยร่วมมือกับโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เพื่อบ่มเพาะเยาวชนกว่า 45 คน จาก 15 โรงเรียนทั่วประเทศให้ก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเรียนทฤษฎีสู่การ “ลงมือทำจริง”
กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ด้าน AI และ IoT แต่ยังเป็นเวทีที่พิสูจน์ให้เห็นว่าไอเดียของเด็กไทยสามารถแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ระดับแผงวงจรไปจนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับชาติ
เจาะลึกกระบวนการปั้นนวัตกร: จากห้องเรียนสู่การจำลองโลกนักพัฒนา AI
โครงการ AI Camp ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้แบบเข้มข้นที่จำลองโลกของนักพัฒนา AI มาให้เยาวชนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมสู่สังคมเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านไอทีในประเทศไทย
กิจกรรมในค่ายครอบคลุมตั้งแต่การบรรยายวิชาการเรื่อง AI ในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรม ไปจนถึงการฝึกทักษะ Coding และการเข้าฐานเรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่ Bio-inspired Robots, Microcontroller และ Soft Robotics
นอกจากนี้ โครงการยังมีรูปแบบการส่งต่อความรู้ที่น่าสนใจผ่านระบบ Train The Trainer โดยให้นักเรียนจากโรงเรียนกำเนิดวิทย์เข้ารับการฝึกฝนจากรุ่นพี่นักศึกษา VISTEC เพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เพื่อน ๆ ขณะเดียวกัน ฝั่งคุณครูก็มีพื้นที่ Teacher Sharing เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการสอนและการดูแลนักเรียนรายบุคคล เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ในโรงเรียนอย่างยั่งยืน
โดยวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ ปตท. ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของประเทศเท่านั้น แต่ยังมีเจตนารมณ์ในการร่วมขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่ด้าน STEM และ AI เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ การจัดโครงการ AI ครั้งนี้ มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาทักษะให้ผู้เข้าร่วม ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย การรับฟังประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในวงการ รวมถึงการนำเสนอผลงาน ซึ่งช่วยเสริมทั้งทักษะเทคนิคและการคิดวิเคราะห์ ตั้งโจทย์อย่างมีคุณภาพ นักเรียนที่เข้าร่วมจะได้ทั้งความสนุก และความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดการเรียนของตนเองต่อไปได้ ขณะเดียวกันครูผู้เข้าร่วมก็ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เทคนิค วิธีการ แนวทางการสอนกับเพื่อนครูต่างโรงเรียนผ่านกิจกรรม Teacher Sharing
หัวใจสำคัญของ AI Camp คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ตั้งคำถาม วิเคราะห์ปัญหา และสร้างสรรค์โครงงานที่ใช้ AI และ IoT เข้ามาแก้ไขปัญหาได้จริง โดยในปี 2569 นี้ มีผลงานโดดเด่นที่คว้ารางวัลไปครองมากมาย ประกอบด้วย
รางวัลความเป็นเลิศ (AI Excellence Award): เครื่องตรวจสอบความสมบูรณ์ของแผงวงจร จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี ที่นำ AI มาช่วยตรวจสอบความแม่นยำและลดความผิดพลาด
รางวัลความคุ้มค่า (AI Best Value Award): ระบบติดตามการเรียนรู้รายบุคคล จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 65 ที่ใช้ Deep Teaching Model วิเคราะห์พฤติกรรมการตอบโจทย์เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้ดีขึ้น
รางวัลความคิดสร้างสรรค์ (AI Creative Award): ผลงาน SAFE ZONE AI จากโรงเรียนสมเด็จพระธีญาณมุณี
รางวัลปัญญาประดิษฐ์เพื่อชุมชน (AI for Community Award): โปรเจกต์ GREENTAG AI จากโรงเรียนก้างปลาวิทยาคม
รางวัลปัญญาประดิษฐ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (AI for Environment Award): โดรนตรวจจับไฟป่า จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
น้อง ๆ นักเรียนเจ้าของรางวัลความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Excellence Award) จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี กล่าวความรู้สึกหลังจากพิชิตรางวัลอันทรงคุณค่า อธิบายสั้น ๆ ถึงอุปกรณ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นว่าเป็นเครื่องตรวจสอบความสมบูรณ์ของแผงวงจร โดยใช้ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยหลักในการตรวจสอบความถูกต้อง
“การเข้ามาแคมป์นี้ รู้สึกสนุก ได้ความรู้ และได้ไอเดียหลาบอย่างสำหรับไปต่อยอดในอนาคต เรียนสนุก พี่ ๆ ก็ไม่ได้กดดัน ที่พักดี อาหารก็อร่อย โดยรวมแล้วถือว่าดีมาก ๆ เลย” เด็ก ๆ กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่น้อง ๆ นักเรียนเจ้าของรางวัลรางวัลความคุ้มค่าด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Best Value Award) จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 65 จังหวัดพัทลุง ก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะตอนแรกไม่คิดว่าจะได้รางวัล เพราะว่ามาเจอแต่เพื่อนและทีมที่เก่ง ๆ กว่าตัวเอง
“สำหรับระบบติดตามผลการเรียนของนักเรียนที่ทีมเราสร้างขึ้น ได้ไอเดียมาจากการที่มีนักเรียนบางคนอาจจะไม่เข้าใจบทเรียน โดยเราได้นำบทเรียนที่อ้างอิงมาจากกระทรวงศึกษาธิการ หรืออ้างอิงมาจากสื่อต่าง ๆ มาใส่ในระบบของเรา ขั้นตอนการทำงานของโครงงานเราคือ AI จะเก็บข้อมูลจากการที่นักเรียนทำโจทย์ เช่น จำนวนครั้งที่นักเรียนตอบโจทย์ จำนวนครั้งที่ผิด หรือว่าเวลาในการทำโจทย์ ซึ่งจากนั้นระบบ Deep Teaching Model จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสิน” ทีมน้อง ๆ จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 65 จังหวัดพัทลุง บอกเล่าด้วยน้ำเสียงร่าเริง
พลังเครือข่ายความสำเร็จ: บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ดิจิทัลสู่ปีที่ 5
ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการตั้งแต่วันแรกในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน AI Camp ได้สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดรวมผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดถึง 257 คน แบ่งเป็นคุณครู 66 ท่าน และนักเรียน 191 คน จากโรงเรียนทั่วประเทศรวม 62 แห่ง โดยโครงการยังคงขยายผลเพื่อสร้างนวัตกรหน้าใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง
ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของกลุ่ม ปตท. ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความมั่นคงทางพลังงาน แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้บุคลากรไทยพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมได้อย่างยั่งยืน