จากไอเดียเล็ก ๆ ในวันที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน สู่ธุรกิจ “เกาหลังผ่อนคลาย” ธุรกิจแปลกใหม่ที่หลายคนไม่คิดว่าจะมีคนทำ แต่กลับสร้างรายได้ได้จริง เจ้าของร้านพลิกความชอบส่วนตัวให้กลายเป็นเงิน ด้วยบริการที่ผสานทั้งสัมผัส เสียง และกลิ่น จนลูกค้าติดใจกลับมาใช้ซ้ำ พร้อมต่อยอดขยายสาขาในเวลาไม่ถึงปี
ดุสิตา มงคลพาณิชย์ หรือ ออม เจ้าของร้านเกาหลังผ่อนคลาย GaoGao Therapy Studio เล่าว่า ร้านเกาหลังจะเน้นเป็นงานบริการเพื่อความผ่อนคลายและพักผ่อนสำหรับกลุ่มลูกค้า โดยความเป็นมาของการเปิดร้านเกาหลังนั้นเริ่มต้นจากการหารายได้เสริมช่วงที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ซึ่งเธอเองได้มองหาไอเดียที่สามารถทำที่บ้านได้ ประจวบกับช่วงนั้นได้เจอคลิปวิดีโอของชาวต่างชาติที่เกาหลังให้ลูกค้า เธอสนใจและคิดว่าถ้าหากมาทำที่ไทยบ้างน่าจะดี เพราะส่วนตัวเธอเป็นคนชอบเกาหลังเพื่อผ่อนคลายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
พอได้เจอกับไอเดียดังกล่าวและกำลังมองหารายได้เสริมพอดีจึงทำให้เธอสนใจและตัดสินใจนำไอเดียนี้มาต่อยอดเปิดเป็นร้านเกาหลังผ่อนคลายในชื่อว่า GaoGao Therapy Studio เกาหลังผ่อนคลาย โดยเปิดร้านครั้งแรกที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้ต่อยอดเปิดเป็นสาขาที่ 2 ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเธอได้มีการสำรวจตลาดอาชีพนี้แล้วพบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้มีการเปิดหน้าร้านจริงจัง แต่จะมีการรับจ้างเกาหลังตามบ้านลูกค้าแทน ทำให้เธอทำการบ้านและศึกษาอย่างหนักเพื่อส่งต่อร้านเกาหลังผ่อนคลายให้ลูกค้าให้รู้ถึงการมีหน้าร้านเกาหลังและเป็นบริการรูปแบบใหม่ที่แตกต่าง ปัจจุบันเปิดร้านได้เกือบ 1 ปี
ทั้งนี้ รูปแบบการเกาหลังไม่ใช่เกาหลังเพราะคันแต่จะเป็นการเกาหลังเพื่อผ่อนคลาย โดยมีอุปกรณ์ในการเกา เช่น เล็บปลอม ขนนก หวีไม้ ตะเกียบไม้ที่ช่วยเรื่องเสียง ซึ่งทางร้านบอกว่าการใช้เสียงและกลิ่นเข้าช่วยจะทำให้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งกลิ่นที่นำมาใช้จะเป็นอโรม่ากลิ่นอ่อน เสียงจากตะเกียบไม้เป็นแบบ ASMR โดยทางร้านจะให้บริการเกาหลังเพียงอย่างเดียวไม่มีนวดหรือสปาต่างๆ
นอกจากนี้อุปกรณ์ต่างๆ จะถูกจัดเป็นเซ็ต ลูกค้าสามารถเลือกได้ และถ้าหากต้องการเพิ่มหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ก็สามารถแจ้งทางร้านได้ โดยทางร้านมีการทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชนิดหลังการใช้งานด้วยการอบสเตอริไลส์เพื่อทำลายจุลินทรีย์ทั้งหมดด้วยความร้อนสูง
ส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะเป็นกลุ่มวัยทำงานเป็นหลัก เนื่องจากวัยทำงานอาจจะมีความเครียดสะสมและต้องการผ่อนคลายให้ตัวเองคลายเครียดได้ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการเกาหลัง พอได้รู้จักกับทางร้านก็เข้ามาใช้บริการ ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าคนไทยจะมากกว่าต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนท้องและเด็กที่มากับผู้ปกครองก็เข้ามาใช้บริการเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ราคามีเริ่มต้นตั้งแต่ 390-990 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบและระยะเวลา
การเกาผ่อนคลายถือว่าเป็นศาสตร์แห่งการบำบัดรูปแบบใหม่ที่ใช้การ “สัมผัสและเกา” ตามร่างกายเบาๆ โดยมีอุปกรณ์ต่างๆ ช่วย ทำให้ผู้ที่ถูกสัมผัสได้รับความผ่อนคลาย บรรเทาความเครียดลงได้ ซึ่งในยุคปัจจุบันคนหันมาใส่ใจสุขภาพกายและจิตมากขึ้น ศาสตร์แห่งการเกาก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเพิ่มความผ่อนคลายที่คาดว่าน่าจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน
ในยุคที่คอนเทนต์และการทำคลิปวิดีโอโปรโมตร้านเพื่อสร้างการสื่อสารจากธุรกิจไปสู่ผู้บริโภค แน่นอนว่าทางร้านได้มีการทำตลาดรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน เพื่อจะสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคที่รู้จักและยังไม่รู้จักได้เห็นว่าอาชีพการเกาหลังผ่อนคลายในรูปแบบหน้าร้านได้เกิดขึ้นแล้ว หลังจากลูกค้าได้เห็นต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องการให้ขยายสาขาไปในต่างจังหวัดเพิ่ม เพราะต้องการใช้บริการ รวมถึงลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแล้วก็กลับมาซ้ำ
“จริงๆ การเกาหลังไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังไม่มีใครทำให้อยู่ในรูปแบบของหน้าร้านจริงจัง ทำให้เราเอามาประยุกต์ใช้ โดยมีอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้กลายเป็นจุดเด่นและความพิเศษให้กับอาชีพนี้ ซึ่งตอนที่ออมอยู่บ้านเลี้ยงลูกก็อยากจะทำอาชีพเสริม เช่น ต่อขนตา แต่มองว่ามีเยอะมากแล้ว พอได้เจอกับอาชีพเกาหลังออมเลยเลือกทำอาชีพนี้เพราะเราไม่ต้องหาลูกค้าแต่ให้ลูกค้ามาหาเราเอง” คุณออม ระบุ
สำหรับเทคนิคในการเกาเพื่อให้ลูกค้าผ่อนคลายได้นั้น คุณออมเธอเล่าว่า ตอนแรกเธอศึกษาวิธีการเกาเพื่อให้ลูกค้าได้ผ่อนคลาย แต่หลักๆ คืออุปกรณ์และน้ำหนักมือในตอนเกาที่ต้องรู้ว่าควรใช้น้ำหนักเท่าไหร่ ความไหลลื่นของการเกาจะต้องให้สมดุลไม่สะดุดเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายมากที่สุด ซึ่งเธอเปิดเผยว่าเธอทดลองกับคนใกล้ตัวและเก็บฟีดแบกมาพัฒนาการบริการของร้าน
นอกจากนี้ ใน 1 วันทางร้านสามารถรับลูกค้าได้วันละประมาณ 10 คน ซึ่งทางร้านแนะนำว่าให้จองคิวก่อนเพื่อความสะดวกต่อการเข้ามาใช้บริการ สาขาที่กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10:30-19:30 น. ส่วนสาขาแรกที่อยุธยาฯ เปิดตั้งแต่ 10:30-18:30 น. โดยสาขาอยุธยาฯ ทางร้านเปิดเผยว่าต้องมีการนัดคิวล่วงหน้าก่อนเท่านั้น ซึ่งร้านอยู่ติดกับถนนสายเอเชีย ส่วนสาขากรุงเทพฯ อยู่ซอยเทพรักษ์ 44 หรือ รามอินทรา 5 แยก 24 ทั้งนี้ในส่วนของรายได้นั้นสามารถสร้างรายได้ที่ประมาณหลักหมื่นบาทต่อเดือน
โอกาสในการเติบโตของธุรกิจ คุณออมมองว่าหลังจากได้รับฟีดแบกที่ดีจากลูกค้าเธอมองเห็นการเติบโตของร้านให้ไปในทิศทางของการขยายสาขาเพิ่ม เพราะลูกค้าเรียกร้องเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งเธอเองกำลังศึกษาและอยู่ในขั้นตอนวางแผน รวมถึงเปิดคอร์สสอนการเกาหลังเพื่อนำความรู้ไปต่อยอดเปิดเป็นร้านตัวเองได้ในอนาคต ซึ่งส่วนใหญ่คนที่มาเรียนจะเรียนเพื่อไปเปิดร้านในต่างประเทศ หรือนำไปต่อยอดเพิ่มจากการนวด เนื่องจากการนวดทำให้เสียพลังงานจำนวนมาก การเกาหลังไม่ได้ใช้พลังแรงกายมาก ทำให้มีคนสนใจเรียนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้คุณออมแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจและต้องการเริ่มต้นอาชีพนี้ “สิ่งสำคัญเลยคือเราต้องมีความตั้งใจก่อนที่เราจะให้บริการลูกค้า เพราะตรงนี้ไม่ใช่แค่มาเกาแต่มันคือความใส่ใจลูกค้า รู้ว่าลูกค้าชอบหรือโอเคไหมและลงมือศึกษา หรือติดต่อออมมาก็ได้เพื่อนำข้อมูลนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้” คุณออม ระบุ
ในด้านการลงทุน การเปิดร้านรับเกาหลังผ่อนคลายคุณออมบอกว่าลงทุนไปประมาณ 300,000 บาท โดยเช่าพื้นที่จัดตั้งร้าน ปัจจุบันมีจุดบริการทั้งหมด 2 เตียง พนักงานในร้านทั้งหมด 3 คน ซึ่งแผนขยายสาขาเพิ่มใน กรุงเทพฯ คาดว่าจะได้เห็นในอีกไม่นาน
อย่างไรก็ตาม อาชีพแปลกใหม่อย่าง “เกาหลังผ่อนคลาย” เป็นอีกหนึ่งไอเดียการต่อยอดจากการความชอบส่วนตัวของเจ้าของร้านและนำไอเดียจากการทำสปาของเวียดนามที่เน้นการให้บริการหลายขั้นตอนมาต่อยอดเป็นการเกาหลังผ่อนคลายโดยมีอุปกรณ์ต่างๆ เป็นตัวช่วย ซึ่งเป็นการนำไอเดียที่ใครหลายคนไม่คิดว่าจะมีคนนำมาสร้างรายได้ได้ แต่ทางร้านได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำได้จริงและสามารถทำเงินได้เป็นอย่างดี
ติดต่อเพิ่มเติม
Facebook : GaoGao Therapy Studio เกาหลังผ่อนคลายเจ้าแรกในไทย
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *