กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกู้วิกฤตพลังงานช่วยSMEsเปิดสินเชื่อใหม่วงเงินสูงสุด 5 ล้าน ปลอดชำระหนี้ 3 เดือนแรก – ดอกเบี้ยต่ำ 2%
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการช่วยผู้ประกอบการไทยลดภาระต้นทุนด้านพลังงาน เตรียมออก “สินเชื่อพลังงานดีพร้อม ” มุ่งเป้าช่วยเหลือผู้ประกอบการลงทุนด้านพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วง 3 เดือนแรก พร้อมอัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเริ่มต้นร้อยละ 2 ต่อปี และวงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปต้นทุนพลังงานอย่างยั่งยืน
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทายในโครงสร้างต้นทุนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงานโลก โดยเฉพาะปัจจัยด้านราคาและข้อจำกัดด้านการขนส่งที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าพลังงาน ได้รับแรงกระแทกจากวิกฤตนี้โดยตรง ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SMEs ต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ การบริหารสภาพคล่อง และมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันที่อาจลดลงในระยะยาว
เพื่อให้สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรีที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการช่วยเหลือภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว ดีพร้อม โดย เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ภายใต้ชื่อ “สินเชื่อพลังงานดีพร้อม (DIPROM Energy Efficiency)” เพื่อให้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงง่าย และช่วยบรรเทาผลกระทบโดยตรงต่อภาค SMEs ไทย
กำหนดเงื่อนไขพิเศษสำหรับสินเชื่อพลังงานดีพร้อมเพื่อเสริมสภาพคล่องทันที ด้วยการให้สิทธิ์ปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วง 3 เดือนแรก พร้อมทั้งกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันได เพื่อลดอุปสรรคด้านต้นทุนทางการเงิน โดยสามารถยื่นขอวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียงร้อยละ 2 ต่อปี ก่อนปรับเป็นร้อยละ 4 ต่อปีในปีที่ 2–4 และร้อยละ 6 ต่อปีในปีที่ 5–7
สินเชื่อดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการนำเงินทุนไปใช้วางรากฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน (Energy Efficiency: EE) อย่างเต็มรูปแบบ โดยขยายวัตถุประสงค์การกู้ยืมให้ครอบคลุมการปรับปรุงกิจการ การลงทุน ขยาย หรือต่อยอดธุรกิจในพลังงานทางเลือก หรือพลังงานทดแทน โดยการติดตั้งระบบ Solar Cell, Solar Rooftop หรือเปลี่ยนมาใช้พลังงานจากก๊าซชีวภาพชีวมวล รวมถึงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทำความเย็น ตลอดจนการลงทุนในเทคโนโลยีหรือระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย และระบบบำบัดและกำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งการลงทุนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ (Productivity)