ในช่วงที่หลายคนกังวล เรื่องพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันจะขาดแคลน มีกลุ่มร้านอาหาร อำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม รวมกันทำโครงการทอดไม่ทิ้ง! เปลี่ยน ‘น้ำมันเหลือทิ้ง’ เป็น ‘น้ำมันยานพาหนะ’ โดยได้รับความร่วมมือกับ ผู้ผลิตน้ำมันบางจาก รับซื้อ นำไปผ่านกระบวนการผลิต จนได้น้ำมันกลับมาใช้สำหรับเติมเครื่องบิน
เปลี่ยนน้ำมันทอด เป็นน้ำมันยานพาหนะ
“สุทธิลักษณ์ โตกทอง” เจ้าของร้านข้าวใหม่ปลามัน อัมพวา บริษัทข้าวใหม่ปลามัน อัมพวา จำกัด เล่าว่า ที่ผ่านมา ข้าวใหม่ปลามัน ให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศน์ ไปพร้อมกับการทำร้านอาหาร โดยเราได้เข้าร่วมกับโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และได้รับรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โครงการGreen Restaurant ร้านอาหาร ภัตตาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า และเกิดประสิทธิภาพ และมีการจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อมที่ดี มีส่วนร่วมในการสืบสานศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น
นอกจากนี้ ได้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อให้เพื่อนร้านอาหารด้วยกัน หรือ คนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาดูงาน และเรียนรู้เรื่องราวของสิ่งแวดล้อม เพราะการทำร้านอาหารไม่ได้แค่ อาหารอร่อย แต่การทำร้านอาหารในชุมชน จะต้องเกื้อหนุนชุมชน และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตที่ยั่งยื่น
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการทำงานที่เชื่อมโยงกับชุมชน ข้าวใหม่ปลามัน ของเรายังทำงานเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นผลพวงจากการได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการเปลี่ยนแปลง หรือ LFC รุ่นที่ 14 ของมูลนิธิสัมมาชีพ โดยจากธุรกิจร้านอาหารที่ใช้น้ำมันจำนวนมาก ทางร้านได้ส่งต่อน้ำมันเหล่านั้นให้กับบริษัทบางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด ในโครงการทอดไม่ทิ้ง! เปลี่ยน ‘น้ำมันเหลือทิ้ง’ เป็น ‘น้ำมันเครื่องบิน’ ทำให้ได้ประโยชน์ทั้งการกำจัดของเหลือแบบ Zero Waste การสร้างมูลค่าใหม่ และยังช่วยลดคาร์บอน
ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
สุทธิลักษณ์ กล่าวว่า การได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากตนเองได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากร ในหลักสูตร LFC สืบเนื่องมาจากตนเองได้ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน มานาน ทางผู้บริหารของบางจาก ชักชวนให้เราร่วมเป็นวิทยากร และเข้าร่วมโครงการทอดไม่ทิ้ง การจัดการน้ำเหลือทิ้ง จากร้านอาหาร
“ที่ผ่านมา เรากำจัดน้ำมันที่ใช้แล้วโดยขายให้กับกลุ่มแปรรูปอาหารสัตว์ ซึ่งในแต่ละเดือนเรามีน้ำมันที่ไม่ใช้แล้วประมาณ 80-100 ลิตรแต่เมื่อร่วมมือกับบางจาก ทำให้เราใช้น้ำมันได้อย่างมีประโยชน์มากขึ้น ทางบางจากรับซื้อน้ำมันจากเรากิโลกรัมละ 24.70 บาท ถือว่าธุรกิจเราก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการลดคาร์บอน ช่วยให้โลกนี้ดีขึ้นได้
และในช่วงที่น้ำมันชาดแคลน เรายังได้เป็นน้ำมันทางเลือกสำหรับยานพาหนะได้อีกทางหนึ่ง โดยที่ผ่านมาในแต่ละปี เราได้ส่งน้ำมันเหลือทิ้งเข้าร่วมโครงการกว่า 13,000 ลิตร เป็นน้ำมันจากร้านอาหารของเรา และคนในชุมชน คาดหวังว่าจะมีร้านอาหารในพื้นที่ร่วมกับเราอีกในอนาคต”
ขณะนี้สุทธิลักษณ์ยังได้ขยายโครงการโดยร่วมกับเครือข่ายร้านอาหารอื่นๆ ในพื้นที่ และทำงานร่วมกับชมรมร้านอาหารในจังหวัดสมุทรสงครามเพื่อให้แต่ละร้านรวบรวมน้ำมันใช้แล้วส่งต่อให้ทีมบางจาก ทำให้เกิดแง่มุมด้านความร่วมมือของเครือข่ายร้านอาหารในพื้นที่เพิ่มขึ้น
เชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อดูแลระบบนิเวศน์น้ำตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ ทางร้านอาหารข้าวใหม่ปลามัน ยังให้ความสำคัญกับดูแลสายน้ำ โดยเป็นส่วนหนึ่งของ “เครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง” ร่วมขับเคลื่อนเฝ้าระวังไม่ให้น้ำเสียไหลลงมาในพื้นที่ รักษาระบบนิเวศสัตว์น้ำ ไม่ให้ถูกทำลายจากน้ำเสีย
“เราเน้นเรื่องน้ำ โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่จังหวัดราชบุรี และอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อสร้างระบบนิเวศให้เกาะกันเป็นเครือข่าย ไม่ให้น้ำเสียไหลลงมาในพื้นที่ เพราะถ้าน้ำเสียไหลลงมา หอยแครงก็ไม่มี ชาวบ้านไม่สามารถเลี้ยงกุ้งได้”
นำวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญาดั้งเดิม
มาเป็นเมนูซิกเนเจอร์ร้านใครมาก็ต้องชิม
สุทธิลักษณ์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำร้านอาหารมาจาก ความต้องการของครอบครัวที่ต้องการฟื้นฟูภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยนำวัตถุดิบ อาหารท้องถิ่นมาบริโภค เป้าหมายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของร้านเรา และสร้างรายได้ให้กับชุมชน เช่น ผักหนามพุงดอ ซึ่งเป็นผักท้องถิ่นที่นำมาทำเป็นเมนูอาหาร รสชาติเหมือนผักหวาน แต่เวลาผัดเหมือนใบเหลียง โดยชุมชนเก็บมาขายกิโลกรัมละ 200 บาท หรืออย่างใบชะคราม ผักท้องถิ่นที่ขึ้นง่าย แทบไม่ต้องปลูก รวมถึง กุ้ง หอย ปู ปลา ในพื้นที่ซึ่งรับซื้อมาประกอบอาหาร”
จังหวัดสมุทรสงคราม มีระบบนิเวศสามน้ำ ได้แก่ น้ำจืด ทำให้มีโซนปลูกข้าว เราก็รับซื้อข้าวปลอดสารจากเกษตรกร น้ำทะเล เราอยู่ติดทะเล ทำให้มี กุ้ง ปลา ที่ชาวบ้านเลี้ยง น้ำกร่อย เราเป็นจังหวัดที่มีนาเกลือ มีสวนมะพร้าว ส้มโอ ลิ้นจี่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรานำมาใช้ในร้านอาหาร”
ที่มาของร้านอาหารข้าวใหม่ปลามัน
เจ้าของร้านอาหารข้าวใหม่ปลามัน เล่าถึงที่มาของของร้าน ว่า เกิดขึ้นมาจาก ตนเองเป็นลูกเกษตรกร พ่อแม่เลี้ยงกุ้ง ปลาสลิด ทำไร่ ผมเห็นพ่อแม่ที่ทำอาชีพแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก และไม่ได้ร่ำรวยขึ้น กว่าจะได้เงินยากลำบาก เลี้ยงไปก็ทำให้คนขายอาหารรวย พ่อค้าคนกลางรวย เกษตรกรอย่างเราก็ยังยากจนเหมือนเดิม
“ผมก็เลยชวนพ่อกับแม่ มาต่อยอดอาชีพเกษตร บ้านเรามีผลผลิตทางเกษตรเยอะ สมุทรสงครามเป็นบ้านสวนกึ่งทะเล มีผลไม้ ปลา กุ้ง หอย เราควรทำร้านอาหารมากกว่า เพื่อยกระดับวัตถุดิบทางธรรมชาติ นำมาแปรรูปเป็นอาหาร และทำอย่างไรให้ผู้บริโภครักษาทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกับร้านอาหารของเรา เลยชวนพ่อแม่ เปลี่ยนอาชีพมาทำร้านอาหาร ดูแลสังคม ระบบนิเวศไปในตัว”
ในขณะที่ แม่หลายคนรู้จักในฐานะ แม่ครัวใหญ่ ชุมชน เวลาใครทำงานบุญอะไร แม่ก็จะได้รับการชักชวนให้ไปร่วมทำอาหาร เป็นแม่ครัวใหญ่ พอชวนทำร้านอาหาร ในช่วงแรกเกิดคำถามจากแม่ถามว่าจะมากินอาหารบ้านๆ แบบเรา แต่ด้วยความผมเชื่อว่า รสมือแม่ ที่ได้รับถ่ายทอดและประสบการณ์การทำอาหารมานาน แม่จะสามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น ออกมาในเมนูอาหารของร้านข้าวใหม่ปลามันที่ไม่เหมือนใคร และถ้าใครได้มาชิม ก็ต้องกลับมาอีก และเป็นเหตุผลที่ทำให้ ร้านของเรายังได้รับเลือกให้เป็นร้านอาหาร Thai Select ใครอยากกินอาหารไทยพื้นถิ่นของสมุทรสงคราม เลือกร้านเรา
“ผม (เรียนจบด้านออกแบบนิเทศศิลป์) มีความรู้ใหม่ด้านการตลาด การสื่อสาร เลยบอกแม่ว่า แม่ทำกับข้าว ส่วนผมจะนำเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น หยิบมาสื่อสารมาเป็นคอนเทนท์มาประกอบร่าง เป็นร้านอาหารบ่งบอกถึงความอุดมความสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องของฤดูกาล ข้าวหว่านวันแม่ เกี่ยววันพ่อ ปลาอ้วนหน้าฝนกินอร่อยหน้าหนาว นั่นคือ ข้าวใหม่ปลามัน จึงอยากให้คนเห็นบริบทแบบนี้ เลยส่งต่อด้วยการตั้งเป็นชื่อร้าน”
ผลกระทบจากการสร้างถนนพระราม2
ซ้ำเติมด้วยปัญหาน้ำมัน ทำยอดขายหายกว่า 70%
นายสุทธิลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงปัญหาในขณะนี้ว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ บนถนนพระราม 2 ก็กระทบกับยอดขายของเรายังเห็นได้ชัดเจน คนเลี่ยงการเดินทางบนถนนพระราม2 ซึ่งไม่เฉพาะร้านเรา หลายๆ ร้านที่ต้องอาศัยการเดินทางบนถนนพระราม 2 ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ยอดขายที่ลดลงเกิดขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือน มกราคม พอมาเดือนนี้ ยิ่งหนักไปอีก เพราะน้ำมันราคาแพง ยอดขายลดลงจากในอดีต มากถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์
การปรับตัว ตอนนี้ ได้แค่ประคับประคองกิจการไปก่อน โดยไม่ได้ลดพนักงาน และยังเลือกที่จะเปิดร้านทุกวัน ใช้การหันมาบริหารจัดการภายในร้าน อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัดไปก่อน หวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะกลับมาในเร็ววัน ส่วนช่วงนี้ หวังแค่ช่วงวันหยุดยาว สงกรานต์ ว่าจะยังมีคนเดินทาง และแวะมาทานอาหารที่ร้านของเรา ร้านของเราตั้งอยู่ในทำเลเป็นทางผ่านสำหรับคนที่เดินทางไปเที่ยวเพชรบุรี ชุมพร หรือ ประจวบฯ เส้นทางลงพื้นที่ภาคใต้
ติดต่อ Facebook : ข้าวใหม่ปลามัน