xs
xsm
sm
md
lg

สมคบคิดแต่งบัญชี..มีแต่ผู้สอบดีลอยท์ ทู้ช หรือ / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ดีฉาวโฉ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น โดยการแต่งบัญชีงบการเงินหลอกลวงประชาชนของ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK สร้างความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ยังไม่ปิดฉากเสียทีเดียว เพราะล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ลากคอผู้สอบบัญชีบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้มาลงโทษด้วย

นายนันทวัฒน์ สำรวญหันต์ ผู้สอบบัญชีในตลาดทุน สังกัดบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด (ดีลอยท์) บริษัทตรวจสอบบัญชียักษ์ใหญ่ ถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หลังตรวจพบการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีในฐานะผู้สอบบัญชีของ STARK และบริษัทย่อย ซึ่งเป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดการทุจริตใน STARK และบริษัทย่อย และการตกแต่งงบการเงินของ STARK

รวมทั้งพิจารณาเพิกถอนความเห็นชอบจากการเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนของนายนันทวัฒน์เป็นเวลา 6 ปี เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการสอบบัญชีโดยรวมในระดับร้ายแรง

ก.ล.ต. กล่าวโทษอดีตกรรมการและอดีตผู้บริหาร STARK รวม 10 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 กรณีร่วมกันกระทำหรือยินยอมให้มีการลงข้อความเท็จในบัญชีเอกสารของ STARK และบริษัทย่อย ในช่วงปี 2567 ถึงปี 2568 และได้ตรวจทานการปฏิบัติงานของนายนันทวัฒน์ สำหรับการปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2565 ถึงปี 2567 ของ STARK และบริษัทย่อยที่มีสาระสำคัญต่องบการเงินรวม 2 แห่ง

และพบว่า มีการปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินรวมของ STARK และบริษัทย่อย และงบการเงินเฉพาะกิจการของ STARK ประจำปี 2565 ถึงปี 2567 ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีโดยรวมในระดับร้ายแรง

ก.ล.ต. พิจารณาว่า การกระทำของนายนันทวัฒน์เป็นการกระทำผิดตามมาตรา 287 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ฯ ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษนายนันทวัฒน์ต่อ DSI สำหรับการปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2567 เพื่อให้ DSI พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และการกล่าวส่งผลให้นายนันทวัฒน์มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

การลงโทษผู้สอบบัญชีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ คดีอาญาร้ายแรง ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย หรือไม่เคยเกิดขึ้นเลยนับแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่าผู้สอบบัญชีจำนวนไม่น้อยอาจสมคบคิดกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน รวมกันแต่งบัญชีงบการเงิน หลอกลวงประชาชนให้สำคัญผิดในผลประกอบการบริษัท ฯ จนเกิดความเสียหายร้ายแรงตามมา โดยเฉพาะกรณี STARK ซึ่งมีผู้ลงทุนทั้งหุ้นสามัญและผู้ซื้อหุ้นกู้เสียหายกว่า 1 หมื่นราย วงเงินเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท

นับตั้งแต่ ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้บริหาร STARK ในความผิดทุจริตและแต่งบัญชีงบการเงินบริษัท ฯ มีคำถามดังมาตลอดว่า ทำไมผู้สอบบัญชีหรือบริษัทที่ตรวจสอบบัญชี หรือดีลอยท์ ทู้ช ฯ จึงลอยนวลอยู่ได้

เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายบริหาร STARK จะแต่งบัญชีงบการเงิน โดยผู้สอบบัญชีจะไม่มีส่วนรู้เห็น

แต่สุดท้าย ก.ล.ต. ก็ตรวจพบผู้ร่วมขบวนการแต่งบัญชีแหกตาประชาชน และกล่าวโทษนายนันทวัฒน์ แต่ยังไม่ได้ก้าวไปถึงบริษัท ดีลอยท์ ทู้ชฯ

บริษัทตรวจสอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. มีจำนวนทั้งสิ้น 30 บริษัท โดยดีลอยท์ ทู้ช ฯ ติดอยู่ในบริษัทตรวจสอบบัญชี BIG4 ซึ่งการที่ผู้สอบบัญชีในสังกัดร่วมขบวนการแต่งบัญชี STARK และถูกขึ้นบัญชีดำ จะกระทบต่อภาพพจน์ของดีลอยท์ ทู้ชไปด้วย แม้ ก.ล.ต. จะไม่มีบทลงโทษภาคทัณฑ์หรือมีคำเตือนให้ระมัดระวังพฤติกรรมของผู้สอบบัญชีในสังกัดของบริษัท ฯ ก็ตาม

ผู้สอบบัญชีหรือบริษัทตรวจสอบบัญชีมีบทบาทสำคัญในตลาดหลักทรัพย์ เพราะถ้าขาดจริยธรรมจรรยาบรรณในวิชาชีพ ไม่ตระหนักถึงการปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน แต่มุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว สมคบคิดกับฝ่ายบริหารบริษัทจดทะเบียน ร่วมกันแต่งบัญชีงบการเงิน จะสร้างหายนะครั้งใหญ่ให้นักลงทุน เช่นเดียวกับคดี STARK

การขึ้นบัญชีดำและกล่าวโทษทางอาญาผู้สอบบัญชีดีลอยท์ ทู้ชฯ เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องการเห็นมานานแล้ว ต้องการให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบผู้สอบบัญชีหรือบริษัทตรวจสอบบัญชีอย่างเข้มงวด เพื่อวางป้อมปราการป้องกันนักลงทุน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งแต่งบัญชีแหกตาประชาชนอีกชั้นหนึ่ง

และการฟันผู้สอบบัญชีดีลอยท์ ทู้ช ฯ ด้วยข้อหาหนัก อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการตรวจค้น ควบคุมและกำกับผู้สอบบัญชีของบริษัทจดทะเบียนอย่างเข้มข้น

เพราะคนในตลาดหุ้นเชื่อกันว่า การแต่งบัญชีงบการเงินฉบับแหกตา เพื่อเปิดปฏิบัติการปล้นนักลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ได้มีเพียงกรณี STARK เท่านั้น