สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ร้องกรมการค้าภายใน พ่อค้าคนกลางนัดกันชะลอขายข้าวโพด หวังกักตุนฟันกำไร หลังราคาพุ่งไม่หยุด ทำผู้ผลิตอาหารสัตว์ เกษตรกรผู้ผลิตอาหารสัตว์รายย่อย หาซื้อไม่ได้ ขอเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงดาบพ่อค้าคนกลางฉวยโอกาส สกัดต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่ม พร้อมขอขยายกรอบนำเข้าข้าวโพดภายใต้ AFTA และผ่อนปรนนำเข้าภายใต้ WTO
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ว่า ขณะนี้สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้ทำหนังสือถึงกรมการค้าภายใน ขอให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาข้าวโพดขาดตลาด จากการที่พ่อค้าคนกลางส่งไลน์นัดหมายกันว่าให้ชะลอการขายข้าวโพดไปก่อน โดยหากรายใดมีการขอทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็ขอให้ปฏิเสธไปก่อน และส่งขายเฉพาะข้าวโพดที่ไม่ได้คุณภาพออกไปก่อน ทางโรงงานอาหารสัตว์ขาดแคลน ยังไงก็ต้องซื้อ
โดยข้อความชี้นำให้พ่อค้าคนกลางกักตุนข้าวโพดเพื่อเรียกราคาเพิ่มขึ้น ได้ระบุสาเหตุที่ราคาจะเพิ่มขึ้นแน่นอน ไม่จำเป็นต้องรีบขาย 7 เรื่อง เช่น 1.ข้าวโพดหลังนาจะหมดกลาง เม.ย. จากนั้นข้าวโพดจะขาดช่วง 2-3 เดือน ข้าวโพดฤดูฝนปลูกล่าช้า เดือน มิ.ย.-ก.ค. ถึงจะเริ่มปลูกข้าวโพดทำให้ผลผลิตจะออกสู่ตลาดในเดือน ก.ย. 2.การนำเข้าข้าวโพดจากเมียนมาและลาว เข้ามาน้อยมาก 3.ข้าวโพดสหรัฐฯ ยังไม่มีเข้ามา 4.น้ำมันขึ้น สินค้าทุกอย่างจะขึ้นราคาตาม รวมถึงปุ๋ย 5.โรงงานอาหารสัตว์ไม่กล้ากดราคา เพราะกลัวชาวไร่ปลูกข้าวโพดน้อยลง 6.โรงงานอาหารสัตว์ ยังไงก็ต้องใช้ข้าวโพด เป็นตัวนำสูตรอาหาร 7.โรงงานอาหารสัตว์นำเข้าข้าวสาลีแพงขึ้นเพราะน้ำมันราคาขึ้น
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สมาคมฯ ได้รับแจ้งจากสมาชิกว่ามีการปรับราคาขึ้นไปเกือบ 1 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) จาก 9.80 บาท/กก. เป็น 10.80 บาท/กก. แต่ไม่มีข้าวโพดมาส่ง เพราะอ้างว่าราคาน้ำมันปรับขึ้น จึงมาส่งไม่ได้ แต่วันนี้ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับสูงขึ้นกว่าอัตราราคาน้ำมันอย่างมาก ก็ยังไม่มีของมาส่งเช่นเดิม
“ได้รู้ว่ามีการส่งข้อความกันในตลาดให้กักตุนข้าวโพดเพื่อรอราคาขึ้น การกระทำแบบนี้ ถือเป็นการฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต ซ้ำเติมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้กำลังเดือดร้อน เป็นเรื่องที่ผมรับไม่ได้ การฉวยโอกาสกักตุนช่วงปลายฤดูการผลิตแล้วปล่อยให้เกษตรกรแบกต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจนต้องจำใจขยับราคาขายเนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ และกลายเป็นจำเลยของสังคม ซึ่งสมาคมฯ ได้ทำหนังสือไปยังกรมการค้าภายใน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าสาเหตุข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขาดตลาดผลผลิตหายไปหรือไปตกหล่นอยู่ที่ใด และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาการกักตุน และเร่งปลดระเบียบและมาตรการที่ควบคุมการนำเข้าเฉพาะกิจในช่วงภาวะวิกฤต”
ทั้งนี้ หากพิจารณาตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ประจำปี 2568/69 ข้อที่ 5 และ 6 ระบุว่า หากมีผู้รวบรวมรายใดปฏิเสธหรือประวิงการจำหน่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 30 และหากโรงงานอาหารสัตว์รายใดรับซื้อในราคาที่ต่ำเกินสมควร หรือหยุดรับซื้อ จำกัดคิว หรือปิดโรงงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จนทำให้ราคาในตลาดปั่นป่วน ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 โดยทั้งสองกรณีมีโทษสูงสุดถึงจำคุก 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายสมภพ เอื้อทรงธรรม เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า เหตุผลที่มั่นใจว่ากักตุน เพราะปัจจุบันมีพ่อค้าคนกลางบางรายออกมาไล่ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาที่ชนกับโรงงานอาหารสัตว์ประกาศรับซื้อ การที่ออกมารับซื้อราคาชนโรงงานแสดงให้เห็นว่าสามารถทำกำไรได้ในภายภาคหน้า เป็นพฤติกรรมที่สอดรับกับข้อความที่เผยแพร่ออกมาในตลาดค้าข้าวโพด โดยปีนี้ข้าวโพดหลังนาออกมาน้อย เดือน เม.ย.2569 มีเพียงแค่ 5% และการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีใน 2 เดือนของปี 2569 ลดลงไปกว่า 70% ทำให้โรงงานอาจจะเกิดปัญหาขาดวัตถุดิบ และหากยังปล่อยให้มีการกักตุนและไม่มีการผ่อนปรนมาตรการนำเข้าเพื่อลดความขาดแคลนที่จะเกิดขึ้น หลังจากนี้จะเกิดความเสียหายแก่ภาคปศุสัตว์
ดังนั้น ควรขยายระยะเวลานำเข้าข้าวโพดในกรอบ AFTA ให้กลับไปสิ้นสุดเดือน ส.ค.2569 เหมือนทุกปีที่ผ่านมา รวมถึงผ่อนปรนให้มีนำเข้าข้าวโพดในกรอบ WTO ชั่วคราว เช่นเดียวกับที่เคยผ่อนปรนเมื่อปี 2565 เพื่อนำมาทดแทนส่วนที่ขาดและต้องทำทันทีเพื่อให้มีระยะเวลาในการสั่งซื้อและขนส่งมาถึงไทย