xs
xsm
sm
md
lg

AI-Data Centerแย่งซื้อชิปทำตลาดป่วน วอนรัฐเร่งส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพานำเข้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สุพันธุ์” ชี้อุตฯระส่ำเหตุชิปขาดตลาดหนัก หลังกลุ่ม AI และ Data Center แย่งซื้อหมด ดันราคาพุ่ง วอนรัฐเร่งส่งเสริมลงทุนในประเทศหวังลดการพึ่งพาการนำเข้าด้าน “บีโอไอ”ตั้งเป้าหมายดึงการลงทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงราว 5 แสนล้านภายใน 5 ปี


นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และประธานกิตติมศักดิ์สภา
อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าขณะนี้เกิดภาวะชิป (Chip) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขาดแคลนอย่างหนัก มาจากหลายปัจจัยทั้งการขยายตัวของปัญญาประดิษฐ์ (AI)อย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้มีการแย่งซื้อชิปจนขาดตลาดมาก

“ยอมรับว่าตอนนี้ชิปมันหายไปจากตลาดจริงๆ ขาดตลาดมาก เพราะว่า AI เอาไปหมด เรารู้ว่าตลาด AI มันโตเร็วมากทุกคนใช้ AI เป็นเครื่องมือและตัวช่วยในการประมวลผลต่างๆ และ Data Center มันก็ต้องใช้ AI เมื่อกลุ่มธุรกิจ AI มีกำไรดีเขาก็ยอมที่จะซื้อชิปในราคาแพง เราเองก็สู้ไม่ไหวสถานการณ์ตอนนี้ก็คงต้องยอมให้ตลาด AI แย่งชิปของเราไปก่อน”

จากสถานการณ์ดังกล่าว อาจจะลามไปถึงผู้ผลิตโทรทัพท์มือถืออย่าง Apple ที่จำเป็นต้องใช้ชิปเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตโทรศัพท์มือถือ ซึ่งปกติชิปมีการอัพเกรดตลอดเวลาไม่มีปรับขึ้นราคา แต่เมื่อชิปขาดตลาดจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาปรับเพิ่มสูงขึ้น

ปัจจุบันชิปเป็นอุปกรณ์สำคัญในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่นอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโทรศัพท์มือถือ แทปเล็ต คอมพิวเตอร์ เครื่องดูดฝุ่น กล้อง และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เป็นต้น

ในปี2569 เป็นปีที่ท้าทายและเหนื่อยมากสำหรับภาคอุตสาหกรรม มาจากผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และโลกมีการเปลี่ยนไปมาก เมื่อเกิดภาวะชิปขาดตลาด จึงเป็นโอกาสดีที่ส่งเสริมการลงทุนเพิ่มมากขึ้นทำให้ต้องลดการพึ่งพาชิปนำเข้า

ที่ผ่านมาบีโอไอพบปะนักลงทุนต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะรายใหญ่ระดับโลกที่เป็นผู้ผลิตชิปอย่างสหรัฐฯ และจีน เพื่อผลักดันเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) ที่ต้องการดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทใน 5 ปี (2568 - 2572) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และต้องการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ไม่น้อยกว่า 80,000 คนใน 5 ปี เพื่อสร้างฐานกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมอนาคต


ในปี2569 เป็นปีที่ท้าทายและเหนื่อยมากสำหรับภาคอุตสาหกรรม มาจากผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และโลกมีการเปลี่ยนไปมาก เมื่อเกิดภาวะชิปขาดตลาด จึงเป็นโอกาสดีที่ส่งเสริมการลงทุนเพิ่มมากขึ้นทำให้ต้องลดการพึ่งพาชิปนำเข้า

ที่ผ่านมาบีโอไอพบปะนักลงทุนต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะรายใหญ่ระดับโลกที่เป็นผู้ผลิตชิปอย่างสหรัฐฯ และจีน เพื่อผลักดันเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) ที่ต้องการดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทใน 5 ปี (2568 - 2572) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และต้องการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ไม่น้อยกว่า 80,000 คนใน 5 ปี เพื่อสร้างฐานกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมอนาคต