xs
xsm
sm
md
lg

สุดอั้น!เหล็กขึ้นราคา 10-15% จ่อปรับรอบ2 หลังค่าไฟฟ้าขึ้นพ.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้ประกอบการเหล็กแห่ปรับขึ้นราคาเหล็กทุกประเภท 10-15% ในเดือน เม.ย.นี้ และจะปรับขึ้นราคาอีกครั้งในเดือนพ.ค.69 หลังค่าไฟฟ้ารอบใหม่จ่อขยับขึ้น ชี้พิษสงครามตะวันออกกลาง อุตฯเหล็กอ่วมโดนหนัก 4 เด้งฉุดการใช้อัตรากำลังการผลิตต่ำ
นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส. อ.ท.) ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเหล็กได้ปรับขึ้นราคาสินค้าเหล็กทุกประเภท 10-15% หลังจากได้รับผลกระทบราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อ ไม่มีทีท่าว่าจะยุติในเร็ววัน ซึ่งผู้ประกอบการเหล็กจะปรับขึ้นราคาอีกครั้งหลังมีการปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้ารอบใหม่เดือนพ.ค.-ส.ค.2569


เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็กมีการใช้ไฟฟ้ามาก เมื่อมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในอัตราก้าวหน้าทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเกินกว่าที่ผู้ประกอบการจะแบกรับภาระได้ แม้ว่าจะพยายามที่จะบริหารจัดการเรื่องของต้นทุนจากทุกอย่างเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภคก็ตาม

อุตสาหกรรมเหล็กด้วยประเทศไทยไม่ใช่อุตสาหกรรมต้นน้ำไม่ได้มีแร่เหล็กในประเทศ ดังนั้นการผลิตเหล็กจึงต้องนำเข้าเศษเหล็กมาจากต่างประเทศเพื่อนำมาหลอมและขึ้นรูป โดยมีการผลิตทั้งเหล็กเส้น เหล็กลวด เหล็กแผ่น เหล็กโครงสร้าง และเหล็กประเภทอื่นๆ ที่ใช้ทั้งในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอุตสาหกรรมยานยนต์สำหรับเหล็กที่เป็นเกรดพิเศษ เมื่อต้องนำเข้าเหล็กต้นทุนที่เพิ่มขึ้นลำกับแรกคือค่าขนส่งจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

“เราโดน 4 เด้ง เด้งแรกคือราคาค่าขนส่งขึ้น เด้งที่ 2 ราคาพลังงานมันเป็นผลพวงที่ทำให้ค่าขนส่งขึ้น แต่เราก็ต้องใช้น้ำมันเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตเหล็กอยู่ดี แม้ว่าโรงงานเหล็กส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันเตามันไม่แพงเหมือนใช้พวกน้ำมันดีเซลแต่มันก็มีแนวโน้มจะขยับขึ้น เด้งที่ 3 เราโดนค่าระวางเรือตัวนี้โหดมากขึ้นสูงมาก และเด้งที่ 4 ตัวสุดท้ายคือค่าไฟฟ้าที่กำลังจะปรับขึ้น เราจึงต้องปรับราคาเป็น 2 ระลอก ระลอกแรกในเดือนเมษายนนี้ราว 10-15% ส่วนในเดือนพฤษภาคมก็ต้องกลับมาดูกันอีกทีว่าต้นทุนขึ้นไปอีกเท่าไร หรือจะอั้นการปรับขึ้นไว้ก่อนในระลอก 2 อันนี้ก็ต้องอยู่ที่สถานการณ์ในอนาคต”


ปัจจุบันการใช้อัตรากำลังการผลิต (Capacity Utilization) ทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากเดิมที่เคยสูง ซึ่งอุตสาหกรรมเหล็กไทยเผชิญวิกฤตหนักมีอัตราการใช้กำลังการผลิตลดต่ำลงเหลือเพียงประมาณ 28-30% สาเหตุหลักมาจากเหล็กจีนที่ทุ่มตลาด ส่งผลให้ผู้ผลิตในประเทศแข่งขันได้ยากและต้องลดการผลิตลง แม้กระนั้น การลดคนในโรงงานอาจยังไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เพราะยังมีโครงการก่อสร้างจากภาครัฐที่ได้ทยอยเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณการใช้เหล็กในประเทศยังสามารถไปต่อได้

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเหล็กยังคงต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการออกมาช่วยสนับสนุนและควบคุมดูแล เช่น มาตรการปกป้องการถูกทุ่มตลาด และการอุดหนุนรวมถึงการสนับสนุนเรื่องการใช้เหล็ก Local Content