xs
xsm
sm
md
lg

MALEEรุกตลาดเสริมอาหาร-บิวตี้ ชูฐานรับผลิตลดเสี่ยงจากสงคราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360- MALEE ชู ‘มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์’ เสริมทัพ เจาะตลาดเสริมอาหารและความงาม ในกลุ่ม B2B ทั้งเจ้าของแบรนด์และโรงงานการผลิต พร้อมบุกต่างประเทศเต็มกำลัง เผย MALEE มีความหลากหลายในธุรกิจ สามารถปรับตัวรับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางได้ มั่นใจปีนี้รายได้รวมยังเติบโต 10-15% ตามเป้า


นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทปิดรายได้ที่ 7,800 ล้านบาท เป็นไปตามคาดในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ส่วนสำคัญเกิดจากการที่ MALEE ปรับตัวจากผู้ผลิตผลไม้กระป๋อง สู่สินค้าเพื่อสุขภาพตามเทรนด์โลกที่จะเป็นเทรนด์ที่อยู่ได้ยาวนาน

สำหรับปี 2569 นี้ ต้นปีก็เจอสงครามตะวันออกกลางแล้ว โชคดีที่ MALEE มีความหลากหลายในธุรกิจ สามารถบริหารจัดการ ควบคุมต้นทุน และหารายได้ จากภาพรวมธุรกิจที่แบ่งออกเป็น รับจ้างผลิต 66% โอนแบรนด์ 33% และรายได้กว่า 66% อยู่ในประเทศ และ 34% มาจากต่างประเทศ มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

ดังนั้นในปี 2569 นี้ MALEE ตั้งเป้าโตอีก 10-15% โดยเฉพาะในกลุ่มโอนแบรนด์ ซึ่งพร้อมตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ในกลุ่มน้ำผลไม้พรีเมี่ยม ด้วยการนำเสนอสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ออกมา

อย่างไรก็ตามในปี 2569 นี้ บริษัทพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ 'Beyond Fruit to Global Wellbeing' โดยให้ หน่วยงาน Malee Applied Sciences (MAS) เป็น New S-Curve พาบริษัทเติบโตสู่ Global Wellbeing Company ในปี 2571 ซึ่งบริษัทได้ขับเคลื่อน MAS มาตลอด 10 ปี ด้วยงบลงทุนวิจัยและพัฒนากว่า 50 ล้านบาท เริ่มต้นจากการเป็นหน่วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาวัตถุดิบธรรมชาติต่างๆ ที่เหลือจากภาคเกษตร และจากกระบวนการผลิตสินค้าของมาลี ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น 

ปัจจุบัน MAS ได้บ่มเพาะความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ระดับสูง ทั้งด้านเภสัชศาสตร์และเทคโนโลยี จนสามารถวางรากฐานการสร้างนวัตกรรมเชิงลึก สู่การออกแบบสินค้านวัตกรรมที่สร้างมูลค่าและอัตราผลตอบแทนสูง


ดร.ศุกเกียรติ คำบุทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ จำกัด หรือ MAS กล่าวว่า ปัจจุบัน MAS สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ่านนวัตกรรม 2 แพลตฟอร์ม คือ 1.แพลตฟอร์มนวัตกรรมความงาม : คิดค้นนวัตกรรมระบบนำส่งสารที่แม่นยำระดับเซลล์ครอบคลุมตั้งแต่ระดับความลึกของผิวและเส้นผม 5 นวัตกรรม คือ ระบบนำส่งเพื่อปกป้องแสงแดดทำร้ายผิว, ระบบนำส่งเพื่อการฟื้นฟูผิวสู่เม็ดสี, ระบบนำส่งสารผ่านผิวหนังสู่ผิวชั้นลึกเพื่อลดผิวชรา, ระบบนำส่งสารผ่านรูขุมขนและรากผม และนวัตกรรมการห่อหุ้มและนำส่งสารสำคัญที่สกัดจากผลผลิตเหลือใช้ทางการเกษตร

2.แพลตฟอร์มอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร : สร้างนวัตกรรมห่อหุ้มวิตามินและสารอาหารเพื่อผลิตอาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอาหารดูแลสุขภาวะแบบองศ์รวม ตั้งแต่ การห่อหุ้มวิตามินด้วยเทคโนโลยีไลโปโซม (Liposome) , เทคโนโลยีห่อหุ้มสารสกัดจากพืช (Fytosome), กลุ่มจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพ (Biotic) และสารสำคัญเอกลิทธิ์เฉพาะแบรนด์ (Proprietary Blends)


โดยปี 2569 นี้ MAS ได้พัฒนาสินค้าวัตถุดิบที่มีเทคโนโลยีนำส่งสารสำคัญเข้าสู่เซลล์ สำหรับอุตสาหกรรมสกินแคร์ ความงาม และของใช้ส่วนบุคคล ที่จำหน่ายในเชิงพาณิชย์แล้ว 12 รายการ ส่งผลให้ MAS มีศักยภาพที่จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญเข้าแข่งขันในตลาดโลก ในช่วงที่นาโนเทคโนโลยีและเทคโนโลยีชีวภาพในสินค้าวัตถุดิบจะเข้าดิสรัปอุตสาหกรรมความงาม สุขภาพ และสุขภาวะแบบองค์รวมในโลกยุคใหม่ เพื่อรับเทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาวะแบบตรงจุด (Precision Wellness)

ปัจจุบัน MAS มีลูกค้าแบรนด์ไทยกว่า 30 แบรนด์ เช่น MALEE, ศรีจันทร์, Mizumi, Her Hyness และโรงงานผลิตอีก 10 กว่าแห่ง โดยปีนี้จะออกโปรดักส์ใหม่อีก 18 ตัว อาทิ สารสกัดชีวภาพจากผลผลิตเกษตรหมุนเวียน (Upcycled Plant Bioactives) สกัดจากมะพร้าวและสับปะรด เพื่อเจาะอุตสาหกรรมความงามระดับโลก และจะเปิดตัวนวัตกรรมระบบนำส่งสารสำคัญ (Delivery System) สำหรับอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบตรงจุดในระดับเซลล์

บริษัทตั้งเป้าปีนี้ MAS จะมีรายได้เติบโตขึ้น 3 เท่า เทียบกับปีก่อนที่ทำรายได้หลัก มากกว่า 100 ล้านบาท มาจาก 2 ส่วน คือ 1.ซัพพลายอินกริเดี้ยนให้ MALEE และ2. ซัพพลายอินกริเดี้ยนใหัแบรนด์ไทย


ด้านนางสาวเรืองรัตน์ ว่องสุวรรณเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการตลาด บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE กล่าวว่ากลยุทธ์การตลาดของ MAS ในปีนี้ จะเดินหน้าขยายตลาดในประเทศผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายวัตถุดิบนวัตกรรม สู่ผู้ประกอบการและโรงงานผลิต ในกลุ่มสกินแคร์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วประเทศ (B2B) ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าในระดับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และบริการ Tailor-made Delivery System Design สนับสนุนให้คู่ค้าสร้างนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพิ่มจุดขาย และสร้างความแตกต่าง โดดเด่น และยากต่อการลอกเลียนแบบ ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง พร้อมรุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เน้นสร้างการรับรู้ และขยายฐานการส่งออกไปยังตลาดเชิงยุทธศาสตร์อย่าง ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับมาลีกรุ๊ปเติบโต 10-15 ได้ตามเป้าหมายในปี 2569.