xs
xsm
sm
md
lg

สนค.เก็บข้อมูลทำเงินเฟ้อ บอกความจริง ไข่ ผักสด ขยับจากหน้าร้อน ถุงพลาสติก เพิ่มจากต้นทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สนค.สำรวจสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ ที่ตลาดมณีพิมาน เก็บข้อมูลจัดทำดัชนีเงินเฟ้อ คาดเดือน มี.ค.69 ตัวเลขยังไม่ขยับมาก แม้จะมีสงคราม ทำน้ำมันขึ้น แต่ครึ่งเดือนแรกรัฐพยุงราคาไว้อยู่ ส่วนเดือน เม.ย.69 ผลกระทบน่าจะชัดเจนขึ้น ส่วนไข่ไก่ ผักสด ราคาสูงขึ้นตามฤดูกาล อาหารปรุงสำเร็จยังไม่ขยับ แม้ต้นทุนบางส่วนเริ่มขึ้น เผยถุงพลาสติก เริ่มสูงขึ้นแล้ว

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ ณ ตลาดมณีพิมาน (ตลาดเตาปูน) เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ และได้พบปะ รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวิเคราะห์อัตราเงินเฟ้อของไทย โดยเบื้องต้น ประเมินว่า เงินเฟ้อเดือน มี.ค.2569 อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศช่วงครึ่งเดือนแรกยังถูกพยุงจากมาตรการภาครัฐ ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต็อกเดิม ทำให้ราคาสินค้ายังไม่ปรับขึ้นในวงกว้าง และแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในวงจำกัด โดยคาดว่าในเดือน เม.ย.2569 อาจมีผลกระทบชัดเจนขึ้น

สำหรับการตรวจสอบราคาสินค้าและบริการที่ใช้ในการจัดทำดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เช่น ไข่ไก่ ผักสด และอาหารปรุงสำเร็จ พบว่า สินค้ากลุ่มอาหารสดเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดและฤดูกาล โดยผักบางชนิด เช่น ผักชีและมะนาว ปรับราคาสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัดที่กระทบผลผลิต ขณะที่ราคาอาหารปรุงสำเร็จส่วนใหญ่ยังไม่ปรับราคา แม้ว่าต้นทุนบางส่วนจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม โดยผู้ประกอบการมีความกังวลว่า หากราคาก๊าซหุงต้มปรับเพิ่มขึ้น อาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าในระยะต่อไป


นอกจากนี้ ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ เช่น ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในทุกร้านค้า พบว่า มีการปรับราคาสูงขึ้นประมาณ 20-40% ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบการโดยตรง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อภาวะยอดขายที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องปรับตัวและใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น

“การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังเสียงสะท้อนที่แท้จริงจากประชาชน เพื่อให้การกำหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงพาณิชย์ในอนาคต สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที”

อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ขณะที่ผู้ค้าส่วนใหญ่เผชิญต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเสนอให้ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช่วยเพิ่มยอดขาย ปรับปรุงนโยบายภาษี และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงโครงการสวัสดิการแห่งรัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น