SpaceX ของ อีลอน มัสก์ ยื่นเอกสาร IPO แบบลับต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เล็งเปิดตัวในตลาดหุ้นเร็วสุดเดือนมิถุนายน 2568 ด้วยมูลค่ากิจการที่อาจทะลุ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งหากสำเร็จ จะพลิกโฉมภูมิทัศน์ตลาดทุนโลกอย่างถาวร ทั้งยังอาจระดมทุนได้สูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ทุบสถิติ Saudi Aramco ที่เคยครองอันดับหนึ่งมานานกว่าหกปี ขณะที่ Wall Street รายใหญ่เตรียมแถวรับงานพร้อมหน้า
ตามรายงานของสำนักข่าว Bloomberg เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องดังกล่าว ระบุว่า SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ อีลอน มัสก์ ได้ยื่นเอกสารขอเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) แบบเป็นความลับต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) แล้ว ซึ่งการเข้าจดทะเบียนอาจเสร็จสิ้นได้เร็วที่สุดในเดือนมิถุนายน 2568
ตามรายงานของ Bloomberg เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา SpaceX อาจตั้งเป้ามูลค่ากิจการไว้ที่กว่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จะทำให้บริษัทด้านอวกาศแห่งนี้มีมูลค่าสูงกว่า Meta, Tesla และแม้แต่บิทคอยน์ และจะทำให้ SpaceX ติดอันดับหนึ่งในบริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในสหรัฐฯ แซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งตามมูลค่าตลาด ณ ปัจจุบัน
ยิ่งไปกว่านั้น SpaceX ยังอาจระดมทุนได้สูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์จากการทำ IPO ครั้งนี้ ซึ่งมากกว่าสองเท่าของสถิติโลกที่ Saudi Aramco เคยทำไว้ที่ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2562
ปมควบรวม xAI ดัน SpaceX โดดเข้าสมรภูมิ AI
การยื่น IPO ของ SpaceX เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทเพิ่งเข้าซื้อกิจการ xAI สตาร์ทอัปปัญญาประดิษฐ์ของ มัสก์ เอง ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ SpaceX กระโดดเข้าสู่การแข่งขันด้าน AI โดยตรง โดยมีคู่แข่งอย่าง OpenAI, Anthropic และสตาร์ทอัป AI เอกชนรายอื่นๆ
ขณะที่ฝั่ง OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT เพิ่งปิดรอบระดมทุนล่าสุดด้วยเงินทุนที่ตกลงแล้วถึง 1.22 แสนล้านดอลลาร์เมื่อวันอังคาร ส่งผลให้มูลค่ากิจการพุ่งไปที่ 8.52 แสนล้านดอลลาร์
นักลงทุน IPO เตรียมรับบรีฟจากผู้บริหารปลายเดือนนี้
Bloomberg รายงานว่า SpaceX ได้แจ้งแก่นักลงทุน IPO ที่มีศักยภาพให้เตรียมรับการบรีฟจากผู้บริหารของบริษัทปลายเดือนนี้
ในแง่โครงสร้างการถือหุ้น SpaceX กำลังพิจารณาใช้ระบบหุ้นสองประเภท (Dual-Class Share Structure) ซึ่งจะมอบสิทธิออกเสียงในสัดส่วนที่สูงกว่าให้แก่ผู้ถือหุ้นภายใน รวมถึง มัสก์ เอง ทำให้เขายังคงอำนาจควบคุมบริษัทได้แม้หลังการเข้าตลาด โดยคาดว่าจะจัดสรรหุ้นไว้ถึง 30% สำหรับนักลงทุนรายย่อย
สำหรับกระบวนการเข้าจดทะเบียนนี้ ธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำของ Wall Street อย่าง Bank of America, Goldman Sachs, JPMorgan Chase, Morgan Stanley และ Citigroup ต่างคาดว่าจะมีบทบาทในการนำพา SpaceX เข้าสู่ตลาดหุ้น
บิทคอยน์บนบัญชีงบ สัญญาณปริศนาที่ยังไม่คลี่คลาย
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาสำหรับนักลงทุน คือ SpaceX ยังคงถือบิทคอยน์จำนวน 8,285 เหรียญ มูลค่ารวมกว่า 565 ล้านดอลลาร์ในบัญชีงบดุลของบริษัท อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทได้โอนบิทคอยน์ดังกล่าวไปยังที่อยู่กระเป๋าเงินใหม่ ก่อให้เกิดการคาดเดาในวงกว้างว่า SpaceX ยังมีแผนถือครองสินทรัพย์คริปโตนี้ในระยะยาวหรือไม่
ในอีกมิติหนึ่งของตลาด แพลตฟอร์มซื้อขายอย่าง Robinhood และ Kraken กำลังเดินหน้าพัฒนาระบบเสนอขายหุ้นโทเคไนซ์ (Tokenized Shares) บนบล็อกเชน สำหรับบริษัทเอกชนชื่อดังอย่าง SpaceX, OpenAI และอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงหุ้นของบริษัทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้นได้
ด้าน วลาดิมีร์ เทเนฟ ซีอีโอของ Robinhood กล่าวไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ว่า นักลงทุนมีโอกาสเข้าถึงบริษัทเทคโนโลยีเอกชนเหล่านี้ได้น้อยมาก แต่การโทเคไนซ์บนบล็อกเชนอาจช่วยขยายการมีส่วนร่วมของนักลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ OpenAI คาดว่าจะยื่นเอกสาร IPO ในปี 2569 ขณะที่ Anthropic เองก็กำลังสำรวจแนวทางการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน ซึ่งจะทำให้หุ้นของทั้งสองบริษัทสามารถซื้อขายได้ในตลาดทุนปกติในที่สุด