GULF ดึง"JHI" พันธมิตรจากญี่ปุ่น ร่วมลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำPak Lay ที่สปป.ลาว กำลังผลิตติดตั้ง 770 เมกะวัตต์ โดยตัดขายหุ้นPLPC สัดส่วนร้อยละ 51 มูลค่าราว 4.7 พันล้านบาท เสริมความแข็งแกร่งในการพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 บริษัทฯ และ Gulf Hydropower Holdings Private Limited (GHH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้จำหน่ายหุ้นที่ถืออยู่ใน บริษัท Pak Lay Power Company Limited (PLPC) ซึ่งลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay กำลังผลิตติดตั้ง 770 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง เมืองปากลาย แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในสัดส่วนรวมร้อยละ 51 แบ่งเป็นหุ้นที่ถือโดยบริษัทฯ ร้อยละ 40 และหุ้นที่ถือโดย GHH ร้อยละ 11 โดยขายให้แก่ JH INTERNATIONAL B.V. (JHI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง J-Power Investment Netherlands B.V. (บริษัทย่อยของ Electric PowerDevelopment Company Limited (J-Power)) และ Hazama Ando Corporation คิดเป็นมูลค่าขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 144.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่งผลให้โครงสร้างการถือหุ้นของ PLPC ประกอบด้วย GHH ถือหุ้น 49%และ JHI 51%
โครงการ Pak Lay เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่านตลอดปี (Run-of-River) ที่ไม่มีการกักเก็บน้ำในรูปแบบของเขื่อน ประเภทอ่างเก็บน้ำ (Reservoir) และไม่มีการเบี่ยงน้ำออกจากแม่น้ำโขง แต่ใช้การไหลของน้ำตามธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า
การจำหน่ายหุ้นบางส่วนในโครงการ เป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดย J-Power เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระรายใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนา ก่อสร้าง และดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ
ทั้งนี้บริษัทฯ และJ-Power เป็นพันธมิตรทางธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี และได้ร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าหลายโครงการ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในกลุ่มกัลฟ์ เจพี (GJP) และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ขณะที่ Hazama Ando Corporation เป็นหนึ่งในบริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนาและก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านงานวิศวกรรมโยธาการก่อสร้างเขื่อน และโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่
การร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั้งสองรายในโครงการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ รวมทั้งสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในระยะยาว
ทั้งนี้ PLPC ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 29 ปี เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่ กฟผ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2576