สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ประท้วงหน้ากระทรวงพลังงาน ค้านขึ้นราคาน้ำมันเสนอ 7 ข้อเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ปัญหาพลังงานโดยคุมค่าการกลั่นเหลือ2บาท/ลิตร และ ดีเซลไม่เกิน30บาท/ลิตร ตรวจสอบเอาผิดกับโรงกลั่น-นิติบุคคลที่มีการกักตุนน้ำมัน รวมถึงการควบคุมราคาสินค้าต่างๆเพื่อไม่ให้ค่าครองชีพสูงขึ้น
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 เม.ย.2569 สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.)
สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย (สปท.) พร้อมสหภาพแรงงานทุกองค์กรกว่า 100คน มารวมพลังแสดงจุดยืนคัดค้านการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบค่าครองชีพของประชาชน ที่หน้ากระทรวงพลังงาน
พร้อมออกแถลงแถลงการณ์ ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตปัญหาน้ำมันขาดแคลน ราคาแพงและค่าไฟฟ้า ส่งผลให้ราคาสินค้า แพงขึ้น พร้อมข้อเรียกร้องต่อภาครัฐให้เร่งแก้ไขปัญหาด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน ดังนี้
1.ขอให้รัฐบาลควบคุมราคาพลังงาน ลดค่าการกลั่นให้เหลือลิตรละ 2 บาท ยกเลิกการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน ในสถานการณ์เฉพาะหน้าต้องกำหนดราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ต้องบริหารจัดการไม่ให้น้ำมันขาดแคลน รวมทั้งหยุดการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ เพื่อให้น้ำมันเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ และต้องเรียกเงินชดเชยจากกลุ่มทุนที่กักตุนน้ำมันที่ประชาชนเรียกกันว่า ลาภกักตุน-ลาภลอย คืนแก่ประชาชน
2.หยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ดำเนินการเพื่อนำ ปตท.และกิจการโรงกลั่นน้ำมันกลับคืนมาเป็นของรัฐ เพื่อการบริหารจัดการน้ำมันและก๊าซอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน
3.รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลการผลิตและการกลั่นน้ำมันในประเทศและการนำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ประชาชนได้รับทราบว่ามีจำนวนและสัดส่วนเท่าใด
4.รัฐต้องตรวจสอบเอาผิดกับโรงกลั่น บุคคล นิติบุคคล ที่มีการกักตุนน้ำมัน รวมทั้งการปรับขึ้นราคาทั้ง ๆ ที่เป็นน้ำมันสต๊อกเก่าอย่างเร่งด่วน
5.ขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษในการบริหารกิจการพลังงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้มีการควบคุมราคาน้ำมันอย่างจริงจังและการบริหารจัดการกิจการสาธารณะด้านพลังงาน (น้ำมัน) ของประเทศให้ประชาชนได้เข้าถึง อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
6.รัฐต้องมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อควบคุมไม่ให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและป้องกันการซ้ำเติมประชาชนในช่วงวิกฤต
7.ในกิจการไฟฟ้ารัฐต้องยกเลิกสัญญาทาสการซื้อไฟฟ้าที่แพงจากกลุ่มทุนเอกชน เพราะเป็นภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าในราคาที่แพง และให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกลับมาเป็นองค์กรหลักในการผลิตไฟฟ้าให้แก่ประเทศชาติและประชาชน
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนในทุกสาขาอาชีพที่เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสในเวลานี้ ทั้งจากท้องไร่ท้องนา ท้องที่ห่างไกล จนถึงเมืองเล็กเมืองใหญ่ จะได้รับการตอบสนองและแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจจากรัฐบาลและนายกฯ