ปตท.สผ. ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยเริ่มวางประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life สร้างแหล่งปะการังเทียมและจุดดำน้ำแห่งใหม่ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี สร้างรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่น เตรียมขยายผลในการอนุรักษ์ฯในพื้นที่อื่น ๆเพิ่มเติม
นายชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และ นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการจัดวางลานประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life ซึ่งเป็นแหล่งปะการังเทียมและแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ บริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน โดยมีนายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอภิชาติ มีเพียร นายกเทศมนตรีเทศบาลเกาะเต่า นางรำลึก อัศวชิน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน
ลานประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life ประกอบด้วยประติมากรรมรูปสัตว์ทะเลหายาก จำนวน 9 ชิ้น ได้แก่ คู่ตนุ กระเบนจุดฟ้า ครอบครัวเต่า ม้าน้ำ ฉลามวาฬ กระเบนนก ซุ้มเต่า ฉลามหูดำ และโรนัน แต่ละชิ้นมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 2.5 เมตร นอกจากนี้ ยังมีปะการังเทียมรูปแบบใหม่ (Coral Ball) และปะการังเทียมแบบโดม ความสูงเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 เมตร รวมทั้งหมด 93 ชิ้น ซึ่งทั้งหมดผลิตขึ้นจากวัสดุสำหรับทำปะการังเทียมที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำทะเล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้อย่างปลอดภัย
โดยจะถูกนำไปจัดวางบริเวณ Buoyancy World ซึ่งเป็นแหล่งสำหรับการฝึกดำน้ำของเกาะเต่า ห่างจากชายฝั่งประมาณ 100 เมตร ที่ระดับความลึกประมาณ 16 เมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร โดยเริ่มการวางประติมากรรมชิ้นแรกในวันที่ 30 มีนาคม 2569 และทยอยจัดวางชิ้นอื่น ๆ จนกว่าจะแล้วเสร็จ จึงอยากเชิญชวนนักดำน้ำเที่ยวชมลานประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life ที่เกาะเต่าได้ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2569 นี้เป็นต้นไป
นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีภารกิจในการสร้างสมดุลและความยั่งยืนให้กับท้องทะเลไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ การขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยพันธมิตรที่มีอุดมการณ์และความมุ่งมั่นร่วมกัน โดย ปตท.สผ. ได้แสดงเจตจำนงและให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนในครั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลานประติมากรรมใต้ทะเลที่เกาะเต่าแห่งนี้ จะเป็นอีกต้นแบบที่สำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลไทยและสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว
นายชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืน ปตท.สผ. กล่าวว่า โครงการลานประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life ที่เกาะเต่าแห่งนี้ จะมีส่วนช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล พร้อมทั้งสร้างประโยชน์ต่อระบบนิเวศและชุมชนท้องถิ่นในระยะยาว โดยบริษัทจะนำความสำเร็จในครั้งนี้ไปต่อยอดและขยายผลในการอนุรักษ์และส่งเสริมทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่อื่นๆ
ลานประติมากรรมใต้ทะเลแห่งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ปตท.สผ. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า ชมรมรักษ์เกาะเต่า และชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาแหล่งปะการังเทียมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยก่อนที่จะจัดวางลานประติมากรรมใต้ทะเล ปตท.สผ. ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญศึกษาข้อมูลและออกแบบการจัดวางเป็นเวลากว่า 1 ปี ตั้งแต่การออกแบบประติมากรรม การศึกษากระแสน้ำ ความปลอดภัยต่อการสัญจรทางเรือ ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และหลังจากจัดวางแล้วเสร็จ จะทำการติดตามผล เพื่อประเมินการฟื้นตัวของระบบนิเวศ ปริมาณสัตว์น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีแผนพัฒนาแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล โดยการนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมมาจัดวางเป็นโครงสร้างปะการังเทียมบริเวณกว้างในอ่าวไทย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งจะเอื้อให้เกิดระบบนิเวศและแหล่งอาศัยขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำให้กับท้องทะเล และส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืน