xs
xsm
sm
md
lg

ฮ่องกงสะดุดเส้นตายใบอนุญาตสเตเบิลคอยน์ ปักกิ่งแทรกแซงทำแผนสั่นคลอน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



หน่วยงานการเงินฮ่องกง (HKMA) พลาดเป้าออกใบอนุญาตสเตเบิลคอยน์ภายในเดือนมีนาคม 2569 ตามที่เคยประกาศไว้ ขณะที่แรงกดดันจากปักกิ่งยิ่งทำให้เส้นทางสู่การเป็นศูนย์กลางคริปโตระดับโลกของฮ่องกงเต็มไปด้วยหลุมพราง ทั้งแอนต์ กรุ๊ป และเจดี.คอม ต่างถอยหลังจากแผนขอใบอนุญาต หลังธนาคารกลางจีนและหน่วยงานกำกับดูแลไซเบอร์แดนมังกรส่งสัญญาณค้านการปล่อยให้ภาคเอกชนคุมสกุลเงินดิจิทัล กระทบโดยตรงต่อกลยุทธ์ฮ่องกงที่วางเดิมพันไว้กับการกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ในฐานะหัวหอกดึงดูดฟินเทคโลก

ฮ่องกงพลาดเส้นตายมีนาคม 2569 สำหรับการออกใบอนุญาตสเตเบิลคอยน์ฉบับแรก โดยหน่วยงานการเงินฮ่องกง (HKMA) ยืนยันเพียงว่ากระบวนการยังคืบหน้าต่อเนื่อง และจะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็ววัน โดยไม่มีการระบุกรอบเวลาใหม่ที่ชัดเจน

โฆษกของ HKMA แจ้งต่อสื่อว่า หน่วยงานกำลัง "เดินหน้าพิจารณาเรื่องการออกใบอนุญาตอย่างแข็งขัน และจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในโอกาสอันเหมาะสม" ขณะที่ทะเบียนสาธารณะของ HKMA ณ ขณะที่รายงานข่าวนี้ ยังไม่ปรากฏชื่อผู้ออกสเตเบิลคอยน์ที่ได้รับใบอนุญาตแม้แต่รายเดียว

กรอบเวลาเดือนมีนาคมดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นโดยเอ็ดดี้ ยู ผู้บริหารสูงสุดของ HKMA ซึ่งรายงานระบุว่าเขาได้แจ้งต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่าในรอบแรกนั้น จะมีผู้ออกสเตเบิลคอยน์เพียงจำนวนน้อยมากที่จะได้รับการอนุมัติ และการพิจารณาจะมุ่งเน้นไปที่กรณีการใช้งาน การบริหารความเสี่ยง มาตรการป้องกันการฟอกเงิน และสินทรัพย์หนุนหลัง

ทะเบียนรายชื่อผู้ออกเหรียญ Stablecoin ของ HKMA ที่มา: HKMA
ยักษ์ใหญ่แบงกิ้งโลก เอชเอสบีซี-สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ชิงโพล

รายงานก่อนหน้านี้ชี้ว่า เอชเอสบีซี และกิจการที่ได้รับการสนับสนุนจากสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้สมัครแถวหน้าที่มีแนวโน้มได้รับการอนุมัติในรอบแรก แม้ว่า HKMA จะยังไม่ยืนยันรายชื่อผู้สมัครที่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด

ความระมัดระวังของฮ่องกงสะท้อนถึงความเข้มงวดของกรอบกฎเกณฑ์ที่วางไว้ โดยกฎระเบียบสเตเบิลคอยน์ของนครนี้กำหนดให้ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ต้องหนุนหลังทุกโทเคนด้วยสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอย่างครบถ้วน สามารถดำเนินการไถ่ถอนได้ภายในหนึ่งวันทำการ มีสถานที่ตั้งทางกายภาพในฮ่องกง ควบคู่กับมาตรการตรวจสอบตัวตนลูกค้า (KYC) และระบบติดตามธุรกรรมที่ครอบคลุม ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดในระดับแถวหน้าของโลก

การพลาดเส้นตายครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ฮ่องกงกำลังผลักดันการกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ให้เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางคริปโตและฟินเทคระดับโลก

ปักกิ่งกดดัน เขย่าแผนแอนต์-เจดี.คอม

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าผู้เล่นฟินเทครายใหญ่อย่างแอนต์ อินเตอร์เนชั่นแนล กำลังเตรียมยื่นขอใบอนุญาตสเตเบิลคอยน์ในฮ่องกง ขณะที่นครแห่งนี้เพิ่งเปิดตัวระบอบกฎระเบียบใหม่

อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคม 2568 ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่าแอนต์ กรุ๊ป และเจดี.คอม ได้ชะลอแผนการขอใบอนุญาตสเตเบิลคอยน์ในฮ่องกง หลังจากหน่วยงานกำกับดูแลในจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งธนาคารกลางจีน (People's Bank of China) และสำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีน (Cyberspace Administration of China) แสดงความกังวลเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของภาคเอกชน

ทั้งนี้แรงกดดันจากปักกิ่งดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้าม และยิ่งตอกย้ำว่าความทะเยอทะยานของฮ่องกงในการเป็นศูนย์กลางคริปโตโลกนั้น ไม่อาจแยกขาดจากแรงโน้มถ่วงทางการเมืองและนโยบายที่แผ่มาจากปักกิ่งได้อย่างสมบูรณ์