xs
xsm
sm
md
lg

ภูฏานเทขายบิทคอยน์ไม่หยุด โอนเพิ่มอีก 25 ล้านดอลลาร์ ยอดรวมสัปดาห์ทะลุ 1,000 BTC

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รัฐบาลภูฏานเทขายบิทคอยน์ออกต่อเนื่อง ล่าสุดขายเพิ่ม 374.9 บีทีซี หรือราว 25.2 ล้านดอลลาร์ในวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่ยอดโอนรวมในรอบสัปดาห์พุ่งทะลุ 1,000 BTC แล้ว จุดประกายคำถามว่าอาณาจักรมังกรหิมาลัยกำลังเทขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ ซ้ำยังมีสัญญาณว่าการขุดเหมืองอาจหยุดชะงักมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว สถานการณ์นี้ส่งสัญญาณอะไรต่อตลาดบิทคอยน์โลก และอนาคตของยุทธศาสตร์คริปโตระดับชาติของภูฏาน

รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรภูฏานถ่ายโอนบิทคอยน์จำนวน 374.9 บีทีซี มูลค่าราว 25.2 ล้านดอลลาร์ ไปยังที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่ระบุตัวตนในวันอังคารที่ผ่านมา นับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงกระแสเงินทุนที่ไหลออกอย่างต่อเนื่องและเร่งตัวขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชนอย่าง อาร์คแฮม ระบุว่า การโอนครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.28 น. ตามเวลาสากล (UTC) โดยส่งไปยังที่อยู่ที่ขึ้นต้นด้วย "bc1q0" ซึ่งอาร์คแฮมได้เริ่มติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลของราชอาณาจักรมังกรในเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2567

นักวิเคราะห์จาก ออนเชน เลนส์ ตั้งข้อสังเกตว่า ที่อยู่ปลายทางดังกล่าวเคยโอนบิทคอยน์ที่ได้รับจากภูฏานต่อไปยัง กาแลคซี ดิจิทัล บริษัทบริหารจัดการลงทุนรายใหญ่ สะท้อนนัยยะว่ารัฐบาลภูฏานอาจอยู่ระหว่างกระบวนการขายสินทรัพย์ดิจิทัล แม้เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการโอนครั้งนี้ยังคงไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

เมื่อรวมยอดโอนบิทคอยน์ทั้งหมดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จาก ลุคออนเชน ชี้ว่า ตัวเลขรวมจากที่อยู่กระเป๋าเงินที่ติดป้ายชื่อรัฐบาลภูฏานทะลุหลัก 1,000 BTC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้มีการโอน 519.7 BTC เมื่อวันที่ 25 มีนาคม และอีก 123.7 BTC เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งในการโอนครั้งหลัง หนึ่งในที่อยู่ปลายทางมีความเชื่อมโยงกับ คิวซีพี แคปิทัล บริษัทเทรดดิ้งชื่อดัง

การถือครองเหรียญบิทคอยน์ที่ผ่านมาของของภูฏาน ที่มา : อาร์คัม
สำหรับสินทรัพย์คงเหลือ อาร์คแฮมรายงานว่า ณ ปัจจุบัน ภูฏานยังถือครองบิทคอยน์อยู่ราว 3,954 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 263.9 ล้านดอลลาร์ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากจุดสูงสุดที่เคยถือครองกว่า 13,000 BTC ในเดือนตุลาคม 2567 และในปีนี้เพียงปีเดียว ยอดถือครองได้ลดลงไปแล้วกว่า 2,000 BTC

"ขุดเหมือง" แทนการยึดทรัพย์

ตามข้อมูลของ Bitcoin Treasuries ระบุว่าบิทคอยน์ทั้งหมดของภูฏานอยู่ภายใต้การดูแลของ ดรุก โฮลดิ้ง แอนด์ อินเวสต์เมนต์ส กองทุนการลงทุนแห่งรัฐของประเทศ ซึ่งทำให้ภูฏานติดอันดับผู้ถือครองบิทคอยน์ระดับรัฐชาติรายใหญ่อันดับที่ 7 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา จีน (190,000 บีทีซี) สหราชอาณาจักร (61,245 บีทีซี) ยูเครน (46,351 บีทีซี) เอลซัลวาดอร์ (7,607 บีทีซี) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (6,420 บีทีซี)

อย่างไรก็ดีสิ่งที่ทำให้ภูฏานโดดเด่นแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในรายชื่อนี้อย่างสิ้นเชิง คือวิธีการสะสมบิทคอยน์ ขณะที่หลายประเทศได้บิทคอยน์มาจากการยึดทรัพย์คดีอาชญากรรม ภูฏานเลือกเส้นทางขุดเหมืองเพื่อสร้างทุนสำรองของตนเอง โดยใช้ศักยภาพพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำอันอุดมสมบูรณ์เป็นแต้มต่อ ขับเคลื่อนการขุดเหมืองบิทคอยน์ในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม สัญญาณน่ากังวลปรากฏให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีเสียงคาดเดาในแวดวงผู้เชี่ยวชาญว่ารัฐบาลภูฏานอาจหยุดการขุดเหมืองไปแล้ว เนื่องจากตามข้อมูลของอาร์คแฮม บิทคอยน์ที่ไหลเข้าล่าสุดในมูลค่าเกิน 100,000 ดอลลาร์ เกิดขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งปีที่แล้ว คำถามที่ตามมาคือ ราชอาณาจักรมังกรน้อยแห่งหิมาลัยกำลังปรับยุทธศาสตร์คริปโตของตนอย่างเงียบๆ หรือนี่คือสัญญาณของการถอยออกจากตลาดที่ผันผวนนี้อย่างแท้จริง