บอร์ด “สมอ.” อนุมัติ 10 มาตรฐานดิจิทัล ยกระดับเกษตรอัจฉริยะ พร้อมแนะภาครัฐใช้จัดซื้อจัดจ้าง หนุนผู้ประกอบการผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐาน
นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบมาตรฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล จำนวน 10 มาตรฐาน เช่น มาตรฐานวิธีทดสอบความแม่นยำและระบบนำร่องด้วยดาวเทียมของรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรเพื่อการเกษตรและการป่าไม้ มาตรฐานโมเดลจำลองเสมือนจริงแบบเรียลไทม์ (Digital Twin) มาตรฐานป้องกันการทำงานผิดปกติสำหรับระบบควบคุมและระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม และมาตรฐานระบบวิเคราะห์แนวโน้มตลาดและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของการผลิตอัจฉริยะ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรกลทางการเกษตร อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุข อุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค
สอดคล้องตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการผลักดันให้ทุกภาคส่วนใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในภาคการเกษตร เช่น ปุ๋ย น้ำมัน และแรงงาน เป็นต้น
รวมทั้งยังเป็นการยกระดับภาคการเกษตร ไปสู่ “เกษตรอุตสาหกรรม” ด้วยองค์ความรู้เชิงอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพสูงและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้
นอกจากนี้ บอร์ด สมอ. ยังได้มีมติเห็นชอบมาตรฐานอื่น ๆ อีก 57 มาตรฐาน เช่น มาตรฐานอุปกรณ์ป้องกันสำหรับศิลปะการต่อสู้ มาตรฐานเตียงเด็กเล็ก มาตรฐานวิทยาการหุ่นยนต์ มาตรฐานระบบแจ้งเตือนการชนอัตโนมัติขั้นสูง มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ และมาตรฐานการป้องกันภายนอกสำหรับรถยนต์นั่ง เป็นต้น
นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า มาตรฐานวิธีทดสอบความแม่นยำและระบบนำร่องด้วยดาวเทียมของรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรเพื่อการเกษตรและการป่าไม้ เป็นหลักเกณฑ์การทดสอบเพื่อให้ได้ความแม่นยำของระบบระบุตำแหน่งและระบบนำร่อง เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ระบุตำแหน่งและระบบนำร่องอัตโนมัติ โดยรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อตรวจสอบความแม่นยำและความสามารถในการวิ่งอัตโนมัติของรถแทรกเตอร์ ทั้งในการวิ่งทางตรง ทางโค้ง และการเลี้ยวกลับ เมื่ออุปกรณ์มีความแม่นยำสูง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในแปลงเกษตร ลดปัญหาการไถซ้ำหรือการเก็บเกี่ยวในแนวเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ เช่น ไร่อ้อยและแปลงข้าวโพด ที่ต้องอาศัยการวางแนวการทำงานอย่างเป็นระบบและมีความแม่นยำสูง เป็นต้น
สมอ. เร่งผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน พิจารณาจัดซื้อจัดจ้างเครื่องจักรกลการเกษตรจากผู้ประกอบการที่มีรายงานผลการทดสอบ (Test Report) ที่ระบุวิธีทดสอบตามมาตรฐานดังกล่าว รวมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการที่พัฒนาสินค้าได้ตามมาตรฐาน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพ นำไปสู่การยกระดับภาคการเกษตรของไทยสู่เกษตรอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนต่อไป