นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้น ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มคลี่คลายเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ผู้นำของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเตรียมถอนกำลังทหารออกจากอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-on อีกครั้ง สะท้อนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนที่ผ่านมา และตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ เช่น เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ก็ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน
สำหรับปัจจัยบวกภายในประเทศ มาจากความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ รายชื่อแล้ว และมีกำหนดการที่ชัดเจน โดยนายกรัฐมนตรีจะนำ ครม. ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 6 เม.ย. และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เม.ย. ซึ่งถือเป็นไทม์ไลน์ที่รวดเร็ว
หลังจากรัฐบาลเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเห็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ ๆ ทั้งมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน, การดูแลราคาพลังงาน และการเร่งรัดการลงทุนทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยต่อไป
โดยให้กรอบแนวต้านที่ 1,480 - 1,500 จุด และแนวรับที่ 1,450 จุด