“พิพัฒน์” ย้ำสงกรานต์นี้ รถ บขส.-รถร่วมฯ ตรึงราคาเดิม ขบ.ดึงเงิน กปถ.ช่วยอุดหนุน ส่วนมาตรการ "ชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมัน 4 กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง เริ่มไม่ทัน 1 เม.ย. รอปรับตัวเลขหลังราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด รอ ครม.6 เม.ย.เคาะแพกเกจช่วยเหลือรวม
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 กระทรวงคมนาคมมีนโยบายตรึงราคาค่าโดยสารรถสาธารณะไว้ในระดับเดิมจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะนำเงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เข้ามาชดเชยส่วนต่างราคาให้ผู้ประกอบการ ซึ่งจะครอบคลุมรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และรถร่วม บขส. หมวด 2 และ 3
ส่วนที่จะมีการปรับขึ้นค่าโดยสาร สำหรับรถโดยสารประจำทางหมวด 2 (เส้นทางที่มีต้นทางจากกรุงเทพมหานครไปยังต่างจังหวัด) และหมวด 3 (เส้นทางระหว่างจังหวัดที่ไม่มีกรุงเทพมหานครเป็นต้นทางปลายทาง) ทางอธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้รายงานมาแล้วว่าขอปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่รอด โดยจะเป็นการปรับอัตราในลักษณะขั้นบันได โดยขึ้นค่าโดยสาร 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรตามเพดานตารางค่าโดยสารที่กำหนดตามอัตราราคาน้ำมัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
สำหรับมาตรการของกระทรวงคมนาคมที่จะชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมันให้ภาคการขนส่ง เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ให้บริการ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ รถบรรทุกไม่ประจำทางตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป สนับสนุนน้ำมัน 6 บาท/ลิตร, รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ (บขส./รถร่วมฯ) หมวด 2 และ 3 สนับสนุนน้ำมัน 4 บาท/ลิตร, รถโดยสารขนาดเล็ก (รถสองแถว/ตู้) หมวด 4 สนับสนุน 300 บาท/คัน/วัน และรถจักรยานยนต์รับจ้าง, ไรเดอร์ สนับสนุน 300 บาท/คัน/เดือน เป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งเดิมจะให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่าอาจจะยังไม่ทัน และมีการปรับรื้อตัวเลขการอุดหนุนให้เหมาะสมเนื่องจากราคาน้ำมันยังเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือโดยทางกระทรวงการคลังจัดทำเป็นแพกเกจ และรูปแบบการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือมาตรการคนละครึ่ง โดยในช่วงเย็นวันที่ 6 เม.ย. 2569 ภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จแล้วจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะมีการหารือและพิจารณาเรื่องเร่งด่วนวิกฤตพลังงานและมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ออกมา