นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(31มี.ค.69)ที่ระดับ 32.86 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.70-33.00 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในลักษณะ Sideways ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อกว่าคาด
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Conference Board Consumer Confidence) และดัชนีภาคธุรกิจของบรรดา FED สาขาต่างๆรวมถึงรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง (ทำให้การประเมินแนวโน้มของตลาดการเงิน ควรมองเป็น Scenario Analysis ตามที่เราได้วิเคราะห์แต่ละ Scenario ในสัปดาห์ก่อนหน้า)
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า ความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อกว่าคาด อาจกดดันให้ เงินบาท (USDTHB) อ่อนค่าลงทดสอบ หรือ ทะลุโซนแนวต้าน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ทว่า เราย้ำว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญการเคลื่อนไหวผันผวนสูง แบบ Two-Way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางอย่างรวดเร็วและรุนแรง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งต้องจับตา แนวโน้มการเจรจาหยุดยิงและยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึง ความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะยกระดับการปฏิบัติการทางทหาร เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้ฝั่งอิหร่านกลับมาเจรจามากขึ้นได้
ทั้งนี้ แม้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงบ้าง ทว่า เงินบาทเริ่มมีโซนแนวต้านแถว 33.00-33.05 บาทต่อดอลลาร์ ตามแรงขายของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ทั้งฝั่งผู้ส่งออกและบรรดาผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะ Short THB (มองเงินบาทอ่อนค่าลง) นอกจากนี้ เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ ต่างรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มเติม ซึ่งในสัปดาห์นี้จะมีการทยอยรับรู้ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจปรับนโยบายการเงินของ FED โดยหากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาดชัดเจน อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED มากนัก ทำให้การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ (และการอ่อนค่าของเงินบาท) อาจชะลอลงได้บ้าง
ส่วนในกรณีที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มมีแนวโน้มทยอยคลี่คลายลงได้ หรือมีประเด็นที่ทำให้ ผู้เล่นในตลาดมีความหวังต่อโอกาสที่สถานการณ์จะทยอยคลี่คลายลง เงินบาทมีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นได้ไม่ยาก ทว่า โซนแนวรับของเงินบาทอาจอยู่ในช่วง 32.65-32.75 บาทต่อดอลลาร์ ก่อน (โซนแนวรับถัดไป 32.40-32.50 บาทต่อดอลลาร์)