รัฐบาลเอลซัลวาดอร์เดินหน้าสะสมบิทคอยน์วันละ 1 เหรียญอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดเผยข้อมูลทางการจากสำนักงานบิทคอยน์แห่งชาติ ยืนยันปริมาณสำรองเชิงยุทธศาสตร์พุ่งทะลุ 7,605 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าตลาดกว่า 506 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำรองระดับประเทศ นับตั้งแต่ประกาศให้บิทคอยน์เป็นเงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในปี 2564 เอลซัลวาดอร์ยังคงซื้อสะสมอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดแม้กระแสความผันผวนของตลาดคริปโตจะยังคงรุนแรง
สำนักงานบิทคอยน์ (Bitcoin Office) ซึ่งเป็นหน่วยงานทางการของรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ เผยแพร่ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคลังสำรองบิทคอยน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยยืนยันว่าปริมาณสะสมทั้งหมดได้ทะลุแนว 7,600 เหรียญแล้ว โดยตัวเลขที่แม่นยำอยู่ที่ 7,605.37 บิทคอยน์ คิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาด ณ ขณะนี้ประมาณ 506 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลที่เปิดเผยยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการสะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยในรอบ 7 วันที่ผ่านมา เอลซัลวาดอร์เพิ่มบิทคอยน์เข้าคลังสำรองอีก 8 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 531,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในกรอบเวลา 30 วัน ยอดสะสมสุทธิเพิ่มขึ้น 31 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าเพิ่มเติมกว่า 2.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความสม่ำเสมอในการดำเนินนโยบาย แม้ตลาดคริปโตจะยังคงแกว่งตัวในกรอบกว้าง
เมื่อพิจารณารายละเอียดธุรกรรมพบว่า เอลซัลวาดอร์ซื้อบิทคอยน์แทบจะทุกวันอย่างเป็นระบบในช่วง 6 วันที่ผ่านมา โดยแต่ละครั้งซื้อในปริมาณ 1 บิทคอยน์ต่อวัน ในราคาที่แตกต่างกันตามสภาวะตลาด ตั้งแต่ประมาณ 65,600 ดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึง 70,846 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ โดยธุรกรรมล่าสุดซึ่งเป็นการซื้อ 1 บิทคอยน์เช่นเดิม เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 16 ชั่วโมงก่อนหน้า
ย้อนกลับไปในปี 2564 เอลซัลวาดอร์สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นประเทศแรกของโลกที่ให้การรับรองบิทคอยน์เป็นเงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย นับจากนั้นรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี นายิบ บูเกเล ก็ไม่เคยหยุดนิ่งในการขยายคลังสำรอง ด้วยการซื้อสะสมอย่างสม่ำเสมอผ่านโปรแกรมที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่วันละ 1 บิทคอยน์ กลยุทธ์ดังกล่าวได้รับการจับตาจากนานาประเทศในฐานะแบบจำลองนโยบายสำรองสินทรัพย์ดิจิทัลระดับรัฐที่กล้าหาญและแหวกแนวที่สุดในโลก