xs
xsm
sm
md
lg

“ไทยดม” ยาดมยุคใหม่ เขย่าวงการ Marketing! เมื่อ “พีท-แก้มบุ๋ม” ดึง “โซล-โมเน่” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์ ดันยอดขายทะลุ 1 ล้านกระปุก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เรียกได้ว่าเป็นการขยับตัวที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในตลาด FMCG โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาดม เมื่อแบรนด์ “ไทยดม” (Thaidom) ภายใต้การนำของ “พี่พีท-กันตพร หาญพาณิชย์” และ “แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย” ได้จัดงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ยาดมแบบเดิมๆ ให้กลายเป็น Lifestyle Item ที่เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน

กลยุทธ์การตลาด: เปลี่ยน Perception จาก “ของคนมีอายุ” สู่ “ไอเท็มสุดชิคของวัยรุ่น”
หัวใจสำคัญของแบรนด์ “ไทยดม” คือการทำลายภาพจำเดิมๆ ที่ว่ายาดมเป็นสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ โดยคุณพีทเผยว่าต้องการเปลี่ยน Perception ให้ยาดมดูวัยรุ่นและทันสมัยมากขึ้น ผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ในโทนสีชมพูสุดสดใส และการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ “น้องบูดี้” ร่วมกับ Thai Artist เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ
พรีเซนเตอร์กลยุทธ์: “โซล - โมเน่” พลังความสดใสที่เชื่อมโยงทุกวัย

การดึงตัว “น้องโซล - น้องโมเน่” ลูกสาวสุดน่ารักของแม่เมย์และพ่อแซก มาเป็นพรีเซนเตอร์ ไม่ได้เป็นเพียงการใช้ความน่ารักมาดึงดูดเท่านั้น แต่เป็นความตั้งใจของเจ้าของแบรนด์ที่ชื่นชอบในครอบครัวนี้เป็นทุนเดิม ซึ่งผลตอบรับนั้นดีเยี่ยมเกินคาด เพราะความไร้เดียงสาและความเป็นธรรมชาติของทั้งคู่สะท้อนภาพลักษณ์ความเฟรนด์ลี่ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน จนมียอดขายทะลุ 1 ล้านกระปุก ไปเป็นที่เรียบร้อย

Gamification & Collectible Item: สร้างความสนุกให้กับการซื้อ
ไทยดมยกระดับสินค้าให้กลายเป็นของสะสม (Collectible Item) ผ่านกลยุทธ์ที่น่าสนใจ: การ์ดสะสม (Trading Cards): มีให้สะสมถึง 64 แบบ โดยเป็นการสุ่ม (Random) ในแพ็คเกจ 3 ชิ้น ซึ่งภาพในการ์ดมาจากฝีมือการถ่ายของ "แม่เมย์" เอง ทำให้มีความหมายและคุณค่าทางจิตใจสูง Gold Card (การ์ดทองคำ): มีเพียง 20,000 ชุดเท่านั้น โดยผู้ที่สะสมการ์ดครบทั้ง 64 แบบ สามารถนำมาแลก "การ์ดเบอร์ 0" ซึ่งเป็นการ์ดทองคำสุด Exclusive ได้จากทางแบรนด์ DIY Sticker: มอบสติกเกอร์รุ่น Limited สำหรับตกแต่งกระปุกยาดม เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว (Personalization) ของผู้บริโภค

มาตรฐานและการจัดจำหน่าย: หัวใจคือคุณภาพและการเข้าถึง
แม้ภาพลักษณ์จะดูสนุกสนาน แต่ "ไทยดม" ให้ความสำคัญกับคุณภาพในระดับสากล: โปรดักต์: เป็นสมุนไพรแท้ 100% โดยคุณแก้มบุ๋มเป็นผู้คัดเลือกกลิ่นหลักอย่าง "การบูร" ด้วยตัวเอง มาตรฐาน: ผลิตจากโรงงานยาที่ได้มาตรฐาน GMP (PIC/S) และ ISO 9001 เพื่อความปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจ

ช่องทางขาย: เน้นการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างผ่าน 7-Eleven กว่า 16,000 สาขา ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทาง E-commerce อย่าง Shopee, TikTok และ Lazada
การเติบโตของ "ไทยดม" เป็นการนำสินค้าดั้งเดิมมาปัดฝุ่นใหม่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ผสานกับการใช้พรีเซนเตอร์ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และการวางกลยุทธ์ Collectible ที่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างลงตัว พร้อมกับแรงสนับสนุนจากช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งอย่าง 7-Eleven กว่า 16,000 สาขา ผสานกับวิสัยทัศน์ที่เน้นความยั่งยืนและการสนับสนุนศิลปินไทย ทำให้ "ไทยดม" ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยาดมที่ผ่านตาในกระแส แต่คือแบรนด์ที่กำลังนิยามภาพจำใหม่ของสมุนไพรไทยให้ดูสง่างามและเข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน

ท้ายสุด จากการสัมภาษณ์ “คุณพีท กันตพร ภายในงาน เผยให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของ "ไทยดม" ไม่ใช่เพียงแค่การทำสินค้าตามกระแส แต่คือการมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของสมุนไพรไทย โดยมุมมองเชิงกลยุทธ์ตั้งแต่ การปรับ Perception เพื่อขยายฐานลูกค้า: คุณพีทระบุว่า ยาดมในมุมมองเดิมมักถูกจำกัดอยู่ที่กลุ่มผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริง คนทุกช่วงวัยต่างก็มีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้สดชื่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่และการดึง Thai Artist มาสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ "น้องบูดี้" จึงเป็นการทำเพื่อให้ยาดมดูทันสมัยและเข้าถึงไลฟ์สไตล์วัยรุ่นได้มากขึ้น มาตรฐานการผลิตคือความเชื่อมั่น: แม้ภาพลักษณ์จะดูเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ แต่คุณพีทให้ความสำคัญกับ "Quality First" โดยเลือกผลิตจากโรงงานยาที่ได้มาตรฐานระดับสากลทั้ง GMP (PIC/S) และ ISO 9001 เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจของผู้บริโภค และความเป็น Soft Power ในอนาคต: โดยป้าหมายที่ลึกไปกว่ายอดขาย คือความตั้งใจที่จะผลักดันให้ "ยาดมไทย" กลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ของประเทศ ที่สามารถส่งออกเสน่ห์แบบไทยๆ ไปยังระดับอินเตอร์ได้อย่างภาคภูมิ