กรุงเทพประกันชีวิตชี้ธุรกิจประกันชีวิตยังโตต่อเนื่องแม้เผชิญความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง ตั้งเป้าเบี้ยปีแรกโตแซงอุตสาหกรรม3.5% รับแรงหนุนจาก Medical Inflation สังคมสูงวัย และสิทธิประโยชน์ทางภาษี พร้อมโชว์ปี 68 ผลงานแกร่ง เบี้ยปีแรกโต 14% พร้อมเดินหน้าวิสัยทัศน์ใหม่ “เป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ” และต่อยอดแบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” รับโจทย์ผู้บริโภคยุค Longevity
นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมประกันชีวิตในปีหน้าคาดว่าจะเติบโตประมาณ 2.5% โดยกรุงเทพประกันชีวิตตั้งเป้าอัตราการเติบโตของเบี้ยปีแรกอยู่ที่ประมาณ 7-9%อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางคาดว่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจประกันชีวิต ทำให้ต้องประเมินสถานการณ์ไปอีกครั้ง แต่เชื่อว่าเบี้ยประกันภัยรับปีแรกยังคงเติบได้สูงกว่าอุตสาหกรรมหรือประมาณ 2.5-3.5%
ทั้งนี้การเติบโตในปีนี้น่าจะมีปัจจัยสนับสนุนในเรื่องการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล หรือ Medical Inflation ที่อยู่ประมาณ 10% ต่อปี และการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ทำให้มีการตื่นตัวเรื่องความจำเป็นในการวางแผนการเงินมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีที่ภาครัฐให้กับประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง ก็มีหลายปัจจัยที่สนับสนุน
“ถามว่าภาคธุรกิจประกันชีวิตจะได้รับผลกระทบไหม ก็ได้รับผลกระทบแน่นอน แต่ก็ยังเชื่อว่าโดยพื้นฐานแล้ว ด้วยความจำเป็นและความสำคัญของประกันชีวิต ยังมีคนเห็นความสำคัญอยู่“นายโชนกล่าว
กรุงเทพประกันชีวิตโชว์ปี68เบี้ยปีแรกโต 14%
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ใส่ใจ : More Engagement, More Happiness” โดยสะท้อนผ่านทั้งตัวเลขด้านความพึงพอใจของลูกค้า การเติบโตของช่องทางดิจิทัล ยอดขายเบี้ยประกันปีแรก และการขยายตัวของทีมตัวแทนอย่างต่อเนื่อง โดยเบี้ยประกันปีแรกเติบโต 14% แบ่งเป็นการเติบโตผ่านช่องทางตัวแทน 12% ช่องทางธนาคาร หรือ Bancassurance 13% และช่องทางทางเลือกอื่นเพิ่มขึ้น 25% ซึ่งถือเป็นช่องทางที่มีการขยายตัวสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าว
ขณะที่ระดับความพึงพอใจของลูกค้า หรือ CSAT อยู่ที่ 98.2% และจำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Happy Life ต่อเดือน เพิ่มขึ้น 38% สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับบริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มากขึ้น นอกจากนี้กรุงเทพประกันชีวิตยังเดินหน้าขยายเครือข่ายฝ่ายขายอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนตัวแทนใหม่เพิ่มขึ้น 20% และจำนวนตัวแทนใหม่ที่ยังมีผลงานอย่างต่อเนื่อง หรือ Active New Agents เพิ่มขึ้น 25%
นายโชนกล่าวว่าอีกว่า ในปีนี้แนวทางการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากวิธีคิดขององค์กร จะถูกทำให้ชัดขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการ “เป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ” หรือ Be the Most Caring Life Insurance Company ซึ่ง “ความใส่ใจ” ไม่ได้หมายถึงเพียงการบริการที่ดี แต่หมายถึงความสามารถในการมองเห็นชีวิตลูกค้าในมิติที่ลึกขึ้น
นอกจากนี้ยังได้กำหนดทิศทางองค์กรเพื่อให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนเร็วมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนระมัดระวังมากขึ้นกับการวางแผนระยะยาว และ โครงสร้างชีวิตที่ผู้คนจำนวนมากต้องอยู่กับช่วงชีวิตหลังเกษียณที่ยาวขึ้น ขณะเดียวกัน ต้นทุนด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายการดูแลระยะยาวสูงขึ้น อีกทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน ก็แตกต่างกัน นี่คือเหตุผลที่กรุงเทพประกันชีวิตในวันนี้ต้องปรับบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยมุมมองคุณภาพของชีวิตภายใต้คำว่า longevity การมีอายุยืนขึ้นจะมีความหมายต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีครบ 4 มิติ คือ สุขภาพ หรือ กายฟิต การมีสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงและมีการดูแลที่เหมาะสม ความมั่นคงทางการเงิน หรือ เงินพร้อม การสร้างความมั่นคงทางการเงินพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีอิสระในการใช้ชีวิตจากการวางแผนชีวิตระยะยาวเอาไว้ ความสมดุลทางใจ หรือ ใจสมดุล มีความสบายใจ พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงชีวิต และ ความสัมพันธ์ที่ดี กับ ครอบครัว คนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ชูแบรนด์แคมเปญใหม่ฮีโร่“ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง“
ด้านนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า เปิดเผยถึงแนวทางการสื่อสารแบรนด์กรุงเทพประกันชีวิตในปีนี้ว่า จากการที่กรุงเทพประกันชีวิตได้ทำ research อย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ insights ที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคยุค longevity สิ่งสำคัญคือการมีชีวิตอยู่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้ได้นานที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากสำหรับการมีอายุยืนยาวขึ้นเมื่อสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ กรุงเทพประกันชีวิตจึงมองว่า ความใส่ใจจะยั่งยืนที่สุด ถ้าสามารถเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน จึงจะทำให้มีชีวิตที่ดีได้ทั้งตัวเราเองและคนรอบข้าง แนวคิดดังกล่าว จึงนำมาซึ่งแบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” ที่ต่อยอดมาจากแคมเปญ“ใส่ใจ” ในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะสื่อสารผ่านกิจกรรม ที่หลากหลายตลอดทั้งปีรวมทั้งสร้างการรับรู้ผ่านหนังโฆษณาในมุมความสัมพันธ์ของพ่อ แม่ ที่ทำทุกสิ่งเพื่อลูก ซึ่งเป็นการเล่าความเสียสละเพื่อคนอื่นที่ชัดเจนที่สุด
“เราถ่ายทอดความคิดของ brand และสื่อสารออกไปผ่านหนังโฆษณา เพื่อจะบอกกับทุกคนที่ต่างมีภาระหน้าที่เพื่อคนอื่น ซึ่งเปรียบเสมือนยอดมนุษย์ของใครบางคน ให้หันมา “ใส่ใจตนเองเพื่อให้มีชีวิตที่ดี” start from self-care for yourself & loved ones. ยอดมนุษย์ คือ สัญลักษณ์ของการเสียสละ ทำได้ทุกอย่างเพื่อทำให้คนที่เรารักมีชีวิตที่ดี มีความสุขที่สุด แต่มุมคนที่เรารักจริงๆ แล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานๆ ซึ่งภาพนี้จะสมบูรณ์ได้ คือ การที่เราแบ่งเวลามาดูแลใส่ใจตัวเราเองบ้าง” นางสาวอรนาฎ กล่าวพร้อมเพิ่มเติมว่า