xs
xsm
sm
md
lg

"ลิงดำ" โต้ข้อกล่าวหา ปล่อย EP 2 ยัน "ไม่พบหลักฐาน" เสียหาย 1,386 ล้าน จี้สังคมฟังความจริงก่อนตัดสิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


นายวรวัฒน์ นาคแนวดี (Acme Traderist หรือ แอ็คมี่ วรวัฒน์ หรือ ลิงดำ)
กลางกระแสข้อกล่าวหาที่ถาโถมต่อโครงการเหรียญ ACT นายวรวัฒน์ นาคแนวดี (Acme Traderist หรือ แอ็คมี่ วรวัฒน์ หรือ ลิงดำ) ผู้ก่อตั้งเหรียญ ACT ออกโรงโต้ข้อกล่าวหาด้วยวิดีโอชุด "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" ตอนที่ 2 ตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของตัวเลขความเสียหาย 1,386 ล้านบาท ผลตอบแทนอ้าง 500 เท่า และจำนวนผู้เสียหายกว่า 1,000 ราย โดยระบุว่าข้อมูลเหล่านั้นยังไม่มีหลักฐานรองรับแม้แต่ชิ้นเดียว ขณะที่ผู้ถือเหรียญ 371 รายเดินหน้ายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานชี้แจงถึง 4 หน่วยงาน เพื่อยืนยันตัวตนในฐานะผู้ใช้งานจริง ไม่ใช่เหยื่อ

นับแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 เป็นต้นมา กระแสข่าวเกี่ยวกับโครงการเหรียญดิจิทัล ACT หรือ AC Asset ได้ปะทุขึ้นในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว พร้อมตัวเลขความเสียหายที่ถูกหยิบยกอ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้เลือกที่จะไม่นิ่งเฉย

ผู้ก่อตั้งเหรียญ ACT ออกมาเผยแพร่วิดีโอชุด "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" ตอนที่ 2 เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียในประเด็นที่สังคมสงสัยและชี้แจงข้อกล่าวหา โดยประเด็นหลักของการชี้แจงครั้งนี้ คือการตั้งคำถามต่อความถูกต้องของข้อมูล 3 ชุดหลัก ได้แก่ ความเสียหายที่ถูกอ้างว่าสูงถึง 1,386 ล้านบาท ผลตอบแทนที่มีการพูดถึงว่าสูงถึง 500 เท่า และจำนวนผู้เสียหายที่ระบุว่ามีมากกว่า 1,000 ราย

ลิงดำ ระบุอย่างชัดเจนว่า นับตั้งแต่เกิดประเด็นข่าว ยังไม่มีหลักฐานใดถูกนำเสนอต่อเขาเพื่อยืนยันตัวเลขเหล่านั้น และในทางกลับกัน สิ่งที่ "มองเห็นอยู่จริง" คือกลุ่มผู้ถือครองเหรียญ ACT จำนวนมากที่ต้องเผชิญกับการถูกดูหมิ่น ข่มขู่ และโจมตีทางออนไลน์ เพียงเพราะตัดสินใจถือสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดนี้ไว้ในครอบครอง กลุ่มคนเหล่านี้ต่างหากที่เขามองว่าคือ "ผู้ได้รับผลกระทบที่แท้จริง" จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เหรียญ ACT สถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากคริปโตทั่วไป

หัวใจของการชี้แจงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปฏิเสธตัวเลข หากแต่เป็นการอธิบายโครงสร้างพื้นฐานของเหรียญ ACT ซึ่งผู้ก่อตั้งยืนกรานว่าแตกต่างจากโครงการคริปโตทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

ACT ถูกออกแบบภายใต้หลักการ Zero Initial Supply หรือการไม่สร้างเหรียญสำรองล่วงหน้า ซึ่งหมายความว่าไม่มีการจัดสรรเหรียญให้ทีมงานผู้พัฒนา ไม่มีการเสนอขายเหรียญต่อประชาชนในรูปแบบ ICO ไม่มีการระดมทุนจากนักลงทุนรายใด และเหรียญทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านสัญญาอัจฉริยะบนระบบบล็อกเชน โดยผู้ใช้งานเป็นผู้ดำเนินธุรกรรมด้วยตนเองทุกขั้นตอน ระบบยังไม่มีค่าคอมมิชชัน ไม่มีค่าแนะนำสมาชิก และไม่มีการแบ่งรายได้จากการลงทุนของผู้อื่น

ผู้ก่อตั้งระบุเพิ่มเติมว่า ACT ใช้เวลากว่า 4 ปีในการสะสมอุปทาน และจะมีอายุครบ 5 ปีในเดือนสิงหาคม 2569 ปัจจุบันมีผู้ถือครองเหรียญทั่วโลกมากกว่า 170,000 วอลเล็ต และมีปริมาณการซื้อขายสะสมผ่านระบบตลาดแบบไม่มีตัวกลาง หรือ DEX สูงถึงราว 18,603 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ถูกยกมาเพื่อชี้ให้เห็นว่า ACT มีฐานผู้ใช้งานจริงที่มีขนาดและปริมาณธุรกรรมที่จับต้องได้

371 รายชื่อพร้อมบัตรประชาชน ยื่นถึง 4 หน่วยงาน

สิ่งที่เป็นรูปธรรมที่สุดในการชี้แจงครั้งนี้คือการเคลื่อนไหวของผู้ถือเหรียญ ACT กลุ่มหนึ่ง ที่เลือกเปิดตัวตนออกมาอย่างเป็นทางการ

ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569 มีผู้ถือเหรียญ ACT จำนวน 371 ราย ร่วมลงชื่อในหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาคือผู้ใช้งานระบบจริง มิใช่เหยื่อที่ถูกชักชวนให้ลงทุน

เอกสารดังกล่าวถูกส่งตรงไปยัง 4 หน่วยงาน ได้แก่ 1.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 2.กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 3.กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และ 4.กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ รวมถึงสื่อมวลชนด้วย