xs
xsm
sm
md
lg

ธพ.สั่งผู้ค้าน้ำมันมาตรา7-Jobberส่งข้อมูลย้อนหลัง ไล่สอบเส้นทางน้ำมันรั่วไหล-แก้ไขปั๊มน้ำมันขาด ลั่นชัดเจน1-2สัปดาห์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมธุรกิจพลังงาน เร่งตรวจสอบหาน้ำมันที่หายไปจากตลาดและแก้ไขปั๊มน้ำมันขาด สั่งผู้ค้าน้ำมันทั้งมาตรา 7 และมาตรา 10 ส่งข้อมูลการรับ/จำหน่ายและสต๊อกน้ำมันย้อนหลังตั้งแต่ 1 ก.พ. 69 มาเปรียบเทียบกับช่วงมี.ค.69 มั่นใจได้ข้อสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์ พร้อมแจงห่วงโซ่อุปทานน้ำมันจากต้นทางสู่ปลายทาง

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบปริมาณน้ำมันในตลาดหายหรือรั่วไหลไปอยู่จุดใดบ้างตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และเร่งแกไขปัญหาน้ำมันขาดแคลน เบื้องต้นได้กรมฯขอข้อมูลย้อนหลังจากผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7และมาตรา 10 ให้ส่งข้อมูลการรับ จำหน่ายและสต๊อกน้ำมันย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2569 เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลปัจจุบันเดือน มี.ค.2569 คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์


ก่อนหน้านี้ กรมฯได้แจ้งให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ต้องส่งข้อมูลการรับ – จ่ายน้ำมันของคลังให้กรมทุกวัน ซึ่งมีคลังน้ำมันเพื่อการจำหน่ายรวม 92 แห่ง เป็นคลังเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 53 แห่ง ของผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ที่มีหน้าที่ต้องรายงาน จำนวน 18 ราย ขณะนี้ได้รับรายงานแล้ว จำนวน 13 ราย และยังไม่รายงานอีกจำนวน 5 ราย นอกจากนั้นจะเป็นคลังของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 จำนวน 39 แห่ง โดยกรมฯได้จัดทำแบบฟอร์มรายงานข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกคลังกรอกข้อมูลสถานที่จัดส่งปลายทาง หมายเลขทะเบียนรถขนส่ง เพื่อนำส่งกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

ขณะนี้โรงกลั่นและผู้ค้ามาตรา 7 ได้มีการจำหน่ายน้ำมันให้กับJobber ราว6.337 ล้านลิตรต่อวัน (24 มีนาคม 2569 ) เข้าสู่ภาวะปกติใกล้เคียงกับช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งหลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง พบว่ามีการขายน้ำมันให้Jobberลดลงเหลือ 3 ล้านลิตรต่อวัน มาจากราคาน้ำมันที่ขายให้Jobberแพงกว่าราคาหน้าปั๊ม ทำให้Jobberไม่ซื้อและมีการแย่งซื้อน้ำมันที่ปั๊มแทนจนน้ำมันขาด

ทั้งนี้ กรมฯคาดหวังว่าการจำหน่ายน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในสัปดาห์หน้า เพื่อที่ผู้ค้าน้ำมันเร่งเก็บสต๊อกน้ำมันเพิ่มเพื่อรองรับเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา


นายสราวุธ กล่าวว่ากรมฯ ได้ดำเนินการออกตรวจการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการทั่วประเทศ โดยเมื่อวันที่ 15 – 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งสิ้น 2,649 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่กรมฯ และสำนักงานพลังงานจังหวัด พบว่ามีการปิดบริการเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 247 แห่ง คิดเป็น 9.1% เปิดให้บริการแต่น้ำมันบางชนิดหมด หรือใกล้หมด 1,912 แห่ง คิดเป็น 72.2% และเปิดให้บริการมีน้ำมันเพียงพอจำหน่าย 496 แห่ง คิดเป็น 18.7% สาเหตุหลักๆ มาจากความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้น 45.7% ผู้ค้าน้ำมันจัดสรรให้ลดลง 40% รถขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ 7.4% และคลังน้ำมันไม่มีสินค้า 6.8%

ขณะที่เมื่อวันที่ 21 – 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันเพื่อสร้างความมั่นใจ ร่วมกับตำรวจนครบาล กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ยังไม่พบความผิดปกติในเรื่องของการติดป้ายราคา และทุกแห่งมีปริมาณจ่ายน้ำมันในเดือนมีนาคม ใกล้เคียงหรือสูงกว่าเดือน ม.ค.-ก.พ.2569 ส่วนการตรวจพบการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้แจ้งและไม่ได้รับอนุญาต รวม 40,000 ลิตร ที่สระบุรีนั้น และได้ยึดน้ำมันของกลางไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดี การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย อาจถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายกักตุนเพื่อแสวงหากำไร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม

ส่วนการจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้ลาวเดิมเคยขาย 5ล้านลิตรและเบนซิน1ล้านลิตร เมื่อรัฐบาลมีมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ ไทยก็ลดการส่งออกน้ำมันไปลาวเหลือเพียง 4 ล้านลิตร ดังนั้นจึงไม่พบความผิดปกติ

สำหรับเส้นทางห่วงโซอุปทานน้ำมัน เริ่มต้นจากการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกไกล 11% ตะวันออกกลาง 53 % ผลิตได้เองในประเทศ 9 % และอื่นๆ จากสหรัฐฯ เวสต์แอฟริกา รวมถึงลาตินอเมริกา รวมทั้งสิ้น 27 % โดยน้ำมันดิบเข้ามาก็จะเป็นนําเข้าสู่โรงกลั่น แล้วกลั่นน้ำมันดีเซลพื้นฐานได้อยู่ที่ 78.286 ล้านลิตร เป็นดีเซลพื้นฐานที่ยังไม่ได้ผสมไบโอดีเซล (B0) จากน้ำมันดีเซลพื้นฐาน (B0) จะถูกจัดส่งมาที่เรียกว่าเป็นสต็อกถังเก็บน้ำมันพื้นฐานของในโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งปัจจุบันนี้ในสต็อกถังเก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐานอยู่ทั้งประเทศรวมกันทั้งสิ้น 854 ล้านลิตร ณ วันที่ 24 มีนาคม จากถังที่เก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐาน จะมี 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ 1 จําหน่ายไปยัง ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และเมียนมา อยู่ที่ประมาณ 5.85 ล้านลิตรต่อวัน

ส่วนที่ 2 จำหน่ายให้กับผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อไปจําหน่ายให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ไฟฟ้า ก่อสร้าง เป็นการจําหน่ายน้ำมัน B0 หรือน้ำมันดีเซลพื้นฐาน และส่วนที่ 3 นำไปผสมกับน้ำมันไบโอดีเซล(B100) เพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา(ดีเซล B7 ) ในวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา เราผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในประเทศรวมทั้งสิ้น 90.29 ล้านลิตร มีสต็อกของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว อยู่ในถังรวมทั้งสิ้น 43 ล้านลิตร จากถังเก็บน้ำมันผสม หรือน้ำมัน B7 ที่พร้อมที่จะจําหน่ายให้กับประชาชน