xs
xsm
sm
md
lg

ไบแนนซ์คุมเข้มมาร์เก็ตเมกเกอร์!! ออกกฎใหม่สกัด "Wash Trading" ป้องกันการปั่นตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไบแนนซ์อัปเดตแนวปฏิบัติสำหรับมาร์เก็ตเมกเกอร์ครั้งสำคัญ ระบุชัดถึงรูปแบบการซื้อขายที่อาจบ่งชี้การบิดเบือนตลาดหรือผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน พร้อมกำหนดมาตรฐานที่เข้มข้นขึ้นในการเปิดตัวโทเคนใหม่ ชี้ว่า "ไม่ใช่ทุกข้อตกลงด้านสภาพคล่องจะสอดคล้องกับความสมบูรณ์ของตลาดในระยะยาว" สัญญาณเตือนที่น่ากังวล ได้แก่ การเทขายที่ไม่สอดคล้องกับตารางปลดล็อกโทเคน การซื้อขายแบบฝ่ายเดียว และปริมาณซื้อขายสูงผิดปกติแต่ราคาแทบไม่เคลื่อน ซึ่งเข้าข่าย Wash Trading การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับจากหลักการกว้างๆ สู่รายการตรวจสอบพฤติกรรมต้องสงสัยที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

ตลาดซื้อขายคริปโตไบแนนซ์ออกประกาศปรับปรุงแนวทางปฏิบัติสำหรับมาร์เก็ตเมกเกอร์ โดยระบุถึงรูปแบบพฤติกรรมการซื้อขายที่อาจเป็นสัญญาณของการบิดเบือนตลาดหรือแรงจูงใจที่ขัดต่อผลประโยชน์ของนักลงทุน

การอัปเดตดังกล่าวต่อยอดมาจากบทความที่เผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งมุ่งเน้นบทบาทของมาร์เก็ตเมกเกอร์และระบบเฝ้าระวังของไบแนนซ์ แต่คราวนี้ตลาดซื้อขายรายใหญ่ที่สุดของโลกเดินหน้าชัดเจนกว่าเดิม ด้วยการระบุอย่างเป็นรูปธรรมว่าพฤติกรรมใดบ้างที่ถือว่ามีปัญหา โดยเฉพาะในช่วงการเปิดตัวโทเคนและการซื้อขายในระยะแรก

โดยทั่วไป มาร์เก็ตเมกเกอร์ทำหน้าที่จัดหาสภาพคล่องด้วยการวางคำสั่งซื้อและขายพร้อมกัน ช่วยให้ส่วนต่างราคาแคบลงและการซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่น ไบแนนซ์ระบุว่า เมื่อมาร์เก็ตเมกเกอร์ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ พวกเขาจะ "ทำให้ส่วนต่างราคาแคบลง เพิ่มความลึกของสภาพคล่อง และลด Slippage" โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง

อย่างไรก็ตาม ตลาดซื้อขายรายนี้ออกมาเตือนว่าไม่ใช่ทุกกิจกรรมที่ดูเหมือนสนับสนุนสภาพคล่องจะเป็นประโยชน์ต่อตลาด โดยระบุว่า "ไม่ใช่ทุกข้อตกลงด้านมาร์เก็ตเมกกิ้งจะสอดคล้องกับความสมบูรณ์ของตลาดในระยะยาว" พร้อมชี้ให้เห็นกรณีที่พฤติกรรมการซื้อขายอาจบั่นทอนเสถียรภาพราคาและความเชื่อมั่นของตลาดได้

พฤติกรรมต้องสงสัยที่ไบแนนซ์หยิบยกขึ้นมาครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การเทขายโทเคนที่ไม่สอดคล้องกับตารางปลดล็อก การซื้อขายแบบฝ่ายเดียวที่เอนเอียงไปทางคำสั่งขายอย่างต่อเนื่อง การฝากและขายจำนวนมากในลักษณะประสานงานกันข้ามหลายตลาด

นอกจากนี้ยังรวมถึงกรณีที่ปริมาณซื้อขายดูสูงแต่ราคาแทบไม่เคลื่อนไหว ซึ่งเป็นสัญญาณของ Wash Trading หรือการซื้อขายปลอม รวมถึงความผันผวนของราคาในสมุดคำสั่งที่บางเบา ซึ่งแม้แต่การซื้อขายขนาดเล็กก็สามารถขยับราคาได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตามแนวทางที่อัปเดตยังก้าวไปอีกขั้นในเรื่องการคัดเลือกมาร์เก็ตเมกเกอร์ ไบแนนซ์กำหนดให้ทีมโปรเจกต์ต้องดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ อย่างเข้มข้น ในการคัดเลือกพันธมิตร โดยพิจารณาจากประวัติการทำงาน ความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบ พร้อมกับหลีกเลี่ยงข้อตกลงที่มีการแบ่งปันกำไรหรือรับประกันผลตอบแทน ทั้งนี้ ข้อตกลงการให้ยืมโทเคนควรระบุอย่างชัดเจนว่าสินทรัพย์จะถูกนำไปใช้ในลักษณะใดได้บ้าง

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางจากกรอบแนวคิดที่อิงหลักการกว้างๆ ในปีที่ผ่านมา สู่สิ่งที่ใกล้เคียงกับรายการตรวจสอบสัญญาณเตือนมากขึ้น

ขณะที่ก่อนหน้าของไบแนนซ์เน้นย้ำถึงวิธีที่มาร์เก็ตเมกเกอร์ปรับปรุงสภาพคล่องและวิธีที่ตลาดตรวจสอบการบิดเบือน แต่เวอร์ชันอัปเดตกลับมุ่งเน้นที่การระบุกิจกรรมที่อาจไม่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และวิธีที่โปรเจกต์ควรบริหารจัดการผู้ให้บริการสภาพคล่องของตนเอง

สำหรับการเปิดตัวโทเคน ไบแนนซ์ย้ำชัดถึงความคาดหวังในเรื่องนี้ด้วย โดยระบุว่าโปรเจกต์ต้องปฏิบัติตามตารางการปล่อยโทเคน และหลีกเลี่ยงการกระจายโทเคนก่อนกำหนดหรือในปริมาณมากเกินไปจนอาจสร้างความปั่นป่วนต่อตลาด

ไบแนนซ์ระบุว่าโทเคน "ต้องไม่ถูกขาย ปล่อย หรือกระจาย ก่อนกำหนดเวลาที่ตกลงไว้" โดยชี้ให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่เข้าสู่ตลาดก่อนกำหนด ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาและบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว