xs
xsm
sm
md
lg

ททท. ต่อยอดความสำเร็จของงานตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน (Thailand UFO Days) ชูแนวทางส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยความสำเร็จจากการจัดงาน ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน (Thailand UFO Days) เมื่อวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ซึ่งผลตอบรับได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการสร้างการตลาดจาก “วัฒนธรรมย่อย (Subculture)" อย่างชัดเจน โดยพบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความมุ่งมั่นสูงและพร้อมจะเดินทางไกลเพื่อสิ่งที่ตนสนใจ เช่น กรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยอมเปลี่ยนแผนการเดินทางจากเชียงใหม่มาที่นครนายกโดยตรง หรือนักท่องเที่ยวจากหลากหลายพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมงานเพื่อมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพบปะกับผู้ที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เปิดเผยว่า "สิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดของงานนี้คือ เป็นการจัดกิจกรรมที่ยังไม่เคยมีการจัดมาก่อนในประเทศไทย โดยเลือกมุ่งเน้นเจาะความสนใจเฉพาะกลุ่ม จึงมีกระแสตอบรับและมีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมทั้ง มีการสร้างสรรค์เรื่องราวโดยกลุ่มผู้สนใจสร้างขึ้นเอง (Organic Content) เช่น การเชื่อมโยงสถานที่จัดงานกับเรื่องราวหรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมถึงได้กลุ่มคนที่เป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงในเรื่องของการพบเห็น UFO มาช่วยสร้างความน่าสนใจของงานให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากเราเลือกการจัดกิจกรรมได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม ก็จะเกิดการสื่อสารและชักชวนผู้ที่มีความชอบเหมือน ๆ กันมาเข้าร่วมกิจกรรมด้วยตัวเอง

ความสำเร็จของโครงการนำร่องนี้ยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางใหม่ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คือกลยุทธ์การตลาดต่อยอดความสนใจเฉพาะกลุ่ม เปิดมิติประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างแตกต่าง ที่ส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Experience) และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยว เช่น:
• การเพิ่มวันพักค้าง: เป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ยามค่ำคืนรูปแบบใหม่ ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจพักค้างคืนในพื้นที่ ขยายวันเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น มากกว่าการมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือ One Day Trip
• การกระจายรายได้สู่เมืองรอง: การใช้ Content ที่แข็งแรงและตรงจุด ทำให้การจัดกิจกรรมมีความน่าสนใจ ทำให้กลุ่มเป้าหมายเลือกเดินทางท่องเที่ยวมายังเมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

จากผลลัพธ์ดังกล่าว ททท. จึงเตรียมเดินหน้ายกระดับการสร้างสรรค์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย โดยเปลี่ยนความหลงใหลเฉพาะกลุ่มให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ เช่น การนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มสายศรัทธาและความเชื่อ หรือ รูปแบบการท่องเที่ยวที่เน้นการพักผ่อนกายใจและเชื่อมต่อกับธรรมชาติ (Healing) ไปจนถึงกลุ่ม Pop Culture เช่น การตามรอยภาพยนตร์ Film Locations in Thailand หรืองานศิลปะในรูปแบบ Street Art หรือ Art Toys เป็นต้น โดยกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามารถแข่งขันด้วย "คุณค่าและประสบการณ์ (Value Creation)" ลดผลกระทบจากช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (De-seasonality) และช่วยกระจายและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับก้าวต่อไป ททท. เตรียมเปิดเผย "Subculture Trends Compass: 2026-2027" เพื่อให้การบุกตลาดนี้เป็นไปอย่างแม่นยำและตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวมากที่สุด ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รอติดตามในเร็ว ๆ นี้ เพื่อนำไปใช้เป็นเข็มทิศกำหนดทิศทางในการสร้างสรรค์และส่งเสริมสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ที่ตอบรับกับอนาคตของการท่องเที่ยวไทยต่อไป

ททท. อยากชวนให้ผู้ประกอบการมองหา 'จุดเด่น' ที่ตัวเองมีอยู่ และนำมาออกแบบประสบการณ์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเสมอไป เพราะการท่องเที่ยวไทยยุคใหม่คือการส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความรู้สึกและจิตวิญญาณของผู้คน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนของอุตสาหกรรม “เราเชื่อมั่นว่าพลังของวัฒนธรรมย่อย จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง" รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยวกล่าวทิ้งท้าย ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ได้ที่ https://www.tat.or.th/