xs
xsm
sm
md
lg

“นีเวีย” ลุยเรือธงกลุ่ม Face Care ตลาดสกินแคร์ในไทยทะลุแสนล.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360- ตลาดสกินแคร์ 1 แสนล้าน ก้าวสู่ยุค Science-Driven Skincare ผู้บริโภคช่างเลือก ล้วงลึกถึงส่วนผสม “NIVEA” ตอกย้ำผู้นำตลาดสกินแคร์ไทย ลุยศึก Face Care ส่ง 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มรายได้ มองความขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทบต้นทุนบ้าง ต้องทำงานวางแผนล่วงหน้าหนักกว่าเดิม มั่นใจปีนี้ยังเติบโตไปพร้อมตลาด


เภสัชกรหญิงวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สดอร์ฟ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า นีเวียถือเป็นอันดับ 1 สกินแคร์ระดับโลก มีจำหน่ายกว่า 173 ประเทศทั่วโลก สาเหตุที่ทำให้อยู่มาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี คือ R&D ที่มีถึง 1,600 สิทธิบัตร ทีมงานกว่า 1,000 คนทั่วโลก รวมไปถึงการลงทุนด้าน R&D กว่า 10,000 ล้านบาทในปี 2567 เพื่อทุกสภาพผิวของผู้คนทั่วโลก

”นีเวียเติบโตอย่างแข็งแกร่งและอยู่มาอย่างยาวนาน เนื่องจากนีเวียมองเรื่องผิวเป็นศูนย์กลาง พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผิวโดยเฉพาะ อีกองค์ประกอบสำคัญคือ Thiamidol ส่วนผสมที่ใช้เวลากว่า 11 ปี ในการคิดค้นเพื่อช่วยลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำ อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำร้ายผิว รวมถึงครีมซองก็เป็นอีกตัวที่ทำให้นีเวียเติบโตในตลาดสกินแคร์“

โดยในปีที่ผ่านมานีเวียได้เปิดตัวนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น 1.ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย Derma Control เน้นการบำรุงผิวใต้วงแขน 2.ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายที่อัปเกรดสูตร ด้วยส่วนผสมสกินแคร์ เช่น Gluta และ Niacinamide 3. NIVEA Skin Glow Serum ที่ผสาน Thiamidol เพื่อการดูแลปัญหาผิวอย่างตรงจุด
เภสัชกรหญิงวราพร กล่าวต่อว่า ในปี 2568 ภาพรวมตลาดสกินแคร์ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 109,906 ล้านบาท เติบโต 9.4% หรือโตเฉลี่ย 9% ต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา 


แนวโน้มสำคัญเกิดจาก 1.การให้ความสำคัญกับ Skin Health ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และผ่านการทดสอบทางผิวหนัง 2.การเติบโตของ targeted skincare และ 3.ความสนใจใน sustainable beauty ซึ่งกำลังผลักดันให้ตลาดเปลี่ยนจาก beauty-driven ไปสู่ science-driven skincare อย่างชัดเจน

”ตลาดสกินแคร์มูลค่า 100,000 ล้านบาท เติบโต 9.4% ถือว่าเติบโตเร็วมากเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เพราะผู้บริโภคมองเรื่องผิวพรรณต้องสวยมาจากข้างใน ผู้บริโภคหาข้อมูลเยอะขึ้น ต้องมีการรองรับจากวิทยาศาสตร์ และมีบทพิสูจน์จากการทดสอบ โดยผู้บริโภคเองมีพฤติกรรมการใช้งานที่เจาะจงมากขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัวขึ้น รวมถึงเทรนด์ความยั่งยืนก็มีส่วนทำให้ตลาดเติบโต กล่าวได้ว่าตลาดสกินแคร์ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและข้อมูลทางวิทยศาสตร์“


ทั้งนี้พบว่าหมวด Face Care ถือเป็นหนึ่งในหมวดที่เติบโตเร็วที่สุดของตลาดสกินแคร์ และเป็นหนึ่งใน Strategic Growth Engine ของนีเวีย ซึ่งปัจจุบัน Face Care มีสัดส่วนประมาณ 83% ของตลาดสกินแคร์ และเติบโต 9.5% ในปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้า โดยเฉพาะในด้าน Brightening, Anti-Aging และ Hydration

ขณะที่ผลิตภัณฑ์ NIVEA Skin Glow Serum ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค และสามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดเซรั่มทั้งแบบขวดและแบบซองได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงผลิตภัณฑ์กันแดดของนีเวียก็ยังเป็นแบรนด์กันแดดอันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับโดย Euromonitor เช่นกัน

ล่าสุดปีนี้นีเวียเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอีกหลายตัว อาทิ 1. Serum-Infused Micellar Face Cleanser 2.NIVEA Luminous Skin Glow Daily Fluid SPF50 3.NIVEA Sun Stick ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่ม Face Care 4.ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย Black & White สูตรใหม่ มั่นใจว่าภาพรวมรายได้ปีนี้จะยังคงเติบโตไปพร้อมกับตลาด หรือโตอีก 9-10%

อย่างไรก็ตาม เภสัชกรหญิงวราพร ได้กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาฃด้วยว่า อาจจะส่งผลกระทบกันต้นทุนบางอย่างบ้าง เช่น แพจเกจจิ้งที่มาจากพลาสติก แต่โชคดีว่านีเวียลดการใช้พลาสติกมากแล้ว จึงไม่กระทบมากนัก ในแง่ของการผลิตและสต็อกสินค้า ไม่กระทบแน่นอนเพราะส่วนใหญ่ผลิตในไทย แต่ทั้งนี้ก็ได้มีการปรึกษาพูดคุยกับทางพาร์ทเนอร์เพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน ถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องทำงานหนักมากกว่าเดิม เช่น การแพลนชิปเม้นท์ จากเดิมวางไว้ 4 เดือน ก็เพิ่มเป็น 7-8 เดือนแทน.