เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด สิ่งที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือ "บิลค่าไฟ" ที่จ่อคิวปรับตัวสูงขึ้นตามการใช้ไฟ ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) งวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 ซึ่งตัวเลขที่ออกมาตอกย้ำถึงความท้าทายด้านค่าครองชีพ เพราะมีการเสนอทางเลือกที่อาจดันค่าไฟทะลุไปถึง 4.59 บาทต่อหน่วย
ทำไมค่าไฟถึงจ่อแพงขึ้น? ต้นตอจาก "วิกฤตพลังงานโลก" ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ฉายภาพให้เห็นว่า ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เป็นหัวใจหลักในการผลิตไฟฟ้ากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก สาเหตุสำคัญมาจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ดันให้ราคาก๊าซในตลาดโลกพุ่งทะยานใกล้แตะระดับ 20 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เมื่อกางสมมติฐานต้นทุนดูจะพบว่า ราคา Spot LNG พุ่งสูงถึง 18.80 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้าถึงร้อยละ 61 ขณะที่ราคา Pool Gas ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.49 ซ้ำเติมด้วยความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แม้ที่ผ่านมา กกพ. จะพยายามทยอยคืนหนี้ต้นทุนคงค้าง (AF) ให้กับ กฟผ. และ ปตท. อย่างต่อเนื่อง จนยอดหนี้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ลดลงเหลือ 35,928 ล้านบาท แต่หนี้ก้อนนี้ก็ยังเป็น "ปัจจัยลบ" ที่คอยกดดันค่าเอฟทีอยู่ดี จนกว่าจะทยอยชำระคืนได้ทั้งหมด
เปิด 3 ทางเลือก ชี้ชะตาค่าไฟงวดใหม่ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนจริงและการดูแลค่าครองชีพ กกพ. จึงงัดเครื่องมือการบริหารจัดการมาใช้ โดยเสนอ 3 ทางเลือกให้ประชาชนร่วมพิจารณา ได้แก่
ทางเลือกที่ 1: "เจ็บแต่จบ" คืนหนี้ กฟผ. ทั้งหมด หากเลือกทางนี้ ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะพุ่งไปแตะที่ 4.59 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากงวดปัจจุบัน โดยจะนำเงินไปล้างหนี้สะสม 35,928 ล้านบาท คืนให้ กฟผ. ภายในเดือนเมษายน 2569 เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้รัฐวิสาหกิจกลับสู่สภาวะปกติ
ทางเลือกที่ 2: "ประคองตัว" สะท้อนเฉพาะต้นทุนงวดปัจจุบัน ทางเลือกนี้ค่าไฟจะขยับขึ้นร้อยละ 5 มาอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย โดย กฟผ. จะต้องยอมหลังแอ่นแบกรับภาระหนี้คงค้างสะสม 35,928 ล้านบาทไว้แทนประชาชนต่อไปก่อน
ทางเลือกที่ 3: "ทางรอด" ดึงเงินกองกลางมาอุ้ม เป็นทางเลือกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้มากที่สุด โดยค่าไฟจะขยับขึ้นเพียงร้อยละ 2 มาอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย วิธีนี้ กฟผ. จะยังคงแบกหนี้สะสมร่วมกับ กกพ. ต่อไป ขณะเดียวกัน กกพ. จะนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw Back) จำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท มาช่วยอุดหนุนเพื่อลดภาระค่าไฟในภาวะวิกฤตความไม่สงบในตะวันออกกลาง
ระวัง! ร้อนนี้อาจจ่ายแพงเพราะ "ใช้ไฟทะลุเพดาน" นอกจากตัวเลขอัตราค่าไฟแล้ว ดร.พูลพัฒน์ ยังเตือนถึงพฤติกรรมการใช้ไฟในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศที่ร้อนจัดมักทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งที่น่ากังวลคืออาจทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องจากเข้าข่ายเพดานการคิดค่าไฟแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ดังนั้น การร่วมมือกันใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดจึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการเซฟเงินในกระเป๋า
บทสรุปของบิลค่าไฟงวดนี้จะจบลงที่ทางเลือกใด ประชาชนสามารถเข้าไปร่วมส่งเสียงและแสดงความคิดเห็นได้ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 25 - 31 มีนาคม 2569 ก่อนที่ กกพ. จะเคาะมติสุดท้ายและประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป