นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(26มี.ค.69)ที่ระดับ 32.77 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.64 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.55-32.95 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลง ทดสอบโซนแนวต้าน 32.80 บาทต่อดอลลาร์ อีกทั้งยังคงแกว่งตัวในกรอบที่กว้างกว่าช่วงปกติก่อนหน้า สะท้อนถึงภาวะผันผวนสูงของเงินบาทหลังความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงสูงอยู่
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) และดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดา FED สาขาต่างๆ รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า แม้โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) จะกลับมามีกำลังมากขึ้น สอดคล้องกับการทยอยอ่อนค่าลงของเงินบาททดสอบโซนแนวต้าน 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัดได้ ตราบใดที่สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันดิบไม่ได้พุ่งสูงขึ้นรุนแรง เหมือนในช่วงก่อนหน้า โดยเรามองว่า บรรดาผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออก อาจรอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์เพิ่มเติมได้ หลังเงินบาทได้กลับมาอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้านอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดฝั่งที่มีสถานะ Short THB (มองเงินบาทอ่อนค่าลง) อาจเลือกทยอยขายทำกำไรสถานะดังกล่าวบ้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่สูง ซึ่งทำให้ เงินบาทสามารถพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้อย่างรวดเร็ว หากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง นอกจากนี้ เรามองว่า แรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติได้ชะลอลงบ้าง ทำให้ เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าที่ลดลง และช่วยจำกัดการอ่อนค่าของเงินบาทได้