xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) ไม่เอาแล้วงานประจำแต่จะทำอะไร “คนเดียว” แล้วมันได้เงิน? ไม้ต่างถิ่น in กรุงเทพ ความแปลกที่ขายได้ 6 หลัก/วัน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“บลูเบอร์รี่สำหรับคนรักต้นไม้และคนปลูกต้นไม้นะผมว่า บลูเบอร์รี่ ติด 1 ใน 3 ของคนที่อยากปลูก ถ้าเมื่อ 20-30 ปีแล้วมันคือไม้เมืองหนาว อย่างที่บอกว่าบลูเบอร์รี่มันมีการพัฒนาสายพันธุ์มาหลัง ๆ นี่พูดง่าย ๆ ว่าเป็นบลูเบอร์รี่ที่ปลูกในเมืองร้อนได้แล้ว เราก็มองเห็นว่าเฮ้ยมันน่าจะปลูกที่เราได้เนาะ เราก็เอามาลองก่อน

อาณาจักรบลูเบอร์รี่ของสวนไม้ต่างถิ่น in กรุงเทพฯ
มีส้ม Crispy Kumquat คือส้มที่ทานได้ทั้งเปลือก เนื้อข้างในมันก็จะเป็นคล้าย ๆ พุทราไม่ได้เป็นเนื้อส้มนะ เนื้อข้างในมันจะเป็นแบบพุทราเลย กัดกินกรอบ ๆ แล้วก็หวาน(ไม่มีเปรี้ยวเลย) มี ‘แพร์’ ซึ่งแพร์มันจะคล้ายกันกับสาลี่นะครับแต่ว่า แพร์ลูกเขาก็จะเป็นรูปทรงหยดน้ำ แพร์ส่วนใหญ่สายพันธุ์มันต้องมีการ‘ช่วยผสมเกสร’ แต่ว่าตัวที่เรามีมันไม่ต้องช่วยผสมเกสร มันสามารถปลูกต้นเดียวก็ติดผลได้ สองก็คือมันติดผลง่ายและติดผลไว ปลูกสัก1 ปีก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว แอปเปิ้ล ก็นี่เพิ่งเริ่มฤดูของแอปเปิ้ล ช่วงนี้ต้นแม่พันธุ์กำลังเริ่มทยอยติดดอกกันอยู่” ปีนี้ก็คงเพิ่มราสเบอร์รี่มาอีก1 รายการสำหรับของที่สวน ราสเบอร์รี่-แบล็คเบอร์รี่ แต่อาจจะเน้นไปราสเบอร์รี่ที่ไม่มีหนาม ก็หนีคนอื่นไปอีกนิดนึง รวมแล้วพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ที่มีหมุนเวียนอยู่ในสวน ถ้าเราพูดถึง “ชนิด” อาจจะไม่ได้เยอะชนิด อาจจะมีแค่แบบ 10-20 ชนิด แต่บางอย่าง(บางชนิด) มันจะมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่นอย่างแอปเปิ้ล เราก็มีประมาณ 40 สายพันธุ์ บลูเบอร์รี่เราก็มีประมาณสัก 50 สายพันธุ์ อาจจะไม่ได้หลายชนิดแต่ว่าแต่ละชนิดในตระกูลนั้น ๆ ก็อาจจะมีหลายสายพันธุ์ที่เรานำมารวบรวมเอาไว้ที่นี่ “คุณโอ๊ต-ศักดิธร บางบ่อ”เจ้าของสวน “ไม้ต่างถิ่น in กรุงเทพ” แหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้แปลก ๆ นำเข้าสายพันธุ์มาจากต่างประเทศ โดยมาทดลองปลูกเลี้ยงด้วยตัวเองดูก่อนอยู่ที่สวนดอนเมือง-กรุงเทพฯ แห่งนี้ พอได้ผลดีเป็นที่พอใจแล้ว ถึงค่อยทำการขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนสำหรับจำหน่ายต่อไป จากช่างไฟฟ้าและอดีตมนุษย์เงินเดือนผู้หาญกล้าลาออกมาจาก “งานประจำ” เพียงเพราะตัวเองรู้สึกว่าชีวิตเริ่มจำเจและไม่มีความสุขเลยที่จะทำงานแบบนี้ ไม่ได้มีหมุดหมายอะไรใด ๆ ว่าจะทำอะไรที่แน่ชัดในตอนนั้น แต่รู้เพียงแค่ว่า งานที่มันได้เงิน! และต้องเป็นอะไรที่ทำได้ใน “คนเดียว” หรือ อาจจะต้องมีจ้างคนอื่นเข้ามาช่วยบ้างในบางช่วงเท่านั้น ซึ่งวิธีคิดแบบนี้เกิดขึ้นมาตอนนั้นและจวบถึงปัจจุบันการดูแลจัดการสวนไม้ต่างถิ่น in กรุงเทพ ที่เจ้าตัวค่อย ๆ ก่อร่างสร้างขึ้นมากับมือ เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ทว่าก็ยังคงThe One Man Show ที่ใครได้มาเห็นแล้วจะต้องทึ่ง!

ผลผลิตบลูเบอร์รี่ที่เริ่มทยอยอวดโฉม
ไม่เอาแล้ว “งานประจำ” แต่จะทำอะไร “คนเดียว” แล้วมันได้เงิน?
ค้นหาเงินก่อน! อย่างแรกคือด้วยความที่เราไม่ได้ทำงานประจำแล้ว เราก็ต้องหารายได้ มันจะมีวิธีไหนบ้างให้เราหารายได้ แรก ๆ เลยที่ออกมาก็ลอง “เลี้ยงปลาดุก” เลี้ยงในบ่อปูน ด้วยความที่บ้านเรามี “น้ำ” แต่ว่ามัน เลี้ยงในบ่อ(ดิน) เลยไม่ได้! ด้วยพื้นที่ด้วยข้อจำกัดอะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างสมมติว่าตอนจับปลาจะจับยังไงเพราะเรามีคนเดียวเอง ถ้าเป็นบ่อแบบนั้น มันก็เลยกลายเป็นว่า ต้องเป็นอะไรที่เราทำได้(สามารถทำได้คนเดียว) หรือมีผู้ช่วยแค่คนสองคนหาคนมาช่วยแค่บางจังหวะ มันก็เลยกลายเป็นเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ก่อน แต่พอลองไปสักพักหนึ่ง การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ต้นทุนมันสูงกว่า กลายเป็นพอทำแล้วมันไม่เหลือกำไรดีกว่า มันไม่ถึงกับขาดทุน แต่ว่าไม่เหลือกำไร ในอนาคตน่าจะเดินต่อได้ยากก็เลยหยุด ด้วยความที่เรามีบ่อฯ อยู่แล้วก็เลยต้องไปหาอะไรสักอย่าง ที่ใช้สถานที่ ๆ เราสร้างขึ้นมาแล้วลงทุนไปแล้ว “ก็เลยไปมองตอนนั้นเป็นช่วงที่มูลไส้เดือน กำลังดัง ก็เลยเฮ้ยสถานที่เราทำได้นี่ เรามีบ่อกับสถานที่เราเพียงพอเหลือเฟือเลย ก็เลยไปทำมูลไส้เดือน”ก็ทำอยู่สักพักหนึ่ง มูลไส้เดือนก็ขายได้ช่วงนั้นก็เป็นกระแสก็ขายดีด้วย ตอนนั้นมูลไส้เดือนมันก็จะไปใช้กับไม้ที่ราคาสูงหน่อย ซึ่งสมัยนั้นไม้ที่มันเป็นกระแสก็คือ “มะเดื่อฝรั่ง”(FIG)


จับกระแสเอามาเรียนรู้ ก่อน “ต่อยอด”
เราก็เลยลองฝึกวิธีการขยายพันธุ์ เราก็ซื้อต้นพันธุ์มาทดลองเลี้ยง ว่าเขาต้องเลี้ยงยังไง ต้องดูแลแบบไหน ก็ลองจากนั้นไปควบคู่กับการขายมูลไส้เดือน แล้วเราก็จะได้แบบ พอเราปลูกต้นมันสวย ต้นมันงาม เราก็จะได้พรีเซ้นต์ว่าเราใช้มูลไส้เดือน ซึ่งจะทำให้มูลไส้เดือนเราขายได้อีก คนก็จะอ๋อเขาเลี้ยงงามเพราะเขาใช้มูลไส้เดือน“ก็เลยอันนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เรามา ในสายต้นไม้ เริ่มเข้ามาในกลุ่มต้นไม้ เริ่มเห็นอะไรที่เมื่อก่อนเราไม่ได้อยู่ในกลุ่มต้นไม้ แล้วเราไม่รู้ว่ามันปลูกได้!” เริ่มเห็นช่องทางธุรกิจดีกว่า เริ่มเห็นช่องทางเนื่องจากว่าเรา พอเราเข้าไปในกลุ่มต้นไม้ใช่ไหมเราก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย! มันมีอันนี้ด้วยเหรอ เฮ้ยอันนี้มันทำได้ด้วยเหรอ อันนี้มันปลูกได้“ก็หมายความว่า เราก็เพิ่งรู้แสดงว่าจะต้องมีคนเหมือนเราที่ยังไม่รู้เยอะมากเลย”แล้วเราก็เลยแบบ ถ้าอย่างนั้นถ้าคนที่เขาได้มารู้แบบเรา เขาก็อาจจะอยากปลูกแบบเรา มันก็เลยเป็นช่องทางที่ น่าจะเป็นในเชิงธุรกิจได้เนาะ

แพร์ สายพันธุ์นี้ปลูก 1 ปีเริ่มมีผลผลิตให้ได้เห็นแล้ว
จากมะเดื่อฝรั่ง 1 สายพันธุ์ 2 สายพันธุ์ ก็คือพีคสุดที่เราเคยมีตอนที่มะเดื่อฝรั่งช่วงพีค ๆ เรามีประมาณเกือบ 300 สายพันธุ์ ที่เราสะสมไว้“เราพยายามรวบรวมมาให้ได้เยอะที่สุดเพราะว่า เราคิดแบบนี้เนาะ สมมติว่าสายพันธุ์นี้คนนี้เขามีแล้ว เขาอยากได้สายพันธุ์ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ... เราก็เลยเฮ้ยถ้าการตลาดแบบนี้ หมายความว่าสายพันธุ์เราก็ต้องเยอะ เพื่อที่คนที่มีสายพันธุ์ที่ 1, 2, 3 แล้ว เขาก็ซื้อสายพันธุ์ที่ 4, 5, 6 จากเรา คนที่ยังไม่มีก็เริ่มจาก 1, 2, 3, 4, 5 เราก็รู้สึกว่าเฮ้ยถ้าเรามีเยอะอย่างเงี้ยมันก็จะต่อยอดธุรกิจจาก คนที่เคยซื้อไปแล้วเป็นลูกค้าอยู่แล้ว ลูกค้าก็มาซื้อเพิ่มเติม ก็ใช้วิธีการนี้กับไม้อื่น ๆ เราก็เลยใช้วิธีการนี้เหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าเราก็ชอบวิธีการขายแบบนี้เหมือนกัน เพราะรู้สึกว่ามันต่อยอดธุรกิจค่อนข้างง่าย จากฐานลูกค้าเดิม ก็ขยายพันธุ์ไม้เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ”

ส้มคัมควอท (Crispy Kumquat) ที่กัดกินได้ทั้งเปลือก
เพราะว่าเราต้องมี “ข้อมูล” ไว้ตอบลูกค้า อย่างแรกเลยที่ลูกค้าจะถาม ด้วยความที่มันเป็นพันธุ์ไม้ใหม่ ๆ มันอาจจะไม่คุ้นหูไม่คุ้นอะไรอยู่ที่บ้านเรา สิ่งที่ลูกค้าจะต้องถามคือ ปลูกยังไง? ดูแลแบบไหน? กับสองที่เราต้องเลี้ยงให้มันใหญ่เลย เพราะเราต้องขยายพันธุ์มัน ต้นเล็ก ๆ มันขยายไม่ได้ เราก็ต้องหาวิธีทำยังไงก็ได้เลี้ยงยังไงก็ได้ ให้ต้นมันใหญ่ เพื่อที่จะใช้วิธีการตอนกิ่ง เสียบยอด ติดตา หรือวิธีการขยายพันธุ์แบบไหนก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นโจทย์เราคือ หนึ่งคือเราต้องเลี้ยงให้ต้นมันใหญ่ เพื่อที่เราจะสามารถทำเงินจากมันได้ แล้วช่วงที่เราเลี้ยงให้ใหญ่ มันกลายเป็นช่วงที่เราศึกษาวิธีการดูแลแบบไหน เขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร มันก็จะได้ความรู้เพิ่มเติมมาจากตรงนั้นด้วย มันก็จะตอบคำถามลูกค้าได้ เพราะเราผ่านมาแล้ว

ต้นนี้เป็นแอปเปิ้ลจากแอฟริกาที่เพิ่งให้ผลผลิตครั้งแรกที่ดอนเมือง
เริ่มเข้าสู่ “ตลาดออนไลน์” คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้
มุมมองการตลาดของเราคือ อะไรที่คนขายเยอะ เราจะคอนโทรลอะไรลำบาก เราชอบอะไรที่ “คู่แข่งน้อย” เราไม่อยากไปแข่งขันอะไรแบบเยอะแยะขนาดนั้น เราก็จะหนีไปอีกแบบหนึ่ง“ลักษณะก็จะเป็นแบบนี้ พออะไรที่คนเริ่มขายเยอะ ๆ หรือมันมีเยอะ เราจะหนีไปตัวอื่นแล้ว แล้วระหว่างที่เราขายตัวเยอะ ๆ อยู่เราจะมองไม้อื่น เราก็จะเล็งไว้ เพราะฉะนั้น หมายความว่าในขณะที่มีของขายอยู่เนี่ย มันมีของใหม่ที่รอต่อคิว ที่เราเตรียมไว้แล้วเผื่อ ณ วันนึง ราคามันไม่ดี กำไรมันไม่เยอะราคาตก คู่แข่งเยอะ หรืออะไรก็แล้วแต่ เราก็จะได้หนีไปพันธุ์ไม้อื่น ๆ”

ก่อนหน้านี้ที่สวนก็จะมี “พุทราช็อกโกแลต”ด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเจ้าใหญ่ในตลาดบ้านเราอยู่พอสมควร จากความประทับใจ คือ มันอร่อย อย่างแรกเลยคือมันอร่อยมาก ราคาแพงด้วย ก็เลยว่าแล้วเราปลูกเองไม่ได้เหรอ? คำถามคือแล้วทำไมบ้านเราทำไมเมืองไทยถึงไม่ปลูก ในเมื่อมันเป็นของที่อร่อยทำไมไม่ปลูกในเมืองไทย มันปลูกไม่ได้หรือมันอะไร?!!! ลองสิ ก็ลองปลูก อย่างที่บอกลองปลูกเพราะว่า ถ้ามันไม่ออกลูก จะขายไม่ได้! ก็กลุ่มคนที่อยากจะลองปลูกเหมือนเราซึ่งปริมาณความต้องการมันอาจจะไม่ได้เยอะ แต่ถ้าเรามาลองปลูกจนติดผลแล้ว พอคนรู้ว่ามันปลูกได้ ปริมาณการขายมันจะต่างกันหลายเท่าเลยนะ

องุ่นบราซิลที่ฟีลคล้าย ๆ กินองุ่นไชมัสแคต สายพันธุ์นี้ผลสีแดง
“หลังจากที่เราขายมะเดื่อฝรั่งนะเราก็จะมี การวิ่งออกงาน ออกงานตามงานเกษตรต่าง ๆ อันนั้นเราวิ่งเหมือนกันแต่ว่า เราไม่ได้ไปไกลมากเราก็อยู่ในโซนภาคกลาง เพราะว่ามันต้องขนของต้องอะไรเราไม่ได้ไปไกลขนาดนั้นแล้วสินค้าเราไม่ได้มีเยอะมากมาย เราก็จะออกไปตามนั้นก่อน” ขายอยู่อย่างนั้นประกบกับขายออนไลน์ คือ 2 อย่าง(ออกบูธกับออนไลน์) แต่ว่าตอนนั้นเป็นขายอยู่ใน facebook ส่วนตัวก่อน ยังไม่ได้ถึงขนาดเปิดเป็นเพจแบบทางการ แล้วก็หลังจากนั้น เราได้ร้านขายต้นไม้(ไปเซ้งร้าน) ในสวนจตุจักร เปิดแผงขายอยู่ที่จตุจักรประมาณ 5 ปี จนกระทั่งมันเกิดวิกฤต “โควิด-19” ก็คือจตุจักรไม่ได้ไปเลย หันมาทำ “ออนไลน์” เต็มตัว โดนบังคับด้วยแหละ มันบังคับเรา เราโดนบังคับให้ต้องไป แต่ว่าเราก็ “คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้” เพียงแต่ว่าบางอย่างแค่เราอาจจะต้องเริ่มต้น เรียนรู้เพราะเราเริ่มทีหลังเราอาจจะยังไม่รู้อะไรบางอย่าง พอทำไปนาน ๆ ปุ๊บ เราก็จะรู้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ค่อย ๆ หาความรู้ ค่อย ๆ ถามเขา ถามคนที่เคยทำมาแล้ว เข้า google เสิร์ชข้อมูลดูซิเขาทำยังไง เราก็ค่อย ๆ ขยับของเราไปเรื่อย ๆ จนมาแบบ เอ๊อก็ได้นี่!

ต้นพันธุ์บลูเบอร์รี่ที่มีให้เลือกนำไปปลูกได้หลายไซซ์หลายขนาดและมีทั้งเริ่มติดดอก-ออกผลด้วยในแปลงแห่งนี้
กลายเป็นว่าขายดี! “ความแปลก” นำเสนอตัวมันเองได้
พอเราเป็นออนไลน์ปุ๊บ “ไม้” ที่เราขายมันคือ ไม้แปลกเลย! เพราะเราก็ไม่ได้ทำไม้ที่มันเป็นไม้พื้นฐานของบ้านเรา หรือไม้เศรษฐกิจทั่ว ๆ ไป เราเป็น “ไม้แปลก” ทั้งหมดเลย พอแปลกปุ๊บ มันน่าจะเป็นความอุ๊ย! ของลูกค้า เฮ้ยมีด้วยเหรอ? มันก็เลยกลายเป็น เราอาจจะไม่ได้ทำการตลาดอะไรพวกนี้เยอะ เพราะว่าด้วยสินค้าที่เรานำเสนอ มันนำเสนอตัวมันเองอยู่แล้ว“หงเป่าสือที่ดัง ๆ ในช่วงนั้นเราก็จะมี ตัวอื่น ๆ ที่มาจากกลุ่มไต้หวัน เราน่าจะเปิดเพจช่วงนั้นถ้าจำไม่ผิดเนาะ แล้วก็ขายดีมาก” กระแสด้วยช่วงนั้น หนึ่งคือ มีไม้แปลกด้วย สองก็ด้วยตัวสินค้าที่เราขาย มันเป็นสินค้าที่ไม่ได้หาซื้อได้ทั่วไป มันก็เลยทำให้คนที่อยากได้ ช้อยส์ตัวเลือกเขาน้อยลง ก็ต้องมาซื้อที่เรา พอเขามาที่เราก็เข้ามาก็จะเห็นอะไรที่อ้าว! อันนี้มีด้วยเหรอ แทนที่จะซื้อฝรั่งอย่างเดียว ก็อาจจะได้อันโน้นติดมือ อันนี้ติดมือไปด้วย อย่างละนิดอย่างละหน่อย

“คือพอเรามาขายออนไลน์ปุ๊บ ช่วงต้องแพคของ ช่วงตอบลูกค้า ก็จะมีช่วงเวลาแต่เราก็จะมีช่วงเวลาส่วนหนึ่งที่นั่ง เดินใส่ปุ๋ย ฉีดยาต้นไม้ หรือว่าขยายพันธุ์ต้นไม้อะไรเงี้ย ก็ทำให้เรามีเวลาเยอะขึ้น” และก็ด้วย “โควิด-19” ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย ก็ไม่เดินซื้อของ ใช้วิธีออนไลน์ ส่วนเราเองก็ค่อย ๆ ขยับขยายการผลิตเพิ่มขึ้นทีละนิด ๆ เพราะว่าต้นทุนมันสูง เราไม่สามารถแบบทำทีเดียวได้ เราก็ต้องค่อย ๆ ปรับปรุงสถานที่หน่อยนึง เงินส่วนหนึ่งไปปรับปรุงสถานที่ เงินส่วนหนึ่งไว้ซื้อไม้ใหม่เข้าสวน เงินส่วนหนึ่งเอาไว้ใช้สำหรับการจัดการบริหารในสวน เรื่องของน้ำ ปุ๋ย วัสดุปลูก ฯลฯ ก็ต้องแบ่งสัดส่วนแล้วก็ให้มันไปพร้อมกันได้ คือเท่าที่กำลังเราทำไหว

ที่สวนมีการพัฒนาทั้งเรื่องของการปลูกเลี้ยงและขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเองอย่างครบวงจร
เป็นร้านต้นไม้ออนไลน์ที่เปิดให้ ลูกค้าเข้าชมสวนได้ “แค่บางวัน”
เราต้องมองก่อนว่าคนอยากปลูกอะไรวะ? คนเขาชอบอะไร คือของจะขายได้ก็ต้องขายได้กับคนที่ชอบ อันนี้ก็เป็นอีกแบบ“คนชอบอะไร คนอยากปลูกแอปเปิ้ลหรือเปล่า โหคนอยากปลูกเยอะเลย แต่ก็ยังไม่มีใครที่มันปลูกแล้วมันประสบความสำเร็จ คนอยากปลูกแพร์ไหม? อยากปลูก อยากปลูกองุ่นฯ ในกระถางไหม? เราต้องดูก่อนว่า ถ้าเราทำอันนี้แล้ว จะมีคนสนใจเยอะไหม” ถ้าเรามองเฮ้ยตัวนี้ถ้าทำแล้ว น่าจะมีคนสนใจเยอะ เออเราก็ต้องไปเลือกสมมติว่า แอปเปิ้ล ถ้าทำต้นขายน่าจะขายดี สิ่งที่เราทำต่อคือเราก็ต้องไปเลือกสายพันธุ์แอปเปิ้ล จากจำนวนที่มันมีทั่วโลก เราก็ไปเลือกที่เราคิดว่ามันมีคุณภาพที่ดี มันสามารถออกผลผลิตได้ที่เมืองไทย เราก็ไปลองจับมาอันนี้เข้าเกณฑ์ “เอามาลองดู” ใช้คำว่าเอามาลองดูก่อน แต่ว่าเราไปศึกษาข้อมูลของสายพันธุ์นั้น ๆ ก่อน ว่ามันมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในเมืองไทยหรือเปล่า ถ้าเรารู้สึกว่าเอ๊ยมันมีนะ ในข้อมูลมันน่าจะได้นะ เราก็เอามา เอาเข้ามาลอง

มีต้นพันธุ์แอปเปิ้ลและแพร์ที่พร้อมปลูกเพื่อให้กับลูกค้าได้เลือกนำไปปลูกตามที่อยากจะปลูกด้วย
เป็นสวนที่มีการผลิต แต่ในขณะเดียวกันก็จะเปิดให้กับลูกค้าเข้ามาชมสวนได้ “แค่บางวัน” เราจะเปิดเป็นบางวัน ตามช่วงเวลาหมายความว่าจะมีการอัปเดตในทุกเดือนว่าเราจะเปิดวันไหนบ้าง แต่เราไม่สามารถอัปเดตได้ล่วงหน้านาน ๆ เนื่องจากว่าเราอาจจะต้องดูในเรื่องของ “สินค้า” ในเรื่องของ “ความพร้อม” ของตัวเราเองด้วย คือหมายความว่าถ้าลูกค้ามาเราก็อยากจะต้อนรับลูกค้าให้ได้ค่อนข้างเต็มที่ เพราะฉะนั้น ถ้าสมมติว่ามันยังไม่เต็มที่เราก็อาจจะต้องพักไว้ก่อน เดี๋ยวพอเราพร้อมเดี๋ยวเราก็เปิดกับอีกอย่างหนึ่งอย่างที่บอกว่าถ้าเราเปิดสวนที่นี่ อย่างออนไลน์เราไม่ได้หยุด เราต้องบริหารสองอย่างนี้ให้มันได้ดีทั้งสองอย่าง มันก็เลยกลายเป็นเราเลยไม่ใช่สวนเปิด ที่ลูกค้าจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เราจะมีเวลาเปิด ที่ลูกค้าทักมาเราจะสามารถบอกลูกค้าได้ว่า สวนเปิดให้ลูกค้าเข้าชมได้วันไหน เวลาไหนบ้าง

“อย่างแรกที่ลูกค้าจะได้นะคือ ความถูกต้องของสายพันธุ์ เราค่อนข้างเคร่งเครียดกับเรื่องสายพันธุ์มาก สองคือ ของมันต้องสวยและแข็งแรง เพื่อที่พอไปอยู่ในมือลูกค้าแล้วมันจะได้ต่อยอดให้เขาได้ ไม่ว่าจะเขาหวังแค่แบบติดดอก-ออกผล หรือเขาหวังในอนาคตว่าเขาจะไปขยายพันธุ์ต่อได้ อะไรเงี้ย เขาจะได้ไปได้เลย” ด้วยความที่เราคลุกคลีกับต้นไม้ บางอย่างแค่เห็น “ใบ” เห็นกิ่ง เห็นทรงต้น เราจะรู้แล้วว่าใช่สายพันธุ์นั้น ๆ หรือเปล่า เราเห็นของเราก็จะรู้ว่ามันถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง ถ้าถูกต้องปุ๊บก็ถ้าเราทำไม่ทัน ก็อาจจะมี ไปหาจากแหล่งอื่นเข้ามาจำหน่ายให้ลูกค้าแต่ส่วนใหญ่ เราจะผลิตเอง แต่ว่าเราก็จะมีคนช่วยเราอาจจะไม่ได้ทำคนเดียว “ตอนนี้กำลังขยายการผลิตอยู่ ก็จะใช้คำว่ามี‘พาร์ทเนอร์’ ดีกว่า คอยช่วยเราผลิตในบางขั้นตอนไปด้วยกัน”

จริง ๆ เราก็อยากได้ “ลูกค้า” ที่มองเห็นสิ่งเดียวกับเรา รักสิ่งเดียวกับเรานะ เพระว่าอย่างที่บอกพอเราเป็น “ไม้แปลก” ราคามันค่อนข้างสูง แล้วเราก็จะรู้สึกภูมิใจถ้าลูกค้าเขาซื้อจากเราไปแล้วมันเจริญเติบโตได้ดี แต่ว่าถ้าลูกค้าที่มาซื้อแบบ เพราะว่าอยากได้ฉาบฉวย ไม่มีเวลาดูแล ส่วนหนึ่งเราก็สงสารต้นไม้ มันควรจะโตได้มากกว่านี้ เราอยากเห็นมันโต เราก็อยากให้ไปอยู่กับคนที่รักเขาเหมือนกัน ก็นั่นแหละเราก็พยายามในส่วนของเราให้ได้มากที่สุด ที่เหลือก็ลูกค้าก็พยายามในส่วนของลูกค้า แต่ว่าด้วยตัวเราเองเนี่ยคือคุณมีปัญหาอะไรถามเราสิ เราตอบได้ เราช่วยคุณได้ ให้มันโตขึ้น ให้มันมีดอก มีผล เราช่วยคุณได้หมดทุกอย่าง คุณแค่ถามเรามา แล้วก็สิ่งที่เราบอกคุณไป คุณแค่ทำตาม

ร้านขายต้นไม้ออนไลน์ปัจจัยสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การแพคกิ้ง ต้องดีเพื่อลดการเสียหายรวมทั้งการเลือกใช้โลจิสติกส์ที่เหมาะกับการส่งต้นไม้ ซึ่งที่สวนเลือกใช้ขนส่งของ ปณ.ไทย
สร้างยอดขายแตะ 6 หลัก/วัน! ปันอาชีพโดยการ “ขายส่ง” ด้วย
คุณโอ๊ต-ศักดิธร บางบ่อ เจ้าของสวน “ไม้ต่างถิ่นin กรุงเทพ” ยังบอกด้วย บลูเบอร์รี่ปลูกได้และให้ผลผลิตดีในประเทศไทย ปัจจุบันทางสวนเองมีการพัฒนาในเรื่องของการปลูกเลี้ยงและการขยายพันธุ์ด้วยเทคนิค “การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ” ที่สามารถทำได้เบ็ดเสร็จในประเทศไทยด้วย Tissue Culture เป็นวิธีการที่เหมาะกับบลูเบอร์รี่มากที่สุด เพราะว่าทั่วโลกกว่า 95% ก็ขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ รวมถึงที่สวนยังมีการเปิดให้กับผู้ที่สนใจต้นพันธุ์บลูเบอร์รี่และมีความเชื่อถือในคุณภาพของไม้ที่ได้ไปจากสวนว่าจะไม่ทำให้เขาเสียชื่ออย่างแน่นอน ตอนนี้ก็เลยมีโอกาสได้ร่วมงานกับหลาย ๆคนทั้งอินฟลูฯและร้านขายต้นไม้ที่เข้ามารับเพื่อไปจำหน่ายต่อในช่องทางต่าง ๆ ของเขาเอง“แล้วก็ในส่วนของเราเองเราก็อยากทั้ง ขายปลีก-ขายส่ง ด้วยทั้งสองอย่างอยู่แล้ว เรายังอยากพัฒนาอยากจัดการอะไรอีกเยอะ ในเรื่องของ‘สายพันธุ์’ เราก็ยังหาใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สองในเรื่องของการค้าขายเนี่ยก็คือก่อนหน้านี้เราขายแต่ ‘ขายปลีก’ เราไม่ได้ผลิตสำหรับขายส่ง ช่วงนี้เราก็เริ่มมาทางด้านการขายส่งเยอะขึ้น ผลิตจำนวนเพิ่มเยอะขึ้น”ในเรื่องของสถานที่ก็อาจจะต้องมีปรับปรุงอะไรอีกเยอะประมาณหนึ่ง อยากให้สวยไม่ได้สวยแค่ “ต้นไม้” สวยในเรื่องของสถานที่เผื่อลูกค้าเข้ามาสวน ความสะดวกสบายมันก็จะได้เกิดขึ้น ก็ยังต้องใช้ทุนในการพัฒนาอีกเยอะประมาณหนึ่งแต่ว่าทุกอย่างก็ค่อย ๆ ทำไป



ถามว่ารายได้พอไหม? รายได้เพียงพอสำหรับที่จะเลี้ยงตัวเอง และเลี้ยงคนรอบข้างได้ แต่ส่วนหนึ่งที่ก็ยังต้องไปแบ่งลงทุน
แบ่งสำหรับเก็บเผื่อฉุกเฉิน แต่ว่ามันค่อย ๆ ก้าวดีกว่า แต่ว่าแค่ ๆ แค่เรายังไปไม่สุด ส่วนในเรื่องของ “ยอดขาย”ถ้าเป็นช่วงพีค ๆ เลยก็ได้อยู่ 6 หลัก/วัน เพราะด้วยความที่มันขายออนไลน์ ลูกค้าไม่ได้เข้ามาพร้อมกัน หมายความว่าในวันนี้โอเคอาจจะได้ 6 หลัก แต่พรุ่งนี้อาจจะได้แค่ 5 หลัก แล้วอีกวันอาจจะไปได้ 6 หลักอีกก็ได้หมายความว่า ในช่วงที่มัน เหมือนลูกค้าเข้ามาซื้อของมันเข้ามาไม่พร้อมกัน ด้วยความที่หนึ่งคือมันออนไลน์มันสามารถซื้อตลอดได้ทุกวันไม่มีวันหยุดอยู่แล้ว รายได้มันก็เลยไม ได้มาแบบโครมเดียว! วันเดียวใหญ่ ๆ เราก็จะดูจากมวลรวม เช่น ต่อ 1 สัปดาห์รายได้เท่านี้เราแฮปปี้ ต่อ 1 เดือนรายได้เท่านี้เราแฮปปี้ แต่ว่าของทางเราเองเรามองรายได้ทั้งปี เพราะว่าต้นไม้มันก็จะมีช่วงพีคของต้นไม้ เช่น ช่วงหน้าฝน คนจะซื้อต้นไม้ไปปลูก แต่ช่วงหน้าร้อน คนก็ยังไม่ปลูกต้นไม้จะรอหน้าฝน นั่นหมายความว่าใน 1 ปีเราก็อาจจะขายดีสักประมาณ 4 เดือนหรือ 6 เดือน อีก 6 เดือนที่เหลือก็ขายเลี้ยงตัวเองพออยู่ได้ไป ไม่ใช่ช่วงพีค“คือ ๆ เราพอใจ ณ จุดหนึ่งน่ะครับ มันก็ไม่ได้ ไม่ได้คิดเยอะ ก็ทำไปเรื่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ แต่ว่า ณ วันนี้ก็พอใจตรงนี้ ทำตรงนี้และก็พัฒนาไปเรื่อย ๆ อนาคตมันก็ต้องดีขึ้น”

ในตอนท้ายเราถามพี่โอ๊ตไปว่าแฮปปี้ไหม? คำตอบคือ แฮปปี้ครับ แฮปปี้เป็นอาชีพที่แฮปปี้แล้ว ถามต่ออีกเป็นอาชีพที่ “ใช่” หรือยัง? เจ้าตัวบอกใช่ไหม? ใช่ครับ ไม่เอาแล้วงานประจำแต่จะทำอะไร “คนเดียว” แล้วมันได้เงิน? ไม้ต่างถิ่น in กรุงเทพ ความแปลกที่ขายได้ 6 หลัก/วัน! ถือเป็นอีกตัวอย่าง SME ที่มีวิธีคิดและการจัดการธุรกิจด้วยตัวเอง เพียงคนเดียว ได้อย่างรอบคอบและค่อย ๆ เติบโตอย่างที่ควรจะเป็นจริง ๆ ใช้ทุนต่อทุนแบบไม่มีภาระหนี้ ทั้งยังมีการปรับตัวจากออฟไลน์มาสู่ออนไลน์กระทั่งค้นพบว่า มันใช่! สำหรับธุรกิจของตนเองสามารถมีเวลาบริหารจัดการทุกอย่างได้ดีกว่า บวกกับสินค้าก็เป็นที่ต้องการแม้จะเป็นเฉพาะกลุ่มแต่ทว่าลูกค้าก็มีกำลังซื้อแน่นอน ข้ามผ่านวิกฤตได้และกำลังเติบโตแข่งกับต้นไม้ที่อยู่ในสวนอย่างน่าชื่นใจ สำหรับใครที่สนใจพันธุ์ไม้แปลก ๆ ไม้ต่างถิ่นนำเข้าจากต่างประเทศว่าสามารถปลูกเลี้ยงในประเทศไทยได้หรือไม่ สอบถามได้ที่ FB : ไม้ต่างถิ่น in กรุงเทพ หรือโทร.065-145-1944 Line : @oat-dmk

คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด