xs
xsm
sm
md
lg

“อีซูซุ” สะเทือนสงครามตะวันออกกลาง ลูกค้าชะลอซื้อ–ส่งออกเสี่ยง-ชูจุดแข็ง ประหยัดน้ำมัน กู้ยอดตลาดปิกอัพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดรถยนต์ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ว่า สถานการณ์ดังกล่าวยังยากที่จะประเมินภาพรวมที่ชัดเจน และหากยืดเยื้อต่อไปจะส่งผลเสียอย่างแน่นอน ซึ่งในขณะนี้เริ่มส่งผลกระทบให้ลูกค้าโดยเฉพาะในต่างจังหวัดบางส่วนเกิดความกังวลเรื่องปัญหาการขาดแคลนน้ำมันจนเริ่มชะลอการตัดสินใจซื้อรถออกไปบ้างแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ อีซูซุมองว่าเป็นโอกาสที่จะได้ตอกย้ำจุดแข็งสำคัญของแบรนด์ นั่นคือการเป็น "รถที่ประหยัดน้ำมัน" ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดีที่สุดในเวลานี้ และเป็นกลยุทธ์หลักในการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในภาวะที่น้ำมันราคาแพงและขาดแคลน


สำหรับประเด็นการเปิดตัวรถปิกอัพไฟฟ้า Isuzu D-Max EV ในช่วงเวลาที่เกิดสงครามและวิกฤตราคาน้ำมันพอดีนั้น ผู้บริหารตรีเพชรฯ ยืนยันว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบหรือราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น แต่เป็นไปตามแผนงานที่บริษัทฯ ได้วางไว้ล่วงหน้าแล้ว 

และเมื่อถามถึงทิศทางความต้องการรถ EV ที่อาจจะมีมากขึ้นจากปัญหาน้ำมันแพง ทางอีซูซุให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ณ ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ง่ายๆ ว่ารถ EV คือคำตอบที่จะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด เพราะสถานการณ์พลังงานในปัจจุบันกระทบทั้งน้ำมันดีเซลและเบนซิน ขณะเดียวกันราคาค่าไฟฟ้าก็ปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน การพิจารณาเลือกซื้อจึงต้องดูหลายปัจจัยประกอบ ท่ามกลางกระแสการรณรงค์ประหยัดพลังงานทั่วโลกที่กระทบต่อวงการพลังงานในวงกว้าง


ในส่วนของภาพรวมตลาดและแผนการดำเนินงานนั้น อีซูซุได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ปี 2569 (ซึ่งเป็นตัวเลขก่อนเกิดเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลางและอาจต้องมีการปรับปรุงใหม่อีกครั้งตามสถานการณ์จริง) โดยประเมินตลาดรถยนต์รวมในไทยไว้ที่ประมาณ 640,000 คัน และตลาดรถปิกอัพรวมทุกยี่ห้อประมาณ 151,000 คัน ซึ่งอีซูซุยังคงเป้าหมายยอดจำหน่ายรวมทุกประเภทไว้ที่ 77,500 คัน โดยแบ่งเป็นรถปิกอัพประมาณ 54,000 คัน 

แม้ว่าปัจจุบันตลาดรถปิกอัพจะหดตัว แต่บริษัทฯ ยังคงเชื่อมั่นว่ารถปิกอัพยังคงตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าไทยส่วนใหญ่ และยังคงเชื่อมั่นในสมรรถนะของ MU-X ที่ตลาด PPV ยังมีสมรรถนะสูง ซึ่งล่าสุดได้แนะนำ MU-X 4WD เครื่องยนต์ 2.2 เข้าสู่ตลาดเพื่อเพิ่มไลน์อัปให้มากขึ้นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น


ผู้บริหารตรีเพชรฯ ยังได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยหลัก 3 ประเด็นที่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีนี้ ได้แก่ 
1. มาตรการพิจารณาสินเชื่อของบริษัทไฟแนนซ์ ซึ่งที่ผ่านมามีความเข้มงวดมาก หากเริ่มผ่อนคลายลงจะช่วยให้สถานการณ์ตลาดปิกอัพดีขึ้น 
2. ภาคการส่งออกและภาคการเกษตร 
3. นโยบายรัฐบาล ซึ่งความคาดหวังหลังการเลือกตั้งสิ้นสุดลง คืออยากเห็นรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง และให้ความสำคัญกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง อีซูซุคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะปรับตัวดีขึ้น จึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ต้องมาเจอปัจจัยลบใหม่แทรกซ้อนเสียก่อน


สำหรับคำถามถึงโอกาสที่ยอดขายของอีซูซุจะกลับไปแตะระดับ 170,000 คัน เหมือนในอดีต หรือแผนการนำรถปิกอัพขนาด 1 ตัน ไปจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ทางผู้บริหารระบุว่า ยอดขายในระดับสูงที่เคยทำได้ในอดีตนั้นเกิดจากมาตรการพิเศษช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐหลายอย่างประกอบกัน เช่น โครงการรถคันแรก ซึ่งหากตลาดฟื้นตัวและมาตรการด้านไฟแนนซ์ผ่อนคลายก็คงไปถึงจุดนั้นได้ แต่ต้องอาศัยปัจจัยพิเศษและมาตรการเหล่านั้นมาช่วยสนับสนุนอย่างครบถ้วน 

ส่วนเรื่องการนำรถปิกอัพไปขายที่ญี่ปุ่นนั้น เป็นอำนาจการตัดสินใจของ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น แต่ตรีเพชรฯ มีความมั่นใจว่ารถปิกอัพที่ผลิตจากประเทศไทยเป็นรถที่ดีมาก และพร้อมที่จะขายอย่างแน่นอนหากทางญี่ปุ่นมีความต้องการ


ในด้านการส่งออก แม้ปัญหาเรื่องการขนส่งที่ช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออกไปตะวันออกกลางอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตในประเทศไทย ซึ่งทางอีซูซุยังคงเตรียมความพร้อมเสมอที่จะส่งออกไปยังดินแดนตะวันออกกลาง เนื่องจากเป็นตลาดสำคัญ และแม้จะยังไม่สามารถประเมินผลกระทบเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้จากสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ 

แต่ตรีเพชรฯ ยืนยันว่าจะยังคงใช้กลยุทธ์เน้นสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ให้ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้รถที่ประหยัดน้ำมัน มีสมรรถนะสูง พร้อมมาตรฐานการดูแลรักษาและการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยและสังคมไทยในทุกสถานการณ์