องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เปิดตัวแคมเปญ “GreenBiz HK” ในกรุงเทพฯ เดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียว การเงิน และนวัตกรรม ระหว่างไทย - ฮ่องกง โดยมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจเข้าร่วมกว่า 550 คน พร้อมกิจกรรมสัมมนาเชิงลึก การสร้างเครือข่าย และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนและความร่วมมือเชิงพาณิชย์ในอนาคต
ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมและกล่าวเปิดงาน โดยเวทีดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเงินสีเขียว เทคโนโลยีสีเขียว ห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินสีเขียวและนวัตกรรมระดับนานาชาติ
นางสาวแอนนา เฉิง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร HKTDC กล่าวว่า ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระดับโลก และเป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว ทั้งการสนับสนุนด้านนโยบาย เงินทุน การวิจัยและพัฒนา รวมถึงโซลูชันที่สามารถขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม
GreenBiz HK ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ผู้นำธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์เชิงปฏิบัติ ตลอดจนสำรวจโอกาสความร่วมมือใหม่ ๆ สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจสีเขียวในระดับโลก
ด้านเวียน เฉิง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเอเชียใต้ ของ HKTDC กล่าวว่า ไทยมีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ทั้งพลังงานหมุนเวียน นวัตกรรมเกษตร เมืองอัจฉริยะ และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถต่อยอดร่วมกับจุดแข็งของฮ่องกงในด้านการเงินระหว่างประเทศ การเชื่อมต่อระดับโลก และความเชี่ยวชาญด้าน ESG
สำหรับฮ่องกง ทำหน้าที่เป็น “ประตูสำคัญ” ในการเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดโลก โดยเฉพาะเขต Greater Bay Area ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ขณะเดียวกัน HKTDC มีเครือข่ายสำนักงานมากกว่า 50 แห่งทั่วโลก รวมถึง 13 แห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการเข้าถึงข้อมูลทางการตลาด พันธมิตรทางธุรกิจ และโอกาสการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ความร่วมมือระหว่างไทย - ฮ่องกงจะมุ่งเน้นไปที่การเงินสีเขียว เทคโนโลยีสีเขียว และโซลูชันเมืองอัจฉริยะ อาทิ การก่อสร้างที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำ ระบบประหยัดพลังงาน พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และช่วยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรม BCG
ขณะเดียวกัน HKTDC ยังมีบทบาทในการสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีมีผู้ประกอบการไทยประมาณ 4,000 ราย เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมในฮ่องกง พร้อมมีการติดตามผลการจับคู่ธุรกิจ เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือเชิงพาณิชย์ ทั้งในรูปแบบบันทึกความเข้าใจ (MOU) และการลงทุนจริงในอนาคต
ดร.คิม มัก ประธานบริษัท อนาล็อก โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียว อาคารสีเขียว และโซลูชันเมืองอัจฉริยะล่าสุด ขณะที่ จอห์น โล ผู้ก่อตั้งสถาบันเอเชียคาร์บอน ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการลดการปล่อยคาร์บอนและกลยุทธ์ ESG ขณะที่ หวง เหวยเหว่ย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ประจำประเทศจีน และรองประธานอาวุโสของซีพี ไชน่า ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ จากประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์ของบริษัทในด้านพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม โดยชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์มด้านเงินทุน การบริการระดับมืออาชีพ และการเชื่อมต่อระดับโลกของฮ่องกงสามารถสนับสนุนวิสาหกิจไทยในการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว (Bio-Circular-Green: BCG) และขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้ การประชุมครั้งนี้ เน้นย้ำถึงศักยภาพในการร่วมมือกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในด้านการเงินสีเขียว เทคโนโลยีที่ยั่งยืน และนวัตกรรมเมืองในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีการจัดประชุมย่อย 2 หัวข้อสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาเมืองในอนาคต โดยหัวข้อ “ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีสีเขียวและการออกแบบแบบบูรณาการ” มุ่งเน้นบทบาทของเทคโนโลยีสีเขียว สถาปัตยกรรมยั่งยืน ระบบพลังงานหมุนเวียน และโซลูชันเมืองอัจฉริยะ ในการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเมือง และการเสวนาดังกล่าวมีผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประยุกต์แห่งฮ่องกง (ASTRI), บริษัท Henderson Land Development, บริษัท Arup และบริษัท ออเธอร์แลนด์ จำกัด ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบแบบบูรณาการและเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในระดับเมือง
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าของไทย ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและแสดงความสนใจที่จะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งแบบสหวิทยาการของฮ่องกง เพื่อเร่งความยั่งยืนในระดับภูมิภาค ส่วนหัวข้อที่สอง คือ “การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เมืองสีเขียว และเมืองเพื่อสุขภาวะ : ความร่วมมือฮ่องกง - ไทย และโอกาสห่วงโซ่อุปทานสีเขียวในระดับภูมิภาค” ได้รับการสนับสนุนจาก BEAM Society Limited และสภาอาคารสีเขียวแห่งฮ่องกง ได้หารือเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานอาคารสีเขียว การก่อสร้างคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาในห่วงโซ่อุปทานสีเขียวระดับภูมิภาค
GreenBiz HK ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Economic and Trade Express (ETE) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุน SMEs และสตาร์ทอัพจากฮ่องกงในการขยายตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการดึงดูดผู้ประกอบการจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในฮ่องกง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (HKETO) ประจำกรุงเทพฯ
พร้อมกันนี้ HKTDC ยังนำคณะ “Hong Kong Green Team” ลงพื้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 17 - 20 มีนาคม 2569 เพื่อสำรวจโอกาสทางธุรกิจด้านบริการสีเขียวแบบครบวงจร ครอบคลุมสถาปัตยกรรม วิศวกรรม เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และที่ปรึกษา ESG โดยเข้าหารือกับหน่วยงานสำคัญของไทย อาทิ สถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC), บริษัท WHA Industrial Development และบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพื่อเปิดโอกาสสู่ความร่วมมือในอนาคต