xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐฯ คว่ำบาตรโสมแดง ปมสายลับไอทีแฮกข้อมูล ฟอกเงินคริปโต-หนุนพัฒนาอาวุธ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เดินหน้าคว่ำบาตรองค์กรอาชญากรรมเกาหลีเหนือ หลังพบหลักฐานว่าปฏิบัติการล้วงข้อมูลและเรียกค่าไถ่ภาคธุรกิจทั่วโลกได้เม็ดเงินกว่า 800 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท ในปี 2567 โดยส่งบุคลากรไอทีปลอมแฝงตัวในบริษัทพันธมิตรสหรัฐฯ ฝังมัลแวร์ขโมยข้อมูลความลับ ก่อนแปลงเงินผิดกฎหมายผ่านสินทรัพย์คริปโต เพื่อหล่อเลี้ยงโครงการอาวุธทำลายล้างสูงของระบอบเปียงยาง ฟาก รัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ ประกาศชัดว่าสหรัฐฯ จะ "ติดตามเงิน" ไม่ว่าจะซ่อนในรูปแบบใด

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคล 6 ราย และนิติบุคคล 2 แห่ง ในข้อหาเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลเกาหลีเหนือ (DPRK) ฉ้อฉลภาคธุรกิจระหว่างประเทศได้เงินรวมกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท ตลอดปี 2567 โดยเงินดังกล่าวถูกส่งตรงไปยังโครงการพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูงของระบอบเปียงยาง

รูปแบบปฏิบัติการที่ถูกเปิดเผยมีความซับซ้อนและแนบเนียนในระดับที่น่าวิตก กล่าวคือ บุคลากรสังกัดเกาหลีเหนือได้ใช้เอกสารปลอม อัตลักษณ์สมมติ และประวัติวิชาชีพที่ผ่านการปั้นแต่งอย่างพิถีพิถัน แทรกซึมเข้าทำงานในแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทในสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร พนักงานปลอมเหล่านี้รับเงินเดือนจากนายจ้างโดยสุจริต แต่รายได้ทั้งหมดไหลเข้าคลังรัฐบาลเปียงยางผ่านช่องทางที่ถูกวางระบบไว้อย่างรัดกุม

ยิ่งกว่านั้น การสืบสวนยังพบว่า ผู้ก่อการบางรายได้ยกระดับปฏิบัติการจากการ "แฝงตัวรับเงิน" ไปสู่การโจมตีเชิงรุก ด้วยการฝังมัลแวร์ลงในระบบเครือข่ายขององค์กรเหยื่อ เพื่อขโมยข้อมูลที่เป็นความลับและทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เป็นอาวุธในการรีดไถเงินก้อนโต ภายใต้ภัยคุกคามว่าจะเปิดเผยหรือทำลายข้อมูลอ่อนไหวนั้น

สำหรับนิติบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรทั้งสองรายมีบทบาทต่างกันอย่างชัดเจนในห่วงโซ่อาชญากรรมนี้ ได้แก่ บริษัท อัมนึกกัง เทคโนโลยี ดีเวลอปเมนต์ บริษัทไอทีสัญชาติเกาหลีเหนือ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการในการบริหารจัดการแรงงานไอทีที่ถูกส่งออกไปปฏิบัติการในต่างประเทศ และ บริษัท กวางเวียดดีเอ็นบีจี อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์วิสเซส จำกัด บริษัทที่จดทะเบียนในเวียดนาม ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดฟอกเงินขั้นสุดท้าย โดยแปลงเงินผิดกฎหมายให้กลายเป็นสินทรัพย์คริปโต ก่อนส่งมอบให้รัฐบาลเกาหลีเหนือ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่า "ระบอบเกาหลีเหนือมุ่งเป้าโจมตีบริษัทอเมริกันผ่านแผนการหลอกลวงที่ดำเนินการโดยสายลับไอทีในต่างแดน ซึ่งใช้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเป็นอาวุธในการรีดไถเงินจำนวนมาก ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ กระทรวงการคลังจะยังคงติดตามเส้นทางเงิน เพื่อปกป้องธุรกิจสหรัฐฯ จากกิจกรรมอันเป็นอันตรายเหล่านี้ และดำเนินการให้ผู้รับผิดชอบทุกรายต้องถูกลงโทษ"

ปฏิบัติการคว่ำบาตรครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของภัยคุกคามทางไซเบอร์จากรัฐเผด็จการ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแฮ็กระบบแบบดั้งเดิม หากแต่ได้พัฒนาเป็นการปลอมแปลงตัวตนในระดับที่ผสานเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของแรงงานโลก ใช้เทคโนโลยีสินทรัพย์คริปโตเป็นเครื่องมือฟอกเงิน และอาศัยช่องว่างของการกำกับดูแลข้ามชาติเพื่อลบเลือนร่องรอย นับเป็นการเตือนภาคธุรกิจทั่วโลกว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในยุคนี้แฝงอยู่แม้แต่ในใบสมัครงานของพนักงานไอทีทั่วไป