บิทธัม ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับสองตลาดคริปโตเกาหลีใต้ ยังคงเดินหน้าเสนอชื่อ อี แจ-วอน นั่งเก้าอี้ซีอีโอต่ออีก 2 ปี แม้จะเพิ่งรับโทษพักใบอนุญาตบางส่วน 6 เดือน และโดนปรับกว่า 36,800 ล้านวอน จากความบกพร่องด้านการป้องกันการฟอกเงิน ขณะที่บริษัทยังคงค้างผลสอบสวนอีกหลายคดี ท่ามกลางสัญญาณบวกจากนโยบายรัฐบาลกรุงโซลที่เปิดรับอุตสาหกรรมคริปโตอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ตามรายงานของ Korea Times ระบุว่าบิทธัม (Bithumb) ตลาดซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีอันดับสองของเกาหลีใต้แง่ปริมาณการซื้อขาย กำลังเตรียมผลักดันการต่ออายุวาระ อี แจ-วอน (Lee Jae-won) ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจากแรงกดดันด้านกฎระเบียบอย่างหนัก
โดยบริษัทมีกำหนดจัดประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งจะนำเสนอวาระพิจารณาต่ออายุตำแหน่งดังกล่าวต่อที่ประชุม วาระของ อี แจ-วอน ในฐานะซีอีโอจะสิ้นสุดลงปลายเดือนนี้ และหากผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น เขาจะดำรงตำแหน่งต่ออีกเป็นเวลา 2 ปี
สำหรับโครงสร้างตลาดคริปโตในเกาหลีใต้ปัจจุบัน อัพบิท (Upbit) ครองตำแหน่งผู้นำด้านปริมาณการซื้อขายรายวัน ตามข้อมูลจาก CoinGecko รองลงมาคือบิทธัม และคอร์บิท (Korbit) ตามลำดับ
บิทคอยน์ผิดพลาด-หน่วยงานกำกับเล่นงานหนัก
ในเดือนมีนาคม 2569 หน่วยงานข่าวกรองทางการเงินของเกาหลีใต้ (Financial Intelligence Unit) ได้มีคำสั่งพักใบอนุญาตบางส่วนของบิทธัมเป็นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมเรียกเก็บค่าปรับ 36,800 ล้านวอน หรือราว 24.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกรณีที่บริษัทถูกกล่าวหาว่าบกพร่องในมาตรการป้องกันการฟอกเงิน
ภายใต้มาตรการดังกล่าว บิทธัมจะถูกห้ามดำเนินการโอนสินทรัพย์คริปโตจากภายนอกให้แก่ลูกค้ารายใหม่ ในช่วงระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 26 กันยายน 2569
นอกจากนี้ บริษัทยังเคยตกเป็นที่สนใจของหน่วยงานกำกับดูแลในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเกิดข้อผิดพลาดทางระบบ ส่งผลให้มีการโอนบิทคอยน์จำนวน 2,000 เหรียญเข้าบัญชีลูกค้าโดยไม่ถูกต้อง
ความเสี่ยงเพิ่มเติมยังคงรออยู่เบื้องหน้า บิทธัมยังคงอยู่ระหว่างการรอผลการสอบสวนอีกคดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแบ่งปันข้อมูล Order Book กับแพลตฟอร์มต่างประเทศ และหากมีบทลงโทษเพิ่มเติมตามมา อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการต่ออายุใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (Virtual Asset Service Provider) ของบริษัท
"บิทธัมจะต้องลุ้นผลการสอบสวนด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากบริษัทยังจำเป็นต้องต่ออายุใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน" แหล่งข่าวเปิดเผยกับ Korea Times
อุตสาหกรรมคริปโตเกาหลีใต้ปักธงโต
แม้บิทธัมจะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมคริปโตในเกาหลีใต้กลับมีสัญญาณเชิงบวก นับตั้งแต่ อี แจ-มยอง (Lee Jae-myung) ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมิถุนายน 2568 รัฐบาลกรุงโซลได้ผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงร่างกฎหมายรับรองความถูกต้องตามกฎหมายของสเตเบิลคอยน์
ก่อนหน้านั้นสามเดือน จำนวนผู้ใช้งานตลาดคริปโตในเกาหลีใต้ทะลุ 16 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 30 ของประชากรทั้งประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างลึกซึ้ง
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มข้อมูลออนไลน์ Statista คาดการณ์ว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในเกาหลีใต้จะสร้างรายได้รวมสูงถึง 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 ตัวเลขดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่า แม้บิทธัมจะอยู่ท่ามกระแสการตรวจสอบอย่างหนัก แต่ตลาดคริปโตโสมขาวที่ดำเนินอยู่นั้นกำลังเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเป็นทั้งโอกาสและแรงกดดันให้บริษัทต้องพิสูจน์ตัวเองต่อหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ถือหุ้นไปพร้อมกัน