xs
xsm
sm
md
lg

“แวริซอฟท์” จากเด็กติดเกม สู่ ผู้พัฒนาเกม สร้างรายได้ 20 ล้านบาทต่อปี ตั้งเป้าพาธุรกิจเกมไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“เด็กติดเกม” พอได้ยินคำนี้ ภาพในหัวของผู้ใหญ่ คือเรื่องที่ติดลบ แต่ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ AI การเล่นเกม อาจจะเป็นช่องทางในการสร้างอาชีพ หารายได้ จากสิ่งที่เด็กๆ หลายคนชื่นชอบ ในอนาคตได้ ครั้งนี้ พามารู้จักในอีกมุมของอดีตในวัยเด็ก ชื่นชอบการเล่นเกม มาก และเคยถูกมองในภาพลบว่า เป็น “เด็กติดเกม” เริ่มต้นจากทำคนเดียว ผ่านไปไม่ถึง 5 ปี เติบโตมีพนักงานกว่า 20 ชีวิต สร้างรายได้20ล้านบาทต่อปี


สร้างอาชีพจากสิ่งที่ชอบ ความฝันใครหลายๆคน

นายพิชญ ศรีฟ้า (เอ้) เจ้าของ บริษัท แวริซอฟท์ (กรุงเทพฯ) จำกัด เล่าว่า บริษัททำธุรกิจผู้ให้บริการด้านดิจิทัลโซลูชั่น อินฟราสตรัคเจอร์ บนคลาวด์ และพัฒนาซอฟต์แวร์ เกมออนไลน์ เริ่มเปิดบริษัทมาได้ 12 ปี จุดเริ่มต้นมาจากส่วนตัวชื่นชอบการเล่นเกมส์มาตั้งแต่เด็ก

และด้วยเป็นห่วงของคนเป็นแม่ ก็ไม่รู้ว่าจะพาลูกออกจากสิ่งที่ลูกชอบได้อย่างไร จนกระทั่ง วันหนึ่ง แม่ได้ไปเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับ เยาวชนที่ไปคว้ารางวัลเขียนเกมส์สร้างเกมส์ และสร้างรายได้จากเกม แม่ก็นำข่าวนั้น มาพูดคุยกับลูก และบอกกับลูกว่า แม่จะไม่ขัดขวางการเล่นเกมของลูก และพร้อมจะสนับสนุนการเล่นเกมของลูก ถ้าลูกสามารถสร้างรายได้ และสร้างอาชีพ จากสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบได้ เหมือนกับในข่าว

จากจุดเริ่มต้น ตรงนั้น ผมก็สานฝันความต้องการของแม่ ซึ่งส่วนตัวเริ่มมองเห็นโอกาสจากการสร้างอาชีพ จากสิ่งที่เรารักและชอบ ซึ่งที่ผ่านมา แม้ว่าผมจะชอบเล่นเกม แต่เรื่องเรียนผมไม่ได้เสีย ผมไม่ได้เป็นเด็กเกเร การเรียนของเราอยู่ในระดับดีมาตลอด สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และเรียนจบปริญญาตรี พร้อมกับคว้าเกียรตินิยมมาให้ครอบครัวได้ภาคภูมิใจ


ตั้งใจอยากเป็นผู้พัฒนาเกม
เปิดตัวเกมแรกก็ปัง เลย

โดยหลังจากนั้นมุ่งมั่นที่จะเรียนด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวคอมพิวเตอร์ ด้วยผลการเรียนระดับเกียรตินิยม หลังจากเรียนจบ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการทำงานในบริษัทด้านไอที รวมถึงเดินทางไปศึกษาหาประสบการณ์เพิ่มเติมที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับพัฒนาเกมควบคู่ไปด้วย เพื่อสั่งสมทั้งประสบการณ์และหาเงินทุน ก่อนจะก่อตั้งบริษัทของตนเอง

เกมแรกที่สร้างชื่อให้กับบริษัทคือ “PAKAPOW: Friendship Never End” ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ Varisoft แม้เกมดังกล่าวจะยุติการให้บริการไปแล้ว แต่บริษัทก็ยังคงเดินหน้าพัฒนาเกมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ZabbWorld และ Pakapow M รวมถึงการร่วมพัฒนาเกมกับลูกค้า อาทิ FansDungeon และ World of Runner นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการพัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันควบคู่ไปด้วย

ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ประมาณ 20 ล้านบาท โดยมากกว่าครึ่งมาจากธุรกิจเกม จากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงผู้ก่อตั้งและทีมงาน 1 คน ปัจจุบัน Varisoft เติบโตเป็นทีมพัฒนากว่า 20 คน และยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี

การเติบโตต่อปี เราอาจจะไม่ได้เยอะมากประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง จากบริษัทผู้ผลิตเกมจากต่างประเทศ แต่เป้าหมายของเราในการนำพาเกมไทยไปสู่เวทีระดับนานาชาติ ยังไม่ได้ลดความพยายาม โดยที่ผ่านมา เราก็พยายามพัฒนาเกมใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเราจะเพียงจุดเริ่มต้นเล็กของผู้พัฒนาเกมคนไทย


เป้าหมายพาเกมไทย สู่ เวทีระดับนานาชาติ

นายพิชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของ Varisoft ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างเกมให้ประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจ แต่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมเกมไทยในระยะยาว เนื่องจากปัจจุบันกว่า 98% ของเกมที่คนไทยเล่นเป็นเกมจากต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเกมของไทยยังตามหลังประเทศชั้นนำอีกมาก

“เราอยากเห็นวันที่เกมไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ ไม่ใช่แค่ในประเทศ เราอยากสร้างเกมที่คนทั่วโลกเล่น และรู้ว่านี่คือผลงานของคนไทย”

พิชญ กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเกมไทย ไม่ใช่เพียงเรื่องของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ต้องอาศัยทั้งบุคลากร การสนับสนุนจากภาครัฐ และระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโต เพื่อผลักดันให้เกมกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างรายได้หลักของประเทศในอนาคต

“หากเราสามารถสร้างเกมที่ประสบความสำเร็จระดับโลกได้ ไม่เพียงแต่จะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย แต่ยังสามารถนำรายได้กลับเข้าประเทศ และสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตในสายอาชีพนี้อย่างยั่งยืน”


ภาพรวมตลาดเกมไนไทยปี 2568

ตลาดเกมภาพรวมโตขึ้น สวนทางผู้ผลิตเกมส์ในไทยโตลดลง เนื่องจากผู้เล่นหันไปเล่นเกมส์จากต่างประเทศที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และมีเกมที่พัฒนาโดยAI ยังเข้ามาแชร์ตลาดนี้

ครั้งนี้ ในส่วนของภาพรวมตลาดเกมในไทย ปี 2568 ภาพรวมตลาดเกมคาดมีมูลค่าอยู่ที่ 36,500 ล้านบาท ขยายตัว 2.8% จากปี 2567 เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่เติบโต 1.6% หรือมีมูลค่า 36,100 ล้านบาท ณ เดือนเมษายน 2568 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากจำนวนผู้เล่นเกมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายระหว่างการเล่นเกมภายในแอป (In-App Purchase (IAP)) ของผู้เล่นที่เติบโต

โดยธุรกิจการจัดจำหน่าย นำเข้าและดูแลลิขสิทธิ์เกมในไทยคาดมูลค่าตลาดเติบโต 3.5% ขณะที่บริษัทผู้พัฒนาเกมและรับจ้างการผลิตเผชิญกับความท้าทาย คาดมูลค่าตลาดหดตัว 26.4% จากปีก่อน เนื่องจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมเกมสูงจากบริษัทเกมต่างประเทศ และคนไทยส่วนใหญ่นิยมเล่นเกมจากผู้พัฒนาต่างประเทศ กอปรกับการใช้ AI เข้ามาช่วยในการพัฒนาเกมส่งผลกระทบต่อผู้รับจ้างผลิต


ผู้พัฒนาเกมไทย เผชิญปัจจัยลบ

สำหรับความท้าท้ายของผู้พัฒนาเกมไทย ในปี 2569 ซึ่งรวมทั้งผู้พัฒนาและออกแบบเกม (IP Owner) และผู้รับจ้างผลิตผลงาน (Outsource) เผชิญกับปัจจัยลบกระทบการเติบโตของรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่รุนแรง จากผู้ผลิตและออกแบบเกมจากทั่วโลก ที่เพิ่มขึ้น และคนไทยนิยมเล่นเกมจากต่างประเทศมากกว่า และกำลังซื้อ จากภาวะเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม บวกกับ เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในช่วงขาลง ทำให้การซื้อของในเกมลดลงไป

ทั้งนี้ การลดลงของมูลค่ารวมเกมไทย ลดลงอย่างต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี 2567 โดยมูลค่ารวมปี 2568 อยู่ที่ปะมาณ 600 ล้านบาท หดตัวจากปี 2567 ถึง 26.4 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนได้จากรายได้ของผู้ประกอบการหลายรายในกลุ่มนี้มีการปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยในปี 2567 พบว่า ผลประกอบการของผู้ประกอบการกลุ่มนี้กว่า 66% ของผู้ประกอบการยังขาดทุน และกำไรสุทธิรวมของอุตสาหกรรมลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563

ติดต่อ โทร. 09-2512-9911

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *