xs
xsm
sm
md
lg

กรมธุรกิจพลังงานสั่งผู้ค้าน้ำมันแจ้งราคาขาย-รายงานข้อมูลทุกวัน ชี้ไทยมีสำรองฯใช้ได้103วัน-ตรวจคลังไม่กักตุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมธุรกิจพลังงาน เผยรัฐสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ประกาศราคาจำหน่ายน้ำมัน และรายงานข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ชี้ไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้103วัน-ตรวจคลังไม่กักตุน จับมือภาคประชาชนในการพัฒนาแอปพลิเคชัน “ปั๊มเรดาร์” เพื่อให้ประชาชนเช็คสถานการณ์น้ำมันแบบเรียลไทม์ พร้อมเร่งสอบเอาผิด“ทริลเลี่ยน ปิโตรเทรดดิ้ง “ที่อ่างทอง หลังพบเอกสารการขนส่งน้ำมันปลายทางไม่ตรงกับสถานที่จัดส่งจริง

วันนี้ (22 มีนาคม 2569) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)ว่า รัฐบาลได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และรายงานข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิดและโปร่งใส

สำหรับสถานการณ์น้ำมันเบนซิน ปัจจุบันมีการผลิตจากโรงกลั่นในประเทศ 5 แห่ง ได้แก่ บางจาก บางจากศรีราชา ไออาร์พีซี เอสพีอาร์ซี และไทยออยล์ โดยมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 35.28 ล้านลิตรต่อวัน ก่อนนำไปผสมเอทานอลเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ประเภทต่าง ๆ เช่น 91, 95 และ E20 เพื่อจำหน่ายในประเทศ คิดเป็นปริมาณประมาณ 34.41 ล้านลิตรต่อวัน โดยส่งผ่านผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่และสถานีบริการทั่วประเทศ

ขณะที่น้ำมันดีเซล มีโรงกลั่นผลิตรวม 6 แห่ง มีกำลังการผลิตน้ำมันดีเซลพื้นฐานอยู่ที่ประมาณ 79.91 ล้านลิตรต่อวัน ก่อนนำไปผสมไบโอดีเซลเป็นดีเซลหมุนเร็วเพื่อจำหน่าย โดยปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศอยู่ที่ประมาณ 67–70 ล้านลิตรต่อวัน และมีบางช่วงที่ความต้องการพุ่งสูงเกิน 100 ล้านลิตรต่อวัน

ในส่วนของการตรวจสอบกรณีบริษัท ทริลเลี่ยน ปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดอ่างทอง ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงนั้น กรมธุรกิจพลังงานได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 3 ประเภท ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และดีเซลหมุนเร็ว เพื่อตรวจสอบคุณภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน

เบื้องต้นพบความผิดปกติในเอกสารการขนส่งน้ำมัน โดยระบุปลายทางไม่ตรงกับสถานที่จัดส่งจริง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย


นอกจากนี้ กรมธุรกิจพลังงานยังได้ประสานความร่วมมือกับภาคประชาชนในการพัฒนาแอปพลิเคชัน “ปั๊มเรดาร์” เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันได้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการพัฒนาระบบของภาครัฐ เพื่อให้สถานีบริการรายงานข้อมูลผ่านพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร ผ่อนผันข้อจำกัดบางประการ เพื่อเร่งการขนส่งและกระจายน้ำมันเข้าสู่ระบบให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันใน 8 จุด ครอบคลุม 4 จังหวัด ไม่พบการกักตุนหรือความผิดปกติแต่อย่างใด และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

นายสราวุธ กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมเพียงพอต่อการใช้ 103 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร และปริมาณระหว่างขนส่ง 4,200 ล้านลิตร รวมถึงมีการทำสัญญาจัดหาไว้แล้ว 3,700 ล้านลิตร