xs
xsm
sm
md
lg

ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง “โตโยต้า” ไม่ถอยเป้าปี 69 ทุ่ม 5.2 พันล้าน ปั้น FJ ลุยตลาดโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


โนริอากิ ยามาชิตะ
การเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์สายลุยรุ่นใหม่ Land Cruiser FJ ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการเติมไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในตลาดยานยนต์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนยุทธศาสตร์เชิงรุกของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกสำคัญ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเผชิญความไม่แน่นอน โดยเฉพาะแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานและต้นทุนการผลิต

โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและความเคลื่อนไหวของราคาพลังงานอย่างใกล้ชิดในระดับวันต่อวัน โดยเฉพาะผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญด้านความมั่นคงพลังงาน อย่างไรก็ตาม โตโยต้ายืนยันว่าจะยังไม่ปรับเป้าหมายยอดขายในปี 2569 ที่ตั้งไว้ 243,000 คัน และส่วนแบ่งตลาด 38.6% จนกว่าจะเห็นสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้น


การเปิดตัว Land Cruiser FJ ครั้งนี้มาพร้อมงบลงทุนในประเทศไทยกว่า 5,200 ล้านบาท (ไม่นับรวมการลงทุนในห่วงโซ่อุปทาน) และมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสูงถึง 84% สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาค โดยบริษัทตั้งเป้าส่งออกรถรุ่นดังกล่าวไปยังมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา ด้วยเป้าหมายการส่งออกเบื้องต้นที่ 40,000 คันต่อปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว

 มาซายะ อุจิยามา
ด้าน มาซายะ อุจิยามา หัวหน้าวิศวกรของโครงการ Land Cruiser FJ จากบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ระบุว่า แนวคิดหลักของรถรุ่นนี้คือการรักษา DNA ของ Land Cruiser ในเรื่องความทนทานและความน่าเชื่อถือ โดยเลือกใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.7 ลิตร ซึ่งผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วกว่า 20 ปี เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะ ความคุ้มค่า และการเข้าถึงของผู้บริโภค พร้อมรองรับน้ำมัน E20 ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าดีเซลในปัจจุบัน ขณะที่ระบบส่งกำลังรูปแบบอื่น รวมถึงทางเลือกพลังงานใหม่ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาในอนาคต


ในเชิงกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ โตโยต้ายังคงยึดแนวทาง “Multi-Pathway Strategy” ที่เปิดทางเลือกพลังงานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด หรือไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงานและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยอัตราสิ้นเปลืองของ FJ อยู่ที่ประมาณ 9.4-9.7 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งบริษัทมองว่าสอดคล้องกับลักษณะการใช้งานแบบออฟโรดและไลฟ์สไตล์

ศุภกร รัตนวราหะ
ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวเสริมว่า Land Cruiser FJ ถูกวางตำแหน่งให้แตกต่างจาก Fortuner อย่างชัดเจน โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งและการผจญภัย ขณะที่ Fortuner ยังคงเป็นรถสำหรับครอบครัว 7 ที่นั่ง ส่งผลให้ทั้งสองรุ่นสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้โตโยต้าในตลาด PPV โดยไม่ทับซ้อนกัน


อีกหนึ่งจุดขายสำคัญคือการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม IMV ซึ่งใช้ร่วมกับ Hilux แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีระยะฐานล้อสั้นลงเพื่อเพิ่มความคล่องตัว พร้อมย้ำว่าความทนทานของแพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ในหลายภูมิภาคมาแล้วกว่า 10 ปี นอกจากนี้ยังมีการนำเสนออุปกรณ์ตกแต่งแท้ (Toyota Genuine Accessories) ที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สายลุย สายสวยงาม และอเนกประสงค์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย และสร้างรายได้เพิ่มเติมในระบบนิเวศธุรกิจ

สำหรับตลาดในประเทศ โตโยต้าตั้งเป้ายอดขาย Land Cruiser FJ ในปีแรกไว้ที่ 5,000 คัน โดยจะเริ่มส่งมอบรถตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และเดินหน้าจัดกิจกรรมการตลาดทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นการรับรู้และยอดจอง


อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดสำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ คือการที่โตโยต้าเลือกเดินหน้าลงทุนและขยายการผลิตในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความเสี่ยงสูง ทั้งจากราคาน้ำมันที่ผันผวนและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นทั้งตลาดสำคัญและแหล่งวัตถุดิบหลัก สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตระดับโลก และเป็นบททดสอบสำคัญว่ากลยุทธ์ “ยืดหยุ่นหลายทางเลือก” ของโตโยต้าจะสามารถพาธุรกิจฝ่าความไม่แน่นอนในระยะถัดไปได้มากน้อยเพียงใด