xs
xsm
sm
md
lg

TISCO ร่วมโครงการ JUMP+ เดินหน้าสู่ธุรกิจยั่งยืน-ตั้งเป้าROAE ที่15–17%ภายในปี71

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กลุ่มทิสโก้ประกาศเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตอกย้ำการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยแนวคิดการพัฒนาใน 3 มิติ ครอบคลุมด้าน Business, Governance และ Climate Action เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ตอกย้ำความโปร่งใสของธรรมาภิบาล และขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง ในภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมสร้างคุณค่าแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TISCO)
เปิดเผยว่า กลุ่มทิสโก้ เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่มุ่งสนับสนุนการยกระดับศักยภาพของบริษัทจดทะเบียน และส่งเสริมการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนให้กับระบบตลาดทุนไทย โดยยึดแนวคิด “ธุรกิจสร้างคุณค่า วัฒนาสู่สังคม” เป็นหัวใจหลักของการพัฒนาองค์กร พร้อมกำหนดกรอบการดำเนินงานผ่านโครงการ JUMP+ ในสามมิติสำคัญ ได้แก่ ด้านธุรกิจ (Business Growth Plan) ด้านธรรมาภิบาล (Governance Plan) และด้านสิ่งแวดล้อม (Climate Action) ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในด้านธุรกิจ กลุ่มทิสโก้กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กร ทั้งในมิติของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และคุณภาพการให้บริการลูกค้า พร้อมตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) ภายในปี 2571 ให้อยู่ในระดับ 15–17% อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
โดยแผนกลยุทธ์แรก มุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว และสม่ำเสมอในการดูแลลูกค้า และกลยุทธ์ที่สอง คือการนำ AI มาเชื่อมโยงเข้ากับทุกมิติของการบริหารความมั่งคั่ง โดยผสานกับความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาทางการเงินเข้ากับแพลตฟอร์ม TISCO My Goal, My Wealth และ My Fund เพื่อมอบประสบการณ์การวางแผนการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และเสริมความพร้อมด้านการวางแผนเกษียณแก่ลูกค้าทั้งกลุ่มการเงินทิสโก้ ในการตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย ซึ่งเป็น Mega Trend ของไทย

ด้านธรรมาภิบาล กลุ่มทิสโก้มุ่งยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกรรมการอิสระให้เกินกว่า 50% ของคณะกรรมการบริษัทภายในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์กำกับดูแลในปัจจุบันที่กำหนดให้มีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด พร้อมทั้งขยายมาตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันไปยังคู่ค้าสำคัญมากขึ้น ตลอดจนเตรียมนำกรอบความรับผิดชอบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Responsible AI Reporting Framework) มาใช้ในการกำกับดูแล ประเมินความถูกต้องและโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มทิสโก้ยังคงมุ่งเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขาธนาคารและสาขาสมหวัง เงินสั่งได้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมันภายในองค์กรเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว โดยดำเนินการควบคู่กับมิติในด้านธุรกิจ ด้วยการส่งเสริมสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) และควบคุมการให้สินเชื่อที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงโครงการปลูกป่าที่ร่วมกับชุมชนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

นายศักดิ์ชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ไม่เพียงช่วยยกระดับแนวทางการพัฒนาองค์กรของทิสโก้เท่านั้น หากยังสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพตลาดทุนไทย พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม