บริษัท เซนต์ บิวตี้ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามจากสมุนไพร ภายใต้แบรนด์ “ชีววิถี” และ “Sense” ก้าวสู่ปีที่ 20 ของการดำเนินธุรกิจ ตอกย้ำความสำเร็จจากการเติบโตของผู้ประกอบการไทย จากธุรกิจขนาดเล็กสู่แบรนด์สมุนไพรที่มีสินค้ากว่า 300 รายการ และส่งออกไปยังมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก
คุณอรประภา พรมรังฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนต์ บิวตี้ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปี บริษัทเติบโตบนพื้นฐานของความเชื่อมั่นในสมุนไพรไทย ผสานองค์ความรู้ด้านเวชสำอางและการแพทย์แผนไทยเข้ากับงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและความปลอดภัยในระดับสากล ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environmental, Social, Governance)
สร้างการเติบโตคู่ชุมชน ยกระดับสมุนไพรไทยสู่เศรษฐกิจฐานราก
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายวัตถุดิบสมุนไพร โดยทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน จังหวัดน่าน ที่เติบโตจากผลิตภัณฑ์ OTOP สู่ตลาดโมเดิร์นเทรดและต่างประเทศ รวมถึงเครือข่ายเกษตรกรในกว่า 30 จังหวัด ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการผลิตวัตถุดิบคุณภาพ สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
พลิกงบโฆษณาสู่ CSR สร้างอาชีพจริง ผ่าน “สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง”
บริษัทได้นำงบประมาณด้านการตลาดและโฆษณามาพัฒนาเป็น “ศูนย์การเรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง” จังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินงานต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 9 เปิดอบรมอาชีพฟรีทุกวันเสาร์-อาทิตย์ มากกว่า 40 หลักสูตร และจัดไปแล้วกว่า 500 ครั้ง
ศูนย์ดังกล่าวกลายเป็นต้นแบบของการทำ CSR ที่สร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้เข้าศึกษาดูงานมากกว่า 130,000 คนต่อปี ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ และต่อยอดสู่การสร้างอาชีพในชุมชนทั่วประเทศ พร้อมได้รับการยกย่องให้เป็น “แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูมิปัญญาไทยและสมุนไพร ระดับดีเยี่ยม ปี 2568–2569” จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
ต่อยอดนวัตกรรมสมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงระดับสากล
บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยนำวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การสกัดสารสำคัญจากสับปะรด จังหวัดหนองคาย เพื่อพัฒนาเป็นเซรั่มดูแลผิวที่ช่วยลดฝ้าและจุดด่างดำอย่างปลอดภัย ภายใต้งานวิจัยและการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ และอยู่ระหว่างการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์
นอกจากนี้ บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ได้รับรางวัลในเวทีนานาชาติ อาทิ เซรั่มรังไหม และครีมนวดส้นเท้า ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันสินค้าของบริษัทมีการจัดจำหน่ายในหลายประเทศ อาทิ เดนมาร์ก เยอรมนี และกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง หมู่เกาะมัลดีฟส์ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และสอดคล้องกับแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในตลาดโลก
ปรับตัวรับความผันผวนเศรษฐกิจโลก เดินหน้าขยายตลาดจีน จากสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ด้านการบริหารต้นทุน การสำรองวัตถุดิบ และการขนส่ง เพื่อรองรับความไม่แน่นอน โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และเร่งขยายตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย โดยล่าสุดได้รับคำสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีน ซึ่งสะท้อนโอกาสในการขยายตลาดในภูมิภาคอื่นเพิ่มเติมในระยะต่อไป
ตอกย้ำความสำเร็จด้วย “รางวัลชนะเลิศธรรมาภิบาลดีเด่น ปี 2566”
บริษัทได้รับ รางวัลชนะเลิศ “ธรรมาภิบาลดีเด่น ปี 2566” (Good Governance Award 2023) จัดโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ สมาคมธนาคารไทย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค พนักงาน และสิ่งแวดล้อม
“เราเชื่อว่าธุรกิจจะเติบโตได้อย่างมั่นคง ต้องเติบโตไปพร้อมกับชุมชนและสังคม การพัฒนาสมุนไพรไทยให้มีมูลค่าเพิ่ม และการแบ่งปันองค์ความรู้เพื่อสร้างอาชีพ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เราเดินทางมาถึงปีที่ 20 และพร้อมก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน” คุณอรประภา กล่าว