นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวลง หลังบรรยากาศของตลาดหุ้นมีแรงกดดันเข้ามาจากเมื่อคืนนี้สหรัฐรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ออกมาสูงกว่าคาด สะท้อนภาพของเงินเฟ้อสหรัฐที่มีโอกาสสูงขึ้น รวมทั้งราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่หนุนต่อการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ
ขณะที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด แต่ประธานเฟดส่งสัญญาณในการชะลอลดดอกเบี้ย จากสงครามในตะวันออกกลาง ที่จะกระทบต่อเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้น และ Dot Plot ของเจ้าหน้าที่เฟดก็คาดว่าจะลดดอกเบี้ยในปีนี้เพียง 1 ครั้ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐปรับเพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยกดดัน Sentiment ตลาดหุ้นในวันนี้ ซึ่งตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ที่เปิดมาก็ปรับตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้
โดยให้แนวรับ 1,410 จุด แนวต้าน 1,450 จุด
ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index จะแกว่งตัวในแดนลบหากกรอบ 1,410-1,430 จุด โดยถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามที่ตึงตัวและเริ่มเห็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในแต่ละประเทศมากขึ้น หนุนราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น ล่าสุด Brent อยู่ที่ราว 110 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจ PPI เดือนก.พ.สหรัฐออกมาสูงกว่าคาดมาก (+0.7%m-m,+3.4%y-y) สะท้อนความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้น
ด้านราคาน้ำมันในประเทศติดตามว่าจะขยับเพิ่มราคาขึ้นสู่เพดานน้ำมันดีเซลที่ 33 บาทเร็วมากน้อยเพียงใด โดยหากราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวขึ้นและยืนสูงต่อเนื่องจะเป็นความเสี่ยงเศรษฐกิจในประเทศอย่างมีนัยต่อภาวะ Stagflation ยังเน้นเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและพักเงินในกลุ่ม Consumer Staple และ Defensive Play