xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.79-พลิกอ่อนค่า-กังวลสถานการณ์สงครามฯกลับมารุนแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (19มี.ค.69)ที่ระดับ 32.79 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.41 บาทต่อดอลลาร์ แ)ะมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.65-33.00 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทะลุโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้านถัดไป แถว 32.80 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.37-32.85 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ (XAUUSD) หลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางทวีความร้อนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ แม้ FED จะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ (11 ต่อ 1) คงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50%-3.75% ทว่าโทนการสื่อสารของ FED สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านสูงต่อเงินเฟ้อ สะท้อนจากการปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ PCE (และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE) สูงขึ้นสู่ระดับ 2.7% ขณะเดียวกัน คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Dot Plot ใหม่ของ FED ยังสะท้อนถึงมุมมองระมัดระวังในการปรับดอกเบี้ยนโยบาย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ ผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะเริ่มจากผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยเรามองว่า BOJ อาจเลือกที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.75% ไปก่อน เพื่อรอประเมินผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง แต่ BOJ จะยังคงย้ำจุดยืนทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ทว่า ควรจับตาท่าทีของ BOJ ต่อแนวโน้มการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ได้เข้าสู่โซนการแทรกแซงในอดีตของทางการญี่ปุ่น ทั้งนี้ แนวโน้มการคงดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางของ BOJ จะสอดคล้องกับผลการประชุมของทั้ง ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่อาจเลือกคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% และ 2.00% ตามลำดับ ไปก่อน ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาผู้ว่าฯ BOJ และ BOE รวมถึง ประธาน ECB ในช่วง Press Conference อย่างใกล้ชิด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของทั้งสามธนาคารกลางหลัก

ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ยอดขายบ้านใหม่ (New Home Sales) และดัชนีภาคธุรกิจของบรรดา FED สาขาต่างๆ

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง (ทำให้การประเมินแนวโน้มของตลาดการเงิน ควรมองเป็น Scenario Analysis ตามที่เราได้วิเคราะห์แต่ละ Scenario ในสัปดาห์ก่อนหน้า)

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) กลับมามีกำลังมากขึ้นอย่างชัดเจน หลังการอ่อนค่าต่อเนื่องของเงินบาทจนเข้าใกล้โซนแนวต้าน 32.80 บาทต่อดอลลาร์ และเมื่อประเมินจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้ เรามองว่า ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทเสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม และอาจกลับมาอ่อนค่าแถวโซนแนวต้าน 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ได้ (ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เงินบาทสามารถอ่อนค่าเพิ่มเติมทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์) หากบรรดานักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม ทว่าการอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงบ้าง ตามแรงขายเงินดอลลาร์จากฝั่งผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะฝั่งผู้ส่งออก ที่อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์แถวโซนแนวต้านดังกล่าว จนถึงโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์