xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) 50ปีจากขันอลูมิเนียม “ลายไทย” ดีไซน์ใหม่สู่การใช้ “ประดับ&ตกแต่ง” ได้อีกภายใต้แบรนด์ “Suchai Craft”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“มันจะเป็นเหมือนเป็นอีกหมวดหนึ่งเลยที่เราโอเคถ้าลูกค้าต้องการงานที่วิจิตรแบบ One of a kind หรือมีไม่กี่ชิ้น มี ชิ้นเดียว อันนั้นก็ยังทำได้แต่ว่าเหมือนอยากให้แบบว่า เปิดอีกหมวดหนึ่งที่โอเคลดความ Craft ลงมาแล้วก็หานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มาช่วยในการผลิตงาน

(จากซ้าย) หมิวและเฟินทายาทรุ่นที่ 3 ของโรงงานสุชัยอลูมิเนียมลายไทย
เพื่อที่จะได้ส่งถึงมือลูกค้าได้มากขึ้น คือเราไม่ได้รู้สึกว่ามันโบราณหรืออะไรคือเรายังอยากให้คนสื่อสารออกไปในภาพลักษณ์ของความเป็น สินค้าอลูมิเนียมลายไทย ที่ทันสมัยขึ้นแบบว่าซึ่งก็ สีสันด้วยหรือจริง ๆ สีเงินสีเดิมเราก็ยังให้ความสนใจด้วยเพราะว่าจริง ๆ มันเป็นสีของตัววัสดุเลยก็คืออยากให้คนซึ่งเราสื่อสารออกไปเลย ความเป็นสินค้าอลูมิเนียมลายไทยที่ตอบรับกับยุคสมัย กับอีกเรื่องที่สำคัญหมิวคิดว่าเป็นเรื่องของ Storytelling บางครั้ง เพราะบางคนมันก็มีอีกหลายธุรกิจที่ทำมานานตั้งแต่รุ่นคุณยายจนถึงรุ่นหลาน สตอรีเทลลิ่งหมิวว่าค่อนข้างที่จะสำคัญในการที่จะบอกแบบเรื่องราวว่าเอ้ยกว่ามันจะ ความเป็นมากว่าจะของชิ้นหนึ่งมันมีความเป็นมายังไง อันนี้คือจุดที่บอกว่ามันทำให้เกิด Value มาก ๆ เลย” หมิว-สาริศา ตั้งสุขสว่างพร และ เฟิน-ธนัชชา ตั้งสุขสว่างพร C0-Founder ของแบรนด์ “Suchai Craft” ซึ่งทั้งสองคนยังเป็นทายาทรุ่นที่3 ของบริษัทสุชัยโลหะการหรือโรงงานอลูมิเนียมลายไทย ตรากระเช้า(เดิม) ที่คนไทยคุ้นเคยมากับขันอลูมิเนียมลายไทยหรือพานสำหรับใช้ในโอกาสงานบุญงานเทศกาล อาทิ สงกรานต์ และอื่น ๆ เป็นต้น มานานกว่า 50 ปี กาลเวลาผ่านไปยุคสมัยเปลี่ยนและความต้องการใช้งาน “ขัน” หรือภาชนะอลูมิเนียมในรูปแบบเดิม ๆ ก็ถูกแทนที่หรือแปรเปลี่ยนไปสู่สิ่งใหม่ที่เข้ามาทดแทนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ขณะที่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของธุรกิจนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ช่วงโควิด-19 ซึ่งทำให้เกิดทายาทรุ่นที่ 3 ที่เข้ามาได้ถูกจังหวะเวลาของการพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนอย่างถือได้ว่าทันการพอดี

จากอลูมิเนียมลายไทยสีเงิน(เดิม) เพิ่มสีสันให้มีความสนุกสนานขึ้นด้วยเทคนิค Anodizing
“หมิวเรียนจบเนาะตอนที่หมิวเรียนคณะหมิวเรียนคณะเกี่ยวกับศิลปะ ก็คือเป็นแบบไฟน์อาร์ตเลย แล้วพอหลังจากจบหมิวก็ไปทำงานด้านแฟชั่นอยู่แป๊บนึง หมายถึงว่าทำอยู่ในบริษัทรีเทล(แฟชั่นรีเทล) เป็น Visual Merchandiser แต่ว่าพอทำอยู่ประมาณ 3-4 ปีส่วนตัวหมิวพอมันมีช่วงของ โควิดฯ เนาะแบบพนักงานเลย์ออฟอะไรอย่างเงี้ย หมิวก็คิดว่าแบบเอ้ย เออในทิศทางที่หมิวทำแฟชั่นน่ะจริง ๆ หมิวไม่รู้ว่าแบบ เออปลายทางสุดท้ายเราจะแบบ ทำอะไรต่ออะไรเงี้ย ย้อนกลับมาดู จริง ๆ เราก็มีต้นทุนเออแล้วเราก็อยู่กับตัวโรงงานอยู่บริษัทนี้มานานแล้วอะไรเงี้ย จริง ๆ เราเห็น Value ในตัวของมันเองแหละแต่ว่าตอนแรกที่ไม่ได้ jump เข้ามาทำเพราะเราก็ไม่รู้ว่าแบบเราเข้ามาเราจะมาช่วยในพาร์ทของส่วนไหนเนาะ แต่ว่าเราก็รู้ว่าเรามีความรู้เกี่ยวกับด้านศิลปะ หรือว่าด้านดีไซน์ พอช่วงโควิดฯ ก็ได้มีโอกาสเข้ามา Develop เจอเทคนิค Anodizing” หมิวรับหน้าที่พี่ใหญ่รายงานตัวให้กับเราฟังก่อนและตามด้วยเฟินบ้าง “เฟินจบสถาปัตย์ เป็น Landscape จบแลนด์สเคปแล้วก็เหมือนทำงานออกแบบอยู่ช่วงหนึ่ง และก็คือเราก็ยังมีอะไรที่อยากทำอยู่เนาะส่วนตัว แล้วก็เหมือนสนใจด้านแฟชั่นเราก็เลยไปเรียนแฟชั่นอยู่ 2 ปี แล้วก็มีทำเสื้อผ้าอยู่แป๊บนึงค่ะแต่ว่าก็เจอช่วงโควิดฯ พอดี มันก็จะเป็นช่วงที่เหมือนทุกคนก็ค่อนข้างมีเวลาในการมองย้อนกลับมา ว่าเออจริง ๆ เราควรทำอะไรดีในช่วงนี้อย่างเงี้ยค่ะ เราก็เลยเหมือนได้มาหยิบจับสินค้าที่บ้านมากขึ้น แล้วก็เริ่มพัฒนาช่วงนั้นมีเวลาพัฒนาช่วงนั้นค่ะ”


กว่า 50 ปีของสุชัยโลหะการ ก่อนจะแตกไลน์ใหม่ “Suchai Craft”
โดยธุรกิจเดิมเริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่น “อากง”ก็เริ่มมาตั้งแต่ประมาณ 50 ปี จากการทำเป็นพวกสินค้าอลูมิเนียมที่เน้นขายส่งในประเทศที่เราเห็นตามงานบุญงานสงกรานต์ แล้วทีนี้ตัวเฟินกับหมิวก็เริ่มต้นทำแบรนด์(Suchai Craft) ได้ประมาณ 3-4 ปี(หัวเราะ) เริ่มต้นช่วงโควิดฯ“ด้วยธุรกิจที่อยู่มานานเนาะมันก็จะมี “ขาขึ้น-ขาลง” มันก็จะเริ่มมี สินค้าทดแทน มีอะไรเข้ามาที่ทำให้ธุรกิจเหมือน เรียกว่ายอดขายลดลง แล้วก็เรารู้สึกว่าเราก็อยากจะปรับตัวด้วยแล้วก็ เราก็เห็นสินค้าอลูมิเนียมลายไทยของเราเนี่ยมาตั้งแต่เด็ก ๆ เราก็เห็นถึง คือ Process การผลิตว่ากว่ามันจะมาเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งเนี่ย แล้วมันยังมีเรื่องของงาน Craft ด้วยที่มีช่างฝีมือเนี่ย ต้องแกะมือลงไปบนโมลด์เหล็ก(แกะลาย) และก็ก่อนจะปั๊มลายขึ้นมาเป็นสินค้าชิ้นหนึ่ง มันใช้ทั้งงานฝีมือและก็ใช้ความชำนาญของผู้คนในหลายขั้นตอน แล้วก็ใช้ Process ของอุตสาหกรรมในการผลิตออกมา”เราก็อยากจะเอาตรงนี้มานำเสนอโดยที่ ให้มันเข้ากับยุคสมัยด้วย แล้วเราก็ต้องการพัฒนาสินค้าด้วยเราก็ไปหากระบวนการใหม่ ๆ ที่ช่วยทั้งเพิ่มทั้งเรื่องความสวยงามและคุณภาพเราก็ไปเจอ การทำ “Anodizing” ที่ทำให้สินค้าเนี่ยมีสีสันที่สนุกสนานมากขึ้น

สู่การนำไปใช้ที่เป็นได้มากกว่าการใช้ในงานบุญหรืองานเทศกาลสงกรานต์ในแบบเดิม
“ตัวสีเงิน ที่เป็นโปรดักไลน์ปกติเนาะ คือมันก็จะเป็น Curve พอมันก็จะมีขาขึ้นในช่วงแบบสมมติย้อนกลับไปเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว มันก็เป็นความต้องการ เพราะว่าถือว่าเป็นสินค้าทดแทนเครื่องเงินหรือว่าอะไรอย่างเงี้ยที่เป็นความสวยงาม ก็ด้วยวัฒนธรรมอะไรตอนนั้น มันก็ต้องการใช้อยีรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย พอมันถึงจุดหนึ่ง มันก็จะมีพวก ตลาดจีน ที่เข้ามาเราก็จะเห็นงานพลาสติก(ทำเหมือน) ที่ถูกกว่า แต่ว่ามันก็จะเป็นงานพ่นฯ ราคามันก็คือถูกแบบถูกไปเลย เหมือนฟีลคนซื้อใช้แล้วทิ้งมากกว่า มันก็เข้ามาทดแทนหนึ่งสเต็ปแล้ว และก็พอด้วยวัฒนธรรมหรือว่าไลฟสไตล์ของคนที่มันเปลี่ยนไปเนาะ จากที่แบบปกติเวลาที่เขาทำงานบุญหรืออะไรใหญ่ ๆ แบบเขาก็จะเหมือนซื้อกันเยอะ ๆ เดี๋ยวนี้เขาจะเริ่มเป็นแบบครอบครัว หรือว่าใช้เป็นแบบส่วนตัวหรืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ” แล้วจริง ๆ ก่อนหน้านี้คือโปรดักไลน์เราก็ค่อนข้างเยอะใช่ไหมคะ มันก็จะถูกสโคปว่าโปรดักไลน์บางอย่างมันก็จะถูกตัดทอนว่าแบบ คนสั่งน้อยลง แต่ว่าเราก็ไม่ได้ดิสคอนตินิวอะไรพวกนั้นอะไรเงี้ย มันก็เลยทำให้ ณ ปัจจุบันคนอาจจะเห็นแค่ รูปทรงบางอย่างก็คือ ขัน แก้ว พาน หรืออะไรอย่างเงี้ยที่คนยังเห็นในท้องตลาดอยู่ ซึ่งจริง ๆ ในโปรดักไลน์ของตัวโรงงานเราเองเรามีเยอะมาก

มันก็บังเอิญว่ามันตอบกับยุคเทรนด์โลก ทุกวันนี้ด้วยนะ ที่คนให้ความสนใจในงาน Craft มากขึ้น แล้วก็ให้ความสนใจในสินค้าที่
จะบอกว่าสินค้าที่รักษ์โลกมากขึ้นด้วยก็ได้“เพราะว่าอย่างโปรดักส์เราเป็น ‘อลูมิเนียม’ 100% มันสามารถเอามาหลอมหรือรีไซเคิลได้ทั้งชิ้นเลย แล้วก็ยังมีเรื่องของงาน Craft ด้วยที่ยังมีเรื่องของงานช่างฝีมือในการแกะลายอยู่” ชาวต่างชาติหรือกลุ่มลูกค้าต่างชาติเนาะเหมือนเขามองประเทศไทย ไม่ใช่แค่เป็น ฐานการผลิตสินค้าหรือมาตั้งโรงงานในการผลิตสินค้า ที่เป็นแมสเยอะ ๆ แต่ว่า เหมือนเขามองว่าเราพร้อมทั้งในด้านวัฒนธรรม ด้านงานฝีมือด้วย แล้วก็พร้อมในเรื่องกำลังการผลิตด้วย“รู้สึกว่ามันไม่เหมือนยุคสมัยก่อนเนาะ ที่รู้สึกว่างาน Craft กว่าจะได้ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง หรือว่างานศิลปะงานสินค้าชิ้นหนึ่งที่เป็นงานทำมืออะไรอย่างเงี้ยค่ะ มันก็จะมีทั้งเรื่องของราคาสูงและใช้เวลานาน ยุคสมัยนี้เหมือนมันเปลี่ยนไป คือคนสนใจงาน Craft แต่ว่าโอเคคุณอาจจะ ด้วยตัวเราเองด้วยค่ะ ก็คือเราก็ต้องคงงาน Craft ไว้ว่าเออเราในฐานะ‘ดีไซเนอร์’ เนาะมันมีงานฝีมือ แต่ว่าเราก็อาจจะต้องคิดถึงเรื่องของการผลิตที่ง่ายขึ้น เพื่อทำให้ต้นทุนหรืออะไรเงี้ยค่ะเหมือนมันลดลง เพื่อที่สินค้างาน Craft เราจะได้ขายออกไปสู่ตลาดข้างนอกได้ แล้วลูกค้าก็จะได้เอื้อมถึงด้วย”


ฉีกแนวไปจาก “ภาพจำเดิม” เพิ่ม “สี” และดีไซน์ให้มีการใช้เยอะขึ้น
พอพูดถึง “Suchai Craft” มุมมองที่เราพยายามจะนำเสนอ มันจะเป็นมุมมองที่ต่างไปจากเดิมเลย อย่างบางอันที่แบบ จากเดิมที่สมมติ “ขัน” ใบหนึ่งถ้าเกิดแบบเดิม คนจะเอามาใส่กับพวงมาลัยหรืออะไรอย่างเงี้ย หรือว่าแก้วหรืออะไร “เราก็ฉีกไปว่า เราจะเอาไปใส่แบบพวกค็อกเทล ใช่ หรือว่าพานหรืออะไรอย่างเงี้ย เราก็เหมือนแบบ Re-image มันเลย รีภาพลักษณ์ ว่าแบบมันไม่ใช่แบบเดิมแล้วนะ แบบที่คนรู้จัก แต่ว่า Suchai Craft เราเป็นได้มากกว่าแค่ของพวกนั้น”มันอยู่ที่เรามองว่าของ/สินค้านั้น มันเป็น object มากกว่า อยู่ที่คุณจะดีไซน์ หรือว่าคุณจะเอาไปทำอะไร มันอยู่ที่แบบ Create your Own เลย มันไม่จำเป็นว่าต้อง “ขัน” มันเฉพาะอันนี้นะ! “แก้ว” มันต้องใส่อย่างนี้นะ มันไม่จำเป็น เราพยายามจะนำเสนอภาพลักษณ์แบบนั้น “แล้วก็แบบนอกเหนือจากแบบการใช้งาน คุณยังสามารถแมทช์ ‘สี’ เรามีสีตั้ง 7 สีให้คุณเลือก อย่างเช่น ถ้าในเชิงร้านอาหารอย่างเงี้ยอย่างเช่น แพลนโทน ของร้านอาหารคุณออกแนว‘ชมพู’ เราก็มีแพลนโทนที่เป็นสีชมพู คุณก็สามารถเอาสินค้าของเราไปแมทช์กับแพลนโทนในร้านของคุณได้ หรือว่าเอ้ยคุณต้องการ ร้านของคุณสีชมพูแต่ว่าคุณต้องการของที่มันพร็อพอัพในร้านอาหารของคุณ คุณก็เลือกสีที่มันคอนทราสต์กันก็ได้อย่างเงี้ยค่ะ”มันก็คืออยู่ที่แบบ มุมมองของผู้บริโภคและก็แบบความครีเอทีฟของเขาด้วย

แต่ตอนแรกที่เลือก “สี” ก็พยายามเลือกให้มัน ฉีกไปเลย หรือตามเทรนด์ เพื่อให้มันหลุดจากภาพจำเดิม ๆ มันก็คือการ “กรุ๊ปสี” แต่ว่าสีที่ออกมามันเหมือนเป็นการ Experience มากกว่า“เราก็เลือกมาแต่รู้สึกว่า สีนี้มันสวยนะเลือกมา 4-5 สี อะไรเงี้ยที่แบบมาอยู่ด้วยกันว่าเออต้องเอาตัวนี้นะเพื่อให้คนที่นำไปใช้พอนึกภาพออกว่าแพลนโทนประมาณนี้ มันอยู่ด้วยกันได้”


ขยายช่องทางการตลาดใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้า
ถ้าในรูปแบบของเดิมที่เป็นบริษัทของสุชัยฯ หรือว่าตรากระเช้า เราจะขายแค่ B2B เราขายให้กับยี่ปั๊วอย่างเดียว ไม่เคยเจอกับลูกค้า ตลอดเวลาที่ทำมา“พอมาถึงแบรนด์ ‘Suchai Craft’ เราเน้นที่จะขายรีเทลมากขึ้น เราแบบคุยกับ End Consumer มากขึ้น ดังนั้น สินค้าที่เราต่อยอดมาเนี่ยเราก็พัฒนาส่วนหนึ่งพัฒนาจากฟีดแบ็คลูกค้า ก็มันทำให้แบบใน Suchai Craft เรามีทั้งช่องทางออนไลน์ แล้วก็รีเทลตามห้างฯ ต่าง ๆ อะไรอย่างเงี้ยค่ะ แต่พอเราได้สู่คอนซูเมอร์มากขึ้นเราก็ได้ ลูกค้าเห็นของเรามากขึ้นแล้วกัน บางครั้งเขาก็มีไอเดีย มันทำให้เขาก็ยิงตรงกลับมาหาเราเลยว่าแบบ พี่มีไอเดียอยากทำแบบนี้ หรือว่าแบบ พี่ต้องการสีนี้ เทคนิคแบบนี้ เราทำได้หรือเปล่า อะไรอย่างเงี้ย”มันก็เหมือนเป็นการที่เราได้คุยกับลูกค้าโดยตรงและก็ควบคู่ ทำงานควบคู่กับลูกค้าด้วย มันทำให้เกิดโปรดักใหม่ ๆ มาในระหว่างทางนั้นด้วย มันก็เลยทำให้เราพยายามจะ Explan นอกจากแบบของเดิม ๆ แล้ว มันเลยจะมีบางอันที่เป็นงานถักมืองานที่เป็นเชือกเป็น Suchai charm แล้วก็งานเป็นไม้ เป็นแบบที่ใส่ทิชชูหรือว่าแก้วเบียร์ ที่เราใช้งานถักมือเป็นแบบ hand knitting ที่ถักทรงหัว แต่ว่าทุกอย่างที่เป็น element ที่เสริมเข้ามาเราก็ยังคงคอนเซ็ปต์ว่าแบบเรายังคงจะใช้ฝีมือคนไทย และก็เป็นงานทำมืออยู่

ผลงานที่ได้รับรางวัลจาก DEmark
เราก็มีแผนมีภาพอยู่ในหัว ประมาณหนึ่งเนาะว่า โอเคตอนแรกมันจะเป็นเพื่อสื่อสารกับลูกค้าง่าย ๆ เนาะก็คือเป็น การใช้โปรดักที่เข้าใจง่าย ๆ ที่เรามีอย่างพวก ขัน หรือ แก้ว มีสีสันที่สนุกขึ้นแล้วก็คุณภาพที่ดีขึ้น ก็ลูกค้าก็เข้าใจง่าย แต่ทีนี้ถัดมาเราก็อยากพัฒนาให้เป็นในหมวดแบบ ให้มันหลุดจากภาพ “ขัน” หรืออะไรเดิม ๆ ว่าให้มันเป็นหมวด “ของแต่งบ้าน”มากขึ้นอย่างเช่นเป็น กระจก กล่องใส่ทิชชู ฯลฯ คืออยากให้ลูกค้าคิดภาพออกว่า เอาไปใช้ในบ้านเนี่ยเอาไปทำอะไรได้“แล้วก็จะมีภาพสุดท้ายอีกอันหนึ่งที่ เราก็คือเห็นถึงความสวยงามของตัวอลูมิเนียมลายไทยเนาะที่มันเป็นการแกะมือ ก็อยากทำไปในหมวดของ‘งานศิลปะ’ หรือเป็นงานอาร์ตที่ยังใช้งานได้ แต่ว่ามันก็จะเป็นอีกหมวดที่ราคาสูงขึ้น ที่มีความวิจิตรมากขึ้น ก็จะเป็นภาพที่เหมือนเรามีความรู้สึกว่าเอออยากพัฒนาแบรนด์เราให้มี สินค้ามีทั้ง 3 หมวดนี้เลย” พอเราตอนแรกที่เราเริ่มออกบูธหรือทำอะไรเองเนาะ มันก็เริ่มมีผลตอบรับที่ดีอะไรเงี้ย แต่ว่าทีนี้เรารู้สึกว่าเราก็ยังอยากพัฒนาให้แบรนด์เราเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก เราก็เลยไปเห็นถึงพวกโครงการของ DITP เราก็มีไปร่วมโครงการของ Talent Thai มีการส่งสินค้าเราไปเข้าประกวดกับทาง DEmark-Design Excellence Award เพื่อให้สินค้าเราเป็นที่รู้จัก ทั้งในหน่วยงานในไทยด้วยและก็หน่วยงานเหล่านี้เขาก็จะมี “โอกาส” มากมายที่ ให้เราได้ไปต่างประเทศได้ไปแสดงงานที่ต่างประเทศ และก็การที่เราเข้าร่วมกับทางโครงการเหล่านี้ทำให้เราได้เจอกับ Corporate เขาก็จะมาดูสินค้าไทยใหม่ ๆ เนี่ยแหละ เขาก็จะติดตามกับทางโครงการเหล่านี้ ว่ามีอะไรอัปเดตบ้าง โครงการเหล่านี้เปิดโอกาสเราแล้วกันได้เจอทั้งผู้ประกอบการในไทยที่เป็น Corporate ด้วยและก็ทำให้เรา ได้ไปสู่ต่างประเทศด้วย


คงคอนเซ็ปต์ความเป็นไทย ที่ร่วมสมัย เพื่อไม่ให้ถูกลืม
Suchai Craft มันก็จะมีหมวดของเครื่องใช้ที่เป็นแบบ original ที่เราทำเลย แล้วก็มีอันที่เราอะแด๊ปของสินค้าที่เป็นสินค้าตกแต่งบ้าน แล้วก็เป็นหมวดพวกของฝาก เช่น พวงกุญแจ กล่องทิชชู กระจก แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือเป็น Customize ก็คือลูกค้าสมมติอยากได้ลวดลายหรืออะไรอย่างเงี้ยก็บอก หมายถึงว่าลองมาคุยกับเราก่อนได้ว่าแบบ มีจำนวนเท่านี้ อยากได้อันนี้สีแบบนี้ หรือว่าอยากจะทำโลโก้เป็นของตัวเอง“ก็คือเป็นเหมือนงานGift แล้วกันแต่ว่าของที่ต้องทำโลโก้อะไรเงี้ย อาจจะต้องมีจำนวนนิดนึง คือถ้าเกิดต้องการที่จะทำเป็นแบบ Gift set แล้วมีจำนวน เราก็ยินดีที่จะทำให้ได้” อย่างที่บอกเราก็เด่นในด้านทำอลูมิเนียมปั๊มลายเนาะ คือส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาเนี่ยคือเขาก็สนใจในโปรดักประเภทนี้ของเราอยู่แล้ว ประมาณหนึ่งว่าแบบเอออยากได้ที่เหมือนมี ชอบในเรื่องความเป็นไทยเนาะ มีลวดลายเนาะ เราก็ Customize อย่างที่หมิวบอก เรื่องลวดลายหรืออะไรส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ว่าเราผลิตตามลูกค้าไปซะหมดเลย คงความเป็นเราด้วย ก็คือลูกค้าซื้อไปเนี่ยเขาก็ ยังได้จุดเด่นของตัวความเป็น Suchai Craft ของเราไปด้วย“พอเราด้วยแบรนด์ Suchai Craft เนาะเราทำให้ตัวสินค้าอลูมิเนียมลายไทยเนี่ย ผู้คนในปัจจุบันในยุคสมัยนี้ เขายังรู้จักสินค้าประเภทนี้อยู่แล้วกันว่ามันยัง ยังคงเหลืออยู่นะตัวอลูมิเนียมลายไทยเนี่ย ทำให้เหมือนกลุ่มลูกค้าที่สนใจใน “สี” ๆ ของเราแล้วเนี่ย หรือบางคนเขาก็ยังนึกถึงตัวสีเงินของเก่า ๆ ที่เขาคุ้นเคยอยู่ ทำให้เหมือนตามความสนใจของลูกค้า หมายถึงว่าทำให้สินค้าประเภทนี้ยังคงมีอยู่ในท้องตลาดคือผู้คนยังไม่ลืม ยังไม่ลืมว่าอลูมิเนียมลายไทยมันยังเอาใช้หยิบจับใช้สอยได้ในชีวิตประจำวันนะ ยังมีความสวยงามอะไรของมัน ทำให้คนยังอยากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้อยู่”


ต่อยอดได้อย่างไม่รู้จบ ด้วย “Design”
จริง ๆมันเหมือนมันเพิ่งเริ่มต้นเนาะ 4 ปีเรารู้สึกว่าเราก็ยังมีไอเดีย มันมีอะไรให้ทำอีกเยอะแหละในมุมมอง มีไอเดียไว้แต่ว่ายังไม่ได้มีเวลาทำอย่างเราก็มีการพัฒนาอย่าง โคมไฟ หรือในหมวดของจิวเวอรี่ ในหมวดของแฟชั่น เรารู้สึกว่าโปรดักส์เราก็ยังไปถึงตรงนั้นได้เลย ในหมวด “ของแต่งบ้าน” อย่างเงี้ยจริง ๆ มันก็ยังเป็นอะไรได้อีกค่อนข้างเยอะเลย ก็อยากให้ติดตามกันค่ะแล้วตอนนี้เราก็กำลังทำ “Studio” ด้วย เผื่ออนาคตเราก็จะมีพื้นที่ที่เหมือนไว้โชว์สินค้าเพราะรู้สึกว่าสินค้าเรามันจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ และก็มันจะได้มีพื้นที่ ที่เราได้เอาไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับลูกค้า หรือว่าในการครีเอทงานของเรา

“ด้วยแพลนของ Suchai Craft เองจริง ๆ มันก็แบบ Year by Year เนาะเพราะว่าจริง ๆ ใน schedule ที่เราวางไว้เราก็แบบมีเป้าหมายในแต่ละปีอยู่แล้วแหละแต่ว่า ในแต่ละช่วงเวลาในแต่ละปีบางครั้งมันก็จะมี ลูกค้าหรือว่ามีอะไรที่แทรกเข้ามาแบบระหว่างทางอะไรเงี้ยค่ะมันก็เลย อาจจะต้องแบ่งเวลาระหว่างงานที่เป็นแบบ Commercial กับงานที่เป็น Design ดังนั้นก็คือ เราสองคนพยายามจะบาลานซ์ทั้งสองอันนี้ให้มันโตไปควบคู่กัน เพราะว่างาน Design มันก็คือเหมือนเป็นเชิง Branding ด้วย ส่วน Commercial มันก็คือ Income ของเรา”


“โอกาส” ของงานคราฟท์ไทย และ Challenge ใหม่ ๆ สำหรับผู้ประกอบการ
หมิว-สาริศา ตั้งสุขสว่างพร และ เฟิน-ธนัชชา ตั้งสุขสว่างพร C0-Founder ของแบรนด์ “Suchai Craft” และทายาทรุ่นที่ 3 ของโรงงานสุชัยอลูมิเนียมลายไทย ยังบอกด้วย ณ ปัจจุบันหมิวคิดว่า “เทรนด์” และก็ “คน” กลับหันมาสนใจในงาน Craft
ซึ่งจริง ๆ งาน Craft ส่วนใหญ่ของไทยมันก็จะมี “ต้นตอ” เรื่องของ Sustain ด้วย อย่างเช่นไม่ว่าจะเป็นพวกงานแฟชั่นอย่างงี้ใช่ไหม บางครั้งมันก็จะมีเรื่องของ การย้อมคราม การทอ คือเป็นการกลับไปสู่แบบเดิม ที่เราเห็น Value เชิงของคุณค่าของวัฒนธรรม แล้วก็รวมถึงสินค้าที่มันแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอะไรอย่างเงี้ย หมิวคิดว่าทิศทางของ Craft ไทย มันกลับมาแบบอยู่ในยุคที่แบบ เออคนค่อนข้างสนใจ คนไทยด้วยและก็ต่างชาติอะไรงี้ แบบว่าเขาก็ค่อนข้างจะมองว่าประเทศไทยก็เป็น “Hub” หนึ่งที่แบบงาน Craft เป็นงานที่แบบเป็นงานฝีมือที่มี Quality แล้วก็ในส่วนตัวที่เราเจอกับผู้บริโภคที่เป็นชาวต่างชาติเนาะ คือเขาก็ยังอยากได้ของ/สินค้าของไทยอยู่ แล้วก็พยายามตามหาสินค้าไทยเพราะว่า มันมีกลิ่นอายของความแบบ Craft จริง ๆ หมิวคิดว่า คือถ้าเกิดผู้ประกอบการที่แบบทำงานด้านนี้คิดว่าแบบมันค่อนข้างมี opportunity ที่เยอะ(เยอะ!) ที่จะไปต่างประเทศด้วย แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ต้องควบคู่ไปกับงาน Design ที่มันทันสมัยด้วย

เทรนด์ หรือ งาน Craft มันยังไปได้นะ ทุกวันนี้รู้สึกว่าคน ด้วยความที่โลกเดี๋ยวนี้อะไรมันไปเร็วขึ้นเนาะทั้งเรื่องเทคโนโลยี
ทั้งเรื่อง AI ด้วย คือคนเริ่มเหมือนมองกลับมาหาอะไรที่มันช้าลงหรือจับต้องได้มากขึ้น(มีความ Nostalgia) โดยที่ประเทศไทยเราก็ตอบโจทย์ตรงนั้นด้วยแล้วก็ เราก็รู้สึกว่าคนอยากได้สินค้าที่ยังไงก็ต้องมีความ Craft นิด ๆ ที่แบบไม่ใช่แค่ อุตสาหกรรมผลิตหรือฉันซื้อของชิ้นนี้ซื้อที่ไหนก็ได้เหมือนกันหมด เขาก็ยังมองหาเอกลักษณ์ มองหาคุณค่าในตรงนี้ ยังให้คุณค่าของงาน Craft อยู่ รู้สึกว่ามันน่าจะไปได้อีก“เราก็รู้สึกว่าเราก็อยากเชียร์ให้ผู้ประกอบการหรือ ดีไซเนอร์ รุ่นใหม่ ๆ อย่าเพิ่งท้อนะ เราเป็นคนกลางในการดีไซน์สื่อสาร เพราะว่าเรามีต้นทุนในเรื่องของชุมชนหรืออะไรที่ทำงานฝีมือพวกนี้ เราก็เป็นคนกลางในการช่วยชุมชนเหล่านี้ดีไซน์สินค้าแล้วเราก็เอาสินค้าเหล่านี้ ไปให้ถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้ายโดยที่ชุมชนเขาก็มีรายได้ อยู่ได้ด้วย แล้วตัวเราก็สามารถสร้างธุรกิจของเราได้ด้วย เราก็อยู่ได้เหมือนกัน”



แต่จริง ๆ ก็ไม่ค่อยอยากมองว่ามันเป็น “เทรนด์” เนาะ คือคำว่าเทรนด์มันมาแล้วมันก็หายไป(เหมือนไม่ยั่งยืน) แต่จริง ๆ ให้เขาเห็น Value ตรงนี้มากกว่า“เราก็โชคดีเนาะที่เรามีต้นทุนของเรื่องที่‘อากง’ สร้างธุรกิจมาว่า มีโรงงานของตัวเอง มีกระบวนการผลิตที่ทำให้พอเรามีไอเดียอะไรเนี่ย มันไม่ยากเกินไปในการที่จะพัฒนาสินค้าหรือดีไซน์สินค้าใหม่ ๆ”ส่วนเรื่อง “ปัญหา” มันเหมือนมันมีเข้ามาเรื่อย ๆ นะคะแต่ว่าเราก็มองว่า มันเหมือนเป็นความสนุกที่เราค่อย ๆ แก้ปัญหาไป ใช้ Design ในการแก้ปัญหา ส่วนเรื่อง “คู่แข่ง” ก็พอเริ่มสินค้ามันเริ่มติดตลาดมากขึ้น มันก็เป็นเรื่องทั่วไปของการทำธุรกิจเลยค่ะ พอสินค้ามันมีความน่าสนใจมันก็จะเริ่มมีคู่แข่งหรืออะไร ที่เริ่มทำสินค้าขึ้นมา เราก็มีแผนของเรา คือเราทำสิ่งที่แตกต่างอยู่แล้วค่ะ“คือจะบอกว่าProduct ก๊อปปี้ได้ แต่ความ Creative ก๊อปปี้ไม่ได้ Identity ก๊อปปี้ไม่ได้ แต่ว่าสำหรับหมิวสิ่งที่เรามอง มันไม่ใช่อุปสรรคแล้วกันแต่หมิวคิดว่ามันเป็น Challenge ของเราแล้วกัน” ว่าอันนี้เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นชาเลนจ์ของเรา อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของ Product ว่า บางอันเวลาที่มีลูกค้าเข้ามาแล้วเขาต้องการรูปทรงแปลก ๆ อะไรเงี้ย มันก็เป็นชาเลนจ์ที่บางครั้งเราต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการขึ้นรูปหรือว่าอะไรอย่างเงี้ยเพื่อให้ตอบโจทย์ แต่ว่าก็คือแบบก็อยู่ในกระบวนการศึกษา

50 ปีจากขันอลูมิเนียม “ลายไทย” ดีไซน์ใหม่สู่การใช้ “ประดับ&ตกแต่ง” ได้อีก ภายใต้แบรนด์ “Suchai Craft” ติดตามผลงานหรือสนใจสินค้าอลูมิเนียมลายไทยในรูปลักษณ์และดีไซน์ใหม่ ๆ จากผู้ผลิตรายเดิม(ในเครือเดียวกัน) ที่คนไทยคุ้นเคยมานานกว่า 50 ปี สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line official : suchaicraft.th และ FB : SUCHAI CRAFT

คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด