xs
xsm
sm
md
lg

ผัวฟ้องเมีย!! จับเท็จแอบติดถูกกล้องวงจรปิดดักอ่าน seed phrase หวังขโมยบิทคอยน์ 6,000 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งสหราชอาณาจักรรับฟ้องคดีอื้อฉาวสุดแปลกที่ชายชาวอังกฤษกล่าวหาภรรยาของตนว่าวางแผนขโมยบิทคอยน์มูลค่ากว่า 172 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,000 ล้านบาท โดยแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดดักจับภาพขณะสามีล็อกอินรหัสกระเป๋าเงินดิจิทัล ก่อนโอนทรัพย์สินทั้งหมดออกไป ด้านผู้พิพากษาชี้หลักฐานหนักแน่น ฟันธงโจทก์มีโอกาสชนะคดีสูงมาก

คดีที่เขย่าวงการคริปโตในสหราชอาณาจักรถูกเปิดเผยผ่านเอกสารคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งสหราชอาณาจักร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย พิง ไฟ เยือน ผู้ฟ้องคดี กล่าวหาว่า ฟัน ยุง ลี ภรรยาซึ่งปัจจุบันแยกทางกันแล้ว ร่วมมือกับ ไล ยุง ลี น้องสาว ซึ่งเป็นจำเลยที่สอง วางแผนขโมยบิทคอยน์มูลค่ามหาศาลจากเขาอย่างแยบยล

จุดเริ่มต้นของคดีนี้ย้อนไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 เมื่อบุตรสาวของ พิง แจ้งเตือนบิดาว่า ฟัน ยุง ลี กำลังพยายามเข้าถึงบิทคอยน์ของเขา พิง จึงตัดสินใจติดตั้งอุปกรณ์บันทึกเสียงภายในที่พักอาศัย ซึ่งนำไปสู่การได้มาซึ่งหลักฐานชิ้นสำคัญ กล่าวคือเสียงบันทึกจากวันที่ 29 กรกฎาคม 2566 ซึ่งเอกสารคำฟ้องระบุว่า เป็นการพูดคุยของ ฟัน เกี่ยวกับกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในบ้าน บริเวณที่ พิง นั่งและกำลังใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลซึ่งมีการล็อกอินรหัสผ่านไว้

เนื้อหาในเสียงบันทึกที่ปรากฏในเอกสารคำฟ้องนั้นเป็นพยานหลักฐานที่หนักแน่นยิ่ง โดยมีถ้อยความที่ว่า "บิทคอยน์โอนมาที่ฉันแล้ว" และ "เอาไปทั้งหมดเลย" ซึ่งบ่งชี้ถึงเจตนาในการยักยอกทรัพย์สินดิจิทัลของสามีอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ในชั้นการดำเนินคดีอาญา ตำรวจแจ้งว่าจะยังไม่ดำเนินการใดต่อไปจนกว่าจะมีพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติม ทำให้ พิง หันมาใช้ช่องทางแพ่งเพื่อปกป้องสิทธิในทรัพย์สิน

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2568 พิง ยื่นขอ "คำสั่งคุ้มครองทรัพย์สิน" ต่อศาล โดยมีสาระสำคัญสามประการ ได้แก่ การขอให้ศาลมีคำพิพากษารับรองความเป็นเจ้าของบิทคอยน์ดังกล่าว การขอให้อายัดสินทรัพย์คริปโตของฝ่ายจำเลย และการขอให้คืนบิทคอยน์หรือชำระเป็นเงินปอนด์สเตอร์ลิงในมูลค่าเทียบเท่า

ขณะที่ผลการพิจารณาภายหลังการไต่สวนเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ผู้พิพากษา คอตเตอร์ แสดงทัศนะอย่างชัดเจนว่าโจทก์มีโอกาสชนะคดีสูงมาก โดยระบุในคำพิพากษาว่า "โจทก์ได้แสดงให้เห็นถึงความน่าจะเป็นในการชนะคดีในระดับสูงมาก หลักฐานบ่งชี้ว่าโจทก์ได้รับการเตือนล่วงหน้าถึงสิ่งที่จำเลยที่หนึ่งกำลังดำเนินการ บันทึกถอดความนั้นมีน้ำหนักทำลายล้าง และเมื่อตรวจค้นทรัพย์สินของจำเลยที่หนึ่ง ยังพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายโอนบิทคอยน์ออกไปอีกด้วย"

คดีนี้ถูกจับตามองอย่างกว้างขวางในฐานะบรรทัดฐานสำคัญของการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินดิจิทัล และสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่นักลงทุนคริปโตมักมองข้าม นั่นคือภัยคุกคามที่อาจมาจากคนใกล้ชิดในครัวเรือนเอง