xs
xsm
sm
md
lg

มอร์แกน สแตนลีย์ ฟันธงตลาดหุ้นสหรัฐปรับฐานใกล้จบรอบ แนะเป็นโอกาสสะสม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไมค์ วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนแห่งมอร์แกน สแตนลีย์ ฟันธงตลาดทุนสหรัฐกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของการปรับฐาน ชี้สัญญาณขายทิ้งในตลาดเริ่มทะลักออกมาก่อนหน้าที่ข่าวร้ายจะถาโถม ขณะที่หุ้นกว่าครึ่งในดัชนี รัสเซลล์ 3000 ร่วงเกิน 20% จากจุดสูงสุดในรอบปีแล้ว นักวิเคราะห์แนะเตรียมสะสมหุ้น หากตลาดยังมีแรงเทขายรอบสุดท้ายอยู่

ท่ามกลางความปั่นป่วนในตลาดการเงินโลกที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน ไมค์ วิลสัน หัวหน้านักกลยุทธ์ตราสารทุนสหรัฐและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนแห่งมอร์แกน สแตนลีย์ ออกโรงวิเคราะห์ผ่านพอดแคสต์ "Thoughts on the Market" ว่าตลาดหุ้นสหรัฐอาจกำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของวัฏจักรการปรับฐานรอบนี้แล้ว

วิลสัน ระบุว่า แรงกดดันในตลาดหุ้นเริ่มสะสมตัวมานานก่อนที่เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์จะเข้ามาเพิ่มความผันผวน โดยชี้ให้เห็นว่าก่อนการโจมตีในอิหร่านเมื่อสองสัปดาห์ก่อน กระบวนการปรับฐานของตลาดหุ้นดำเนินมาอย่างครบถ้วนทั้งในมิติของเวลาและระดับราคาแล้ว หลักฐานสำคัญที่เขายกมาคือ ขณะนี้หุ้นกว่าร้อยละ 50 ในดัชนี รัสเซลล์ 3000 ปรับตัวลงเกิน 20% จากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ซึ่งนับเป็นสัญญาณเชิงปริมาณที่บ่งชี้ความรุนแรงของการปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดเผชิญแรงกดดันสะสมหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความวิตกกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาแทนที่แรงงาน ความเครียดในตลาดสินเชื่อเอกชน สภาพคล่องที่ตึงตัว และล่าสุดคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้น เป็นแรงกระแทกซ้ำที่กดดันตลาดให้ดิ่งลงต่อเนื่อง

สำหรับสัญญาณที่บ่งบอกว่าการปรับฐานเข้าสู่เฟสสุดท้าย วิลสัน อธิบายว่ามักเกิดขึ้นเมื่อหุ้นกลุ่มนำตลาดและดัชนีหลักเริ่มร่วงลงอย่างรุนแรง จนกระทั่งนักลงทุนยอมถอย "ขายทิ้ง" อย่างไม่เลือกหน้า ซึ่งตรงกับภาวะที่ตลาดกำลังเผชิญในปัจจุบัน

แม้ดูน่ากังวล แต่ วิลสัน ประเมินว่าการปรับฐานรอบนี้น่าจะรุนแรงน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งกว่า กำไรบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และภาครัฐให้การสนับสนุนทางการคลังมากกว่า ที่สำคัญ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด มีทิศทางผ่อนคลายกว่าช่วงปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ช่วยรองรับตลาด

บทสรุปของ วิลสัน มีน้ำหนักและชัดเจน โดยเขาระบุว่า ตลาดหุ้นได้ "ย่อยรับ" ความกังวลที่กำลังกลายเป็นพาดหัวข่าวในวันนี้มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ดังนั้นตลาดจึงน่าจะอยู่ใกล้จุดสิ้นสุดของการปรับฐาน มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น และแนะนำว่านักลงทุนควรเตรียมพร้อมสะสมสถานะหากตลาดเกิด "การยอมแพ้รอบสุดท้าย" จากข่าวร้ายในระยะถัดไป

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็น "ตัวจุดชนวน" ให้เกิดแรงเทขายรอบสุดท้าย วิลสัน ชี้ว่าได้แก่ การส่งสัญญาณเข้มงวดทางนโยบายการเงินจากเฟด และความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นช่วงหมดอายุออปชันที่กำลังจะมาถึง อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่านักลงทุนควรมองแรงขายดังกล่าวเป็น "โอกาส" มากกว่า "ภัยคุกคาม" เพราะจุดต่ำสุดของตลาดมักเกิดขึ้นเร็วและรวดเร็วกว่าจุดสูงสุดเสมอ