xs
xsm
sm
md
lg

ทิสโก้เปิดแนวคิด'Family First–3 Save Series'ยกระดับรับมือศก.ผันผวน-ความเสี่ยงรุมเร้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ทิสโก้ เผย ครอบครัวไทยกำลังเผชิญ'พายุความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน'ทำให้วิธีปกป้องครอบครัวแบบเดิมเริ่มเอาไม่อยู่ พร้อมเดินหน้าตอกย้ำบทบาท Your Trusted Financial Advisor ด้วยกรอบแนวคิด “Family First – ครอบครัวเรา…ไม่ธรรมดา” ยกระดับความคุ้มครองสู่ระบบการบริหารความเสี่ยงทั้งครอบครัว ผ่านเกราะป้องกันครบวงจรจาก “3 Save Series” ดูแลทั้งบ้านอย่างสมดุลครอบคลุม ความฝัน–ความเสี่ยง–ทรัพย์สิน ให้เดินหน้าไปด้วยกัน

นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้
เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตที่ 1.8% แม้ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนในช่วงปลายปีก่อน ตามมาตรการ Fast-pass ของภาครัฐและผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่น้อยกว่าคาด แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ทั้งปุ๋ย เม็ดพลาสติก ตามต้นทุนและค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยประเมินว่า ทุกการเพิ่มขึ้น 10% ของราคาน้ำมันดิบดูไบจากสมมุติฐานเดิมที่ 72 ดอลลาร์สหรัฐฯ /บาร์เรล จะกระทบ GDP ราว 0.3-0.4 ppt. ดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นราว 0.8% และมีแนวโน้มที่จะทำให้เงินบาทอ่อนแตะ 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอย่างน้อยในไตรมาส 2 โดยต้องจับตาพัฒนาการของสงครามและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หากความขัดแย้งยืดเยื้อรุนแรง เศรษฐกิจไทยอาจเติบโตไม่ถึง 1% ในปีนี้ และค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าไปไกลถึง 35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากปัจจัยภายนอก ครัวเรือนไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในหลายมิติ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society) และความเปราะบางด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นแรงกดดันต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว โดยรายงาน Thailand Country Climate and Development Report ของธนาคารโลกระบุว่า ไทยอาจสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ 7-14% ภายในปี 2593 หากไม่สามารถปรับตัวรับมือได้กับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้ เนื่องจากประสิทธิภาพแรงงานที่ลดลงจากอากาศร้อนจัด น้ำท่วมรุนแรง ผลผลิตภาคการเกษตรที่ถดถอย และการกัดเซาะชายฝั่งที่ทำลายภูมิทัศน์และส่งผลโดยตรงต่อการท่องเที่ยว แม้การลงทุนด้านเทคโนโลยีสีเขียวอาจช่วยหนุน GDP ได้ราว 4–5% แต่ไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและเร่งดำเนินการในหลายด้าน ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ สังคมสูงอายุระดับสุดยอด จากสัดส่วนผู้สูงอายุที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 28% ภายในไม่เกิน 3-4 ปีข้างหน้า จากระดับปัจจุบันอยู่ที่ราว 22% ขณะที่อัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่องในหลายทศวรรษกำลังลดทอนฐานแรงงานและศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจปีละ 0.5-1% ในช่วง 30 ปีข้างหน้า

ด้านสุขภาพ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ โดย Global Medical Trend Survey ชี้ว่า ค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทยเติบโตสูงถึง 10.8% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่คาดว่าจะปรับขึ้นราว 10% โดยแม้รัฐจะมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ยังมีคนไทยอีกราว 8% ที่ไม่มีประกันสุขภาพหรือได้รับความคุ้มครองไม่เพียงพอ ส่งผลให้หลายครัวเรือนเสี่ยงต่อภาวะตึงตัวทางการเงินจากการเจ็บป่วย และมีโอกาสตกสู่ความยากจนจากค่ารักษาที่เพิ่มแบบก้าวกระโดด

“เมื่อเกิดการเจ็บป่วย แรงงานจะมีผลิตภาพที่ลดลง และอาจนำมาซึ่งภาวะวิกฤติที่ต้องหยิบยืม หรือนำทรัพย์สินไปจำหน่ายเพื่อจ่ายค่ารักษา ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดปัญหากับระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไม่จำเป็น การปิดความเสี่ยงต่างๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้นเหล่านี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งทั้งในระดับครัวเรือน และในระดับประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีภูมิคุ้มกันต่อความเสี่ยงที่อาจถูกละเลยแต่สามารถจัดการได้เหล่านี้ในอนาคต” นายเมธัส กล่าว

**Family First: เพราะครอบครัวเรา...ไม่ธรรมดา **
นางกุสุมา ประถมศรีเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)(TISCO) กล่าวว่า จากความเสี่ยงยุคใหม่กำลังส่งผลกระทบต่อครอบครัวไทยในหลายๆด้านดังกล่าว วิธีปกป้องครอบครัวแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ครอบครัวจำเป็นต้องมี 'ระบบจัดการความเสี่ยงทั้งครอบครัว (Family Risk Management System)'ที่ดูแลครบทั้งสุขภาพ รายได้ ทรัพย์สิน และอนาคตระยะยาว เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละครอบครัว เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถโอนความเสี่ยงออกไปได้ครบถ้วน และยังยืนหยัดได้แม้ต้องเจอกับเหตุไม่คาดคิด เพราะสำหรับทิสโก้ “ครอบครัว” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวันนี้ แต่คืออนาคตทั้งชีวิตของทุกคน นี่คือหัวใจสำคัญของแนวคิด Family First: ครอบครัวเรา…ไม่ธรรมดา”

3 Save Series - ระบบคุ้มครองทั้งครอบครัวแบบองค์รวม
นายโสฬส ศิวะไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประกันภัยธนกิจ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ทิสโก้ได้พัฒนา “Family First – 3 Save Series” ระบบความคุ้มครองที่ทำงานเสมือน “งบดุลของครอบครัว” ขึ้น ที่มองทรัพย์สิน ภาระ และเป้าหมายอย่างสัมพันธ์กัน ตั้งหลักด้วยการ “Save ความฝัน” เพื่อรักษาอนาคตของครอบครัวไม่ให้ถูกกลืนหายไปกับความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นเงินการศึกษาของลูก การออมตามเป้าหมาย หรือแผนเกษียณ ต่อด้วย “Save ความเสี่ยง” เพื่อปิดจุดเปราะบางที่ทำให้ชีวิตสะดุด ทั้งค่ารักษาโรคร้ายแรง อุบัติเหตุ และรายได้ที่อาจหยุดชะงัก และปิดท้ายด้วย “Save ทรัพย์สิน” เพื่อปกป้องฐานสำคัญของคุณภาพชีวิต ทั้งตัวบ้าน รถ ของใช้จำเป็น ไปจนถึงทรัพย์สินดิจิทัลในยุคที่เทคโนโลยีคือส่วนหนึ่งของกิจวัตร

“ปัญหาที่เราเห็นบ่อย คือความคุ้มครองที่มีอยู่ไม่พอในจุดที่จำเป็น หรือมีหลายฉบับแต่ไม่สอดประสานกัน เกิดช่องว่างที่ครอบครัวไม่เคยมองเห็น กระทั่งวันที่เกิดเหตุ จึงรู้ว่าระบบมีรอยรั่ว ทิสโก้จึงพัฒนาระบบคุ้มครองที่มองภาพของทั้งครอบครัว ไม่จำกัดอยู่แค่กรมธรรม์รายชิ้น และไม่ใช่การขายแพ็กเกจสำเร็จรูป แต่เป็นการ “ประกอบเกราะ” ให้พอดีกับชีวิตของแต่ละครอบครัว (Personalized Protection) โดยใช้แนวคิด Open Architecture คัดเลือกผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรประกันกว่า 15 บริษัท เพื่อให้ลูกค้าได้รับทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดทั้งด้านคุณภาพและความคุ้มค่า”