xs
xsm
sm
md
lg

เปิดเกมรุกอวกาศ ไทย–ญี่ปุ่นยกระดับความร่วมมือ จัดฟอรัม-ลงพื้นที่ EEC ปั้นโอกาสท่าอวกาศยาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ดร. ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หรือ GISTDA กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการหารือระดับยุทธศาสตร์กับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับความร่วมมือการพัฒนากลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกขอประเทศไทย(Thailand's Earth Observation Satellite Constellation) เพื่อเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งด้านเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) การคมนาคมทางทะเล (Maritime) และการบริหารจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management) ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพุ่งทะยานสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างเต็มรูปแบบ และความร่วมมือครั้งนี้สำคัญว่า “กิจกรรมที่เกิดขึ้นนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยีอวกาศอีกต่อไป แต่เรากำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอวกาศ (Space Supply Chain) ระดับโลก ร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างประเทศญี่ปุ่น”
.
โดยกิจกรรมดังกล่าวจะนำไปสู่กรอบบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation: MOC) ระหว่าง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) ประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และ กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองฝ่ายคาดหวังว่าจะสามารถสรุปและลงนามบันทึกความร่วมมือดังกล่าวได้ในเร็วๆ นี้
สำหรับความสำคัญของงานในครั้งนี้น่าสนใจโดยวันที่ 16 -17 มี.ค. ที่ผ่านมาซึ่งเป็นการสัมมนาเจาะลึกเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมอวกาศไทย โฟกัสการพัฒนากลุ่มดาวเทียม
(Satellite Constellation) รวมถึงการวิเคราะห์ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านท่าอวกาศยานของไทย เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่เหนียวแน่นระหว่างภาครัฐและเอกชนไทย-ญี่ปุ่นฃึ่ง คณะผู้แทนไทย-ญี่ปุ่น ลงพื้นที่สำรวจเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และชายฝั่งบริเวณ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ศักยภาพสูงที่ถูกจับตามองในการพัฒนาเป็น “ท่าอวกาศยาน (Spaceport)” สำหรับส่งอากาศยานขึ้นสู่อวกาศทั้งในแนวราบและแนวดิ่งร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเข้าเยี่ยมชมความก้าวหน้าของอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (SKP) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อดูงานศูนย์กลางการพัฒนาดาวเทียมที่ทันสมัยที่สุดในไทย ณ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (NAIT) และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ (S-TREC) แหล่งรวมงานวิจัยขั้นสูงเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต
.
การยกระดับความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ด้วยการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่พื้นที่ EEC ผ่านการพัฒนาท่าอวกาศยาน ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาพลิกโฉมภาคการเกษตร การขนส่ง และการจัดการภัยพิบัติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางดิจิทัล ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานทักษะสูงจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ และพลิกบทบาทของประเทศไทยจากเพียง “ผู้ใช้งาน” ให้ก้าวขึ้นเป็น “ผู้สร้าง” และเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ