วงการคริปโตเกาหลีใต้สะเทือนหนัก เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินงัดมาตรการขั้นเด็ดขาด สั่งลงดาบ Bithumb กระดานเทรดเบอร์ต้นของประเทศ ด้วยค่าปรับระดับประวัติการณ์สูงถึง 3.68 หมื่นล้านวอน หรือราว 24.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมงัดบทลงโทษแบนการทำธุรกรรมบางส่วนยาวนานถึง 6 เดือนเต็ม หลังผลการตรวจสอบแฉพฤติกรรมหละหลวม พบการละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงินกว่า 6.65 ล้านครั้ง ปล่อยปละละเลยให้เกิดการโอนสินทรัพย์ข้ามชาติร่วมกับแพลตฟอร์มเถื่อน สะท้อนภาพการจัดระเบียบตลาดทุนดิจิทัลที่เข้มข้นและไม่ประนีประนอมต่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
สำนักข่าวยอนฮัปรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งเอเชีย เมื่อทางการเกาหลีใต้ตัดสินใจบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับ บิทธัมบ์ (Bithumb) กระดานซื้อขายคริปโตชั้นนำของประเทศ โดยมีคำสั่งลงดาบปรับเงินมูลค่ามหาศาลถึง 3.68 หมื่นล้านวอน หรือประมาณ 24.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งกำหนดบทลงโทษระงับการประกอบธุรกิจบางส่วนเป็นระยะเวลา 6 เดือน โทษฐานปล่อยปละละเลยและละเมิดกฎระเบียบว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างร้ายแรง
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นของหน่วยงานกำกับดูแล พบร่องรอยความหละหลวมที่เป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ โดยมีการระบุความผิดที่เข้าข่ายละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงินมากถึง 6.65 ล้านรายการ ความผิดพลาดเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ความล้มเหลวในกระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้า การเพิกเฉยต่อข้อจำกัดในการทำธุรกรรม ไปจนถึงความบกพร่องในการจัดเก็บและบันทึกข้อมูล ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบหลักฐานมัดตัวว่า บิทธัมบ์ ได้อำนวยความสะดวกให้เกิดการโอนคริปโตจำนวน 45,772 รายการ ซึ่งไปพัวพันกับผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนในต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องถึง 18 แห่ง ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายของเกาหลีใต้อย่างชัดเจน
การตัดสินใจลงดาบในครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาบทลงโทษ ภายใต้การนำของหน่วยข่าวกรองทางการเงิน หรือ เอฟไอยู ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของคณะกรรมการกำกับดูแลการเงิน หรือ เอฟเอสซี โดยที่ประชุมได้พิจารณาอย่างละเอียดถึงระดับความสอดคล้องในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการรายงานและการใช้ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเฉพาะเจาะจงของแพลตฟอร์มดังกล่าว ก่อนจะมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด
บทลงโทษดังกล่าวนับเป็นการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการเป็นค่าปรับที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบังคับใช้กับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในเกาหลีใต้ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของภาครัฐในยุทธศาสตร์การกวาดล้างและจัดระเบียบการปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงินที่กำลังดำเนินอยู่อย่างเข้มข้น
สำหรับรายละเอียดของมาตรการระงับการประกอบธุรกิจนั้น ภายใต้คำสั่งนี้ บิทธัมบ์ จะถูกสั่งห้ามไม่ให้ดำเนินการประมวลผลการโอนคริปโตไปยังปลายทางภายนอกสำหรับกลุ่มลูกค้าใหม่ เป็นระยะเวลายาวนานถึง 6 เดือนเต็ม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 26 กันยายนนี้
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้างจนเกินไป ทางการได้ผ่อนปรนให้ผู้ใช้งานเดิมของ บิทธัมบ์ ยังคงสามารถทำธุรกรรมซื้อขายได้ตามปกติโดยไม่มีข้อจำกัดเพิ่มเติม ในขณะที่ลูกค้าใหม่แม้จะถูกระงับการโอนออกสู่ภายนอก แต่ก็ยังคงได้รับอนุญาตให้ทำการซื้อหรือขายคริปโต รวมถึงการฝากหรือถอนเงินสกุลวอนเกาหลีออกจากกระดานเทรดได้
แหล่งข่าวจาก FIU เปิดเผยเบื้องลึกว่า ก่อนที่จะมีการใช้ไม้แข็ง ทางหน่วยงานได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้บริหารของ บิทธัมบ์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ยุติการทำธุรกรรมร่วมกับบริษัทคริปโตข้ามชาติที่ไม่มีใบอนุญาต ทว่าทางกระดานเทรดกลับเพิกเฉย ล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง และไม่สามารถวางมาตรการสกัดกั้นที่มีประสิทธิภาพมากพอได้ นำมาสู่การออกหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการระงับธุรกิจบางส่วน ก่อนที่จะนำไปสู่การเคาะบทลงโทษขั้นสุดท้ายอย่างเป็นทางการ
ปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ บิทธัมบ์ เพียงรายเดียว แต่นี่คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ภาพใหญ่ที่ FIU กำลังปูพรมตรวจสอบทั้งระบบ ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ ปีพุทธศักราช 2568 หน่วยงานกำกับดูแลได้เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนมาแล้ว ด้วยการสั่งจำกัดการฝากและถอนคริปโตสำหรับลูกค้าใหม่ของกระดานเทรด UPBIT เป็นเวลา 3 เดือน หลังตรวจพบการกระทำผิดที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มเถื่อน พร้อมสั่งปรับเงินสูงถึง 3.52 หมื่นล้านวอน หรือราว 23.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คลื่นการจัดระเบียบยังได้ลุกลามไปถึงกระดานเทรด คอร์บิต (Korbit) โดยในเดือนธันวาคม ปี 2568 เอฟไอยู ได้มีคำสั่งปรับเงินมูลค่า 2.73 พันล้านวอน หรือประมาณ 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งออกหนังสือเตือนระดับองค์กร จากกรณีการละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงินและความหละหลวมในกระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์ที่สะท้อนให้เห็นว่า สมรภูมิสินทรัพย์ดิจิทัลในเกาหลีใต้กำลังถูกล้างไพ่ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ขั้นสุด