กรมทางหลวงชนบท เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยบนสะพานภูมิพล 1 และ สะพานภูมิพล 2 โดยเคลือบผิวจราจรต้านทานการลื่นไถล เพิ่มความเสียดทานของผิวทาง ติดตั้งกำแพงกันเสียงแบบใส รองรับปริมาณจราจรกว่า 9 หมื่นคัน/วัน ที่ใช้เส้นทางเชื่อม กรุงเทพฯ - สมุทรปราการ ได้อย่างเต็มศักยภาพ
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย สะพานภูมิพล 1 (ส.012) และ สะพานภูมิพล 2 (ส.013) อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 1 แห่ง ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ และได้เปิดให้ประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าวได้อย่างเต็มศักยภาพแล้ว
เนื่องจากสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 เป็นเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญที่ลำเลียงขนส่งสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพฯ ไปยังโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้มีรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก โดยมีปริมาณจราจรมากถึง 90,303 คันต่อวัน
ทช. จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย สะพานภูมิพล 1 (ส.012) และ สะพานภูมิพล 2 (ส.013) อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 1 แห่ง ซึ่งรายละเอียดงานนั้น ได้มีการเพิ่มความเสียดทานของผิวทาง เคลือบผิวกันการลื่นไถลสีแดงบนสะพาน งานก่อสร้างราวลูกกลิ้งป้องกันสาธารณะภัย งานติดตั้งกำแพงกันเสียงแบบใส วัสดุเตือนแนวทางโค้ง โดยใช้งบประมาณในการดำเนินการ 61.935 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังในบริเวณจุดเสี่ยงอย่างชัดเจน ให้ผู้ใช้ทางเดินทางด้วยความอุ่นใจปลอดภัย ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพการคมนาคมขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนระหว่างกรุงเทพฯ เชื่อมไปยังจังหวัดสมุทรปราการให้เป็นระบบอย่างยั่งยืน
สำหรับสะพานภูมิพล 1 และ สะพานภูมิพล 2 เป็นสะพานขึงเคเบิลคู่ ขนาด 7 ช่องจราจร รวมถนนเชิงลาด มีความยาว รวม 5,155 เมตร ซึ่งเป็นโครงการแก้ไขปัญหาจราจรอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่อุตสาหกรรมทางตอนใต้ของกรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องไปจนถึงจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรองรับการขยายตัวในการขนส่งสินค้าของรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้ไม่ต้องวิ่งผ่านตัวเมือง ทำให้ปริมาณการจราจรบรรเทาลงได้อย่างเป็นรูปธรรม